มองอย่างเซียน : เซียนอาท เมืองน่าน

ชอบพระกรุ-สะสมหัวโขน

มองอย่างเซียน : เซียนอาท เมืองน่าน : หากพูดถึงงานประกวดพระเครื่อง อีกหนึ่งขุมกำลังของสมาคม ผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ที่คอยช่วยเหลืองานประกวดพระอยู่ตลอด แทบไม่ขาด ไม่ว่าจะงานเล็กงานใหญ่ ต้องเข้าไปช่วยอยู่เสมอ บุคคลดังกล่าว คือ “ปัญญวัฒน์ นิ่มสง่า” หรือที่วงการพระรู้จักกันในนาม “อาท เมืองน่าน”

มองอย่างเซียน : เซียนอาท เมืองน่าน

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยเลขานุการสมาคมผู้นิยม พระเครื่องพระบูชาไทย

เซียนอาทกล่าวเริ่มต้นว่า “จุดเริ่มต้นของผมเริ่มตั้งแต่เด็กๆ คือ คุณพ่อชอบสะสมพระเครื่อง ผมมักจะติดสอยห้อยตามคุณพ่อไปด้วย สนามพระท่าพระจันทร์ วัดมหาธาตุ วัดราชนัดดา ไปประจำ เจอนักเล่นพระรุ่นเก่าที่คุ้นเคยกับพ่อเป็นประจำ เช่น ปรีชา ดวงวิชัย, สนาน กฤษณะเศรณี, จุ้ง, ตัง ชลบุรี, ลุงพล ที่อยู่ริมแม่น้ำท่า พระจันทร์ (พ่อเจ๊ติ๋ม ท่าพระจันทร์) ฯลฯ เคยมีโอกาสตามคุณพ่อไปประกวดพระครั้งแรกในชีวิตตั้งแต่เด็กๆ ช่วงปี พ.ศ.2524 ที่สวนอัมพร สมัยนั้นเวลาพระได้รางวัลที่ 1-4 จะใช้โบที่สมัยนี้เราใช้เป็นโบผู้ติดตาม ติดหมายเลข 1-4 แล้ววางคู่พระ สำหรับพระที่ได้รับรางวัล สมัยก่อนนานทีปีหนจะมีงานประกวด เพราะกว่าจะจัดได้งานๆ หนึ่งยาก”

“ช่วงปี พ.ศ.2532 แผงพระติดแอร์ครั้งแรกของวงการเกิดขึ้นที่พันธุ์ทิพย์พลาซ่า ประตูน้ำ ช่วงนั้นการประกวดพระเริ่มบูมมาก มีแทบทุกอาทิตย์ ผมกับคุณพ่อมาเกือบทุกอาทิตย์ ประกวดพระเสร็จก็นั่งรถกลับน่าน ชอบการประกวดเป็นชีวิตจิตใจ ชอบเก็บเงินซื้อพระสวยๆ ซึ่งสมัยนั้นพระไม่แพง วัฏจักรชีวิตเป็นแบบนี้ จนเรียนจบ ม.6 และเข้ามาเรียน ม.รามคำแหง ที่กรุงเทพฯ จึงเรียกว่าเข้ามาเล่นพระเต็มตัวโดยผมขอเงินทางบ้านเพียง 4 เดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นไม่เคยรบกวนเงินเรื่องค่าเรียนทางบ้านอีกเลย ผมไปทุกงานประกวด ซื้อเองขายเอง จนจบการศึกษา ทำงานหลายอย่าง แต่ก็ไม่เคยทิ้งพระเครื่อง เพราะต้องใช้เงินจากพระไปหล่อเลี้ยงงานอื่นที่ทำ”

เซียนอาทบอกเล่าต่อว่า “ต่อมามีคนรู้จักในวงการพระเครื่องหลายคนมาเปิดแผงที่ห้างบางลำภู งามวงศ์วาน ชั้น 4 (ปัจจุบัน คือ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน) จากนั้นก็มีชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น 3 พอมาปี 2542 มีการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมขึ้นมา ผมมีโอกาสรู้จักกับ นี สะพานใหม่, แป๋ว มรดกไทย ได้ช่วยงานพี่ทั้งสอง โดย พี่นีและพี่แป๋วเมตตาสอนงานจากที่ไม่เป็นอะไร จนพูดได้ว่าเป็นทั้งผู้มีพระคุณ เป็นครูผู้สอนงาน เป็นพี่ เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้คอยประคับประคองผมมาตลอด ผมก็อยู่บ้านหลังนี้มากับพี่ทั้งสองตั้งแต่นั้นมา ในฐานะเจ้าหน้าที่สมาคม และกรรมการรับ-ตัดสินพระเนื้อดิน”

จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจจากสมาคม แต่งตั้งให้เป็นผู้บริหารสมาคม ในตำแหน่งรองผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมภูมิใจมาก

“ผมชื่นชอบและถนัดพระกรุ โดยเฉพาะพระกรุเนื้อดินเป็นชีวิตจิตใจ พระประเภทอื่นๆ ที่รองลงมา นอกจากนี้ นับถือในสายพ่อครูฤๅษีของเหล่าศิลปินเป็นชีวิตจิตใจ เพราะผมโชคดีได้รับโองการไหว้ครูโขนละครหลวง โองการไหว้ครูสายสาขาศิลปะการแสดงลิเกมา ชอบสะสมหัวโขนเก่า จนปัจจุบันมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ส่วนตัว เก็บสะสมหัวโขนเก่า หัวโขนช่างหลวง ช่างฝีมือดี ช่างฝีมือต่างๆ ไว้พอสมควร รอเวลาที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ให้เด็กรุ่นหลังได้ศึกษา ต่อไป”

หลักในการทำงานและดำเนินชีวิต “อาท เมืองน่าน” ระบุว่า “ในด้านหลักการทำงานนั้น เนื่องจากผมเรียนกฎหมายมา และมาทำงานที่สมาคม ซึ่งเป็นองค์กรใหญ่ ผมจึงยึดหลักว่าการทำงานในคนหมู่มากต้องมีกฎ มีระเบียบ ขององค์กรและสังคม นั้นๆ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สอดคล้องกับหลักการดำเนินชีวิตของผม คือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ถ้าเราทำถูกต้อง ไม่ต้องไปกลัวอะไร วันนี้คนไม่รู้ พรุ่งนี้ก็รู้ ไม่รู้ก็ไม่เป็นอะไร”

พบปะพูดคุยกับ “อาท เมืองน่าน” ได้ที่สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และตามงานประกวดพระทุกงาน


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน