จุด ประกาย
จาก # สว.มีไว้ทำไม
ไวรัล การเมือง
คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง
จุด ประกาย จาก # สว.มีไว้ทำไม ไวรัล การเมือง : วิเคราะห์การเมือง – ปรากฏการณ์แห่ง # สว.มีไว้ทำไม สะท้อนนัยยะอะไรทางการเมือง
สะท้อนให้เห็นการสร้าง “ไวรัล” ทางการเมืองผ่านจุดอ่อนเปราะอย่างที่สุดเมื่อมองจากสภาพ การดำรงอยู่ของ 250 ส.ว.
บนรากฐานอันง่อนแง่นของ “ประชาธิปไตย”
ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ 500 ส.ส.อันมีฐานมาจากการเลือกตั้งของประชาชน กับ 250 ส.ว.อันมีฐานมาจาก “การแต่งตั้ง” โดยคสช.
ภาพแห่ง “คสช.” ก็ลอยเด่นขึ้นมา
ปรากฏการณ์ # สว.มีไว้ทำไม เกิดได้อย่างไรในสถานการณ์ “ไวรัส”
คำตอบ 1 มาจากบทบาทของ 250 ส.ว.เองที่แทบไม่แสดงความห่วงใยต่อประชาชน ไม่เห็นความสำคัญของอำนาจนิติบัญญัติในสถานการณ์โรคระบาด
คำตอบ 1 มาจากบทบาทของ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล
การไม่ให้ความสนใจต่อการประชุมรัฐสภา ไม่กระตือรือร้นที่จะตรวจสอบและควบคุมตามหน้าที่ของ “ผู้แทนราษฎร” อันเป็น “ตัวแทน”ปวงชน
นั่นก็คือ ไม่ได้มีบทบาทอะไรแม้ในความ เดือดร้อนของประชาชน
แท้จริงแล้วปรากฏการณ์ # สว.มีไว้ทำไม คือพัฒนาการของ Flash Mob
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจก่อสภาพนะจังงังในทางการเมือง เนื่องแต่มาตรการกำหนด “ระยะห่าง” กลายเป็นข้อจำกัด
แต่แล้วก็เกิดแนวคิด #MobFromHome ขึ้น
จากนั้น ภาคีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก็ขานรับ และตามมาด้วย ภาคีลูกพ่อขุน และตามมาด้วย ภาคีศรีนครินทรวิโรฒ อันเคยมีบทบาทต่อเนื่องเมื่อเดือนมกราคม
# สว.มีไว้ทำไม จึงกลายเป็น “ไวรัล” โดยอัตโนมัติ
ในที่สุด การปักธงในทางความคิดก็ส่งประกายมาจาก # สว.มีไว้ทำไม
เท่ากับเป็นการฟื้นกระบวนการรื้อสร้าง “รัฐธรรมนูญใหม่” บนเส้นทางแห่งจินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่จากคนรุ่นใหม่
โดยมีพื้นที่ “โซเชี่ยลมีเดีย” เป็นแนวรบในทางการเมือง