สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวร : มงคลข่าวสด

สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวร : มงคลข่าวสด

สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวร : มงคลข่าวสด

 

สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวร : มงคลข่าวสด – พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

โดยที่ทรงพระราชอนุสรณ์คำนึงถึง สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเป็นพระราชกรรมวาจาจารย์ มีพระคุณูปการอย่างยิ่งแด่พระองค์ ทั้งเมื่อครั้งที่ทรงผนวชและที่ทรงลาสิกขาแล้ว ได้ทรงสอนพระธรรมวินัยและคิหิปฏิบัติ ถวายให้ทรงเข้าพระราชหฤทัยอย่างลึกซึ้ง

สมเด็จพระสังฆราชเจ้ากรมหลวงวชิรญาณสังวร : มงคลข่าวสด

นับว่าทรงดำรงอยู่ในฐานะอภิปูชนีย บุคคลแห่งพระมหากษัตริย์ ทรงยินดีในเนกขัมมปฏิบัติเป็นอจลพรหมจริยาภิรัต ยั่งยืนนานตลอดพระชนมชีพ ทรงกอปรด้วยพระศีลาจารวัตรบริสุทธิ์บริบูรณ์มิหวั่นไหวต่อโลกามิส ทั้งพระฉันทจริตก็เพียบพูนด้วยสมณคุณธรรมยากจะหา ผู้ใดเสมอ ทรงพระสุตญาณลึกซึ้งสามารถในธรรมวิจารณธรรมวินิจฉัยได้ถูกต้องเด็ดขาด ทรงบริหารคณะสงฆ์และการพระศาสนาให้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ

ในที่สุดทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายกนานถึง 24 ปี ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจใหญ่น้อยเพื่อยังประโยชน์แก่พุทธจักรและอาณาจักรอย่างไพศาล

แม้เสด็จสิ้นพระชนม์ไปแล้วนับแต่วันที่ 24 ตุลาคม พุทธศักราช 2556 แต่พุทธบริษัททุกหมู่เหล่าก็ยังเฝ้ารำลึกถึงพระเดชพระคุณอยู่มิเลือนหาย และบัดนี้ได้เป็นที่ประจักษ์ว่า สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นคารวสถานปูชนียเจดีย์แห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดถึงมวลพุทธบริษัททั่วสกลราชอาณาจักร สมควรที่จะสถาปนาพระเกียรติยศพระอัฐิขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง เพื่อเป็นศรีศุภมงคลแด่พระบวรพุทธศาสนา และเป็นที่เฉลิมพระราชศรัทธาสืบไป

จึงมีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระอัฐิ สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวัฑฒโน) สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร วชิราลงกรณ ราชาภินิษกรมณาจารย์ สุขุมธรรมวิธานธำรง อริยวงศาคตญาณวิมล สกลมหาสังฆปริณายก ตรีปิฎกปริยัติธาดา วิสุทธจริยาธิสมบัติ สุวัฑฒนภิธานสังฆวิสุต ปาวจนุตตมพิสาร วชิรญาณวงศวิวัฒ พุทธบริษัทคารวสถาน วิจิตรปฏิภาณพัฒนคุณ วิบุลสีลาจารวัตรสุนทร สรรพคณิศรมหาสังฆาธิบดี ศรีสมณุดมบรมบพิตร

มีพระนามเดิม เจริญ คชวัตร ประสูติเมื่อวันที่ 3 ต.ค.2456 ที่ ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายน้อยและนางกิมน้อย คชวัตร ทรงเป็นบุตรคนที่ 1 ในจำนวนบุตรชาย 3 คนของครอบครัว

พระชนมายุย่าง 14 ปี ถือบรรพชา ณ วัดเทวสังฆาราม

ต่อมา ทรงย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดเสน่หา อ.เมือง จ.นครปฐม 2 พรรษา ก่อนจะทรงย้ายมาศึกษาต่อที่วัดบวรนิเวศวิหาร ในช่วงสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงครองอาราม

พระองค์ทรงสอบได้ประโยคต่างๆ มาโดยลำดับจนถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค

พ.ศ.2476 ทรงกลับไปอุปสมบท ณ วัดเทวสังฆาราม โดยมีพระครูอดุลยสมณกิจ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูนิวิฐสมาจาร เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ครั้นถึงช่วงออกพรรษา ทรงกลับมาญัตติเป็นธรรมยุต ณ วัดบวรนิเวศ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เมื่อครั้งยังเป็นสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ และพระรัตนธัชมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ได้รับฉายาว่า สุวัฑฒโน อันมีความหมายว่า ผู้เจริญปรีชายิ่งในอุดมปาพจน์

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงผนวชและประทับ ณ วัดบวรนิเวศ ทรงได้รับหน้าที่เป็นพระอภิบาลโดยตลอด และต่อมาได้เป็นผู้ถวายพระธรรมเทศนา พระมงคลวิเสสกถาในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ปีพุทธศักราช 2507

พ.ศ.2504 เป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์มาโดยลำดับ

พ.ศ.2532 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

วันที่ 24 ต.ค.2556 สิ้นพระชนม์ด้วยพระอาการสงบ เนื่องจากติดเชื้อในกระแสพระโลหิต สิริรวมพระชันษาถึง 100 ปี 21 วัน

วันพุธที่ 16 ธ.ค.2558 พระราชทานเพลิง ณ เมรุหลวง วัดเทพศิรินทราวาส

บทความก่อนหน้านี้ริท เดอะสตาร์-ทัดดาว นึกแจ้ง ‘คน101’เปิดเส้นทางสู่ฝัน : รายงานพิเศษ
บทความถัดไปหลักฐานชี้‘ไฟใต้ลาม’ผ่าปมระทึกกลางกรุง! บึ้มป่วน-วางเพลิง 10 จุด บิ๊กแป๊ะคุมเอง-คลี่คดี : แฟ้มคดี