คอลัมน์ อริยะโลกที่6 : หลวงพ่อเกิด ปริมุตโต วัดโพธิ์แทน จ.นครนายก

“หลวงพ่อเกิด ปริมุตโต” อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งวัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

กำเนิดเมื่อปี 2463 ที่ ต.โพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 4 ปีวอก เป็นลูกชายคนที่ 6 ครอบครัวผู้ใหญ่ปั้น-นางพันธ์ อินทร์ศิริ ในจำนวนพี่น้อง 11 คน

กระทั่งอายุ 17 ปี ได้ไปเป็นศิษย์วัดเพื่อเรียนหนังสือ โดยเรียนหนังสือขอมเป็นหลัก

เมื่ออายุ 20 ปี ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่ วัดประสิทธิเวช มีพระอนุกูลประชารัตน์ วัดประสิทธิเวช เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดไหล่ วัดประสิทธิเวช เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ประหยัด วัดอรุณฉายาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ปริมุตโต”

ศึกษาพระธรรมวินัยจนถึงปี พ.ศ.2485 จนสอบได้ประโยคนักธรรมชั้นตรี หลังจากนั้นท่านได้สมัครเข้าสอบประโยคนักธรรม ชั้นโท 

พ.ศ.2510 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์แทน และ พ.ศ.2518 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2518 เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูวิมุตยาภรณ์

พ.ศ.2540 ท่านได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระครูชั้นเอก และครองตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอองครักษ์ อีกตำแหน่งหนึ่ง

การศึกษาในสาขาวิทยาคมต่างๆ นั้น ท่านบอกว่าท่านได้เรียนรู้วิชาอาคมต่างๆ จาก พระอาจารย์หม่น ที่วัดโพธิ์แทน ต่อมา พระอาจารย์หม่น ได้ลาสิกขาออกไป จึงมอบตำราวิชาอาคมต่างๆ ให้ท่านไว้ ท่านได้ศึกษาค้นคว้าเอาจากตำราและลองทำตะกรุดตั้งแต่พรรษาที่ 5-6 เรื่อยมาจนปัจจุบัน

ในขณะที่เริ่มทำตะกรุดแจกให้กับญาติโยมที่ใกล้ชิดกันนั้น ท่านก็แสวงหาพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเพื่อศึกษาเพิ่มเติม ในขณะนั้นทราบว่า พระอาจารย์ปั่น วัดทำเลทอง ซึ่งอยู่ที่จ.ปทุมธานี มีชื่อเสียงในเรื่อง กัมมัฏฐาน หลวงพ่อเกิดจึงออกเดินทางจากวัดโพธิ์แทนไปยังวัดทำเลทอง เพื่อขอเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อปั่นขึ้นกัมมัฏฐานทางพระ ซึ่งในขณะนั้นท่านบอกว่าบวชมาได้ 6-7 พรรษาเท่านั้น เมื่อได้ขึ้นกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อปั่น วัดทำเลทอง ท่านเดินทางกลับไปยังวัดโพธิ์แทน จนได้รับความไว้วางใจจากทางคณะสงฆ์แต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา

การสร้างวัตถุมงคลประเภทเครื่องรางของขลังท่านได้ลงอักขระเลขยันต์ต่างๆ ม้วนเป็นตะกรุดออกไปเป็นจำนวนมาก ผู้คนนำไปใช้เกิดมีประสบการณ์มากมาย

มรณภาพด้วยโรคปอดติดเชื้อ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค.2557 เวลา 19.00 น. ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 กรุงเทพฯ ด้วยอาการอันสงบ ท่ามกลางความโศกสลดของศรัทธาประชาชนและลูกศิษย์ลูกหา 

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ ข่าวทะลุคน : สมควร โอบอ้อม คุก 1 เดือน-ยื่นบัญชีเท็จ
บทความถัดไปคอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง : ปะทะ การเมือง ว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง กรณี “ดาบ 2 คม”