ชาววังน้ำเขียวโต้กล่าวหาบุกรุกป่าทับลาน โอดตกเป็นจำเลยสังคม แจงไทม์ไลน์อยู่กินมาก่อน โชว์เอกสารหลักฐานราชการ หลังประเด็นข้อพิพาทระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลาน ประกาศเขตอุทยานฯทับพื้นที่ของชาวบ้าน 3 ตำบล

วันที่ 11 ก.ค.2567 จากกรณีประเด็นข้อพิพาทระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลาน ได้ประกาศเขตอุทยานฯทับพื้นที่ของชาวบ้าน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ไทยสามัคคี ต.วังน้ำเขียว และ ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา รวมกว่า 30,000 ไร่ และฟ้องร้องชาวบ้าน 470 ราย

โดยเรื่องนี้ นายประกอบ สิริวงศ์เทาสะอาด นายกอบต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เปิดเผยไทม์ไลน์การตั้ง ต.ไทยสามัคคี ว่า ช่วงปี 2517-2520 ประเทศไทยต้องเผชิญสงครามแย่งชิงมวลชนกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 มีนโยบายต่อสู้เอาชนะคอมมิวนิสต์ ตระหนักถึงวิธีการปราบปรามอย่างเดียวไม่น่าจะได้ผล เพราะชาวบ้านไม่ไว้ใจเจ้าหน้าที่ จำเป็นต้องต่อสู้ทางความคิดและดึงเอาประชาชนมาเป็นฝ่ายเดียวกับราชการ

“โดยอพยพชาวบ้านมาจากบ้านมูลหลงมูลสามง่าม และบ้านคลองตาดำ จำนวน 214 ครัวเรือน เมื่อปี พ.ศ.2520 และตั้งชื่อบ้านใหม่ “บ้านไทยสามัคคี” เป็นสัญลักษณ์คนไทยมีความรักสามัคคีปรองดองกันเดิมอยู่ในพื้นที่ หมู่ 13 ต.วังน้ำเขียว อ.ปักธงชัย พ.ศ.2535 อ.วังน้ำเขียว ได้แยกออกมาเป็นกิ่งวังน้ำเขียว และวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539 ยกฐานะเป็นอำเภอวังน้ำเขียว โดยมีนายธงชัย ลืออดุลย์ เป็นนายอำเภอคนแรก”

นายประกอบ เล่าต่อว่า ตนอาศัยในพื้นที่กว่า 50 ปี เดิมเป็นชุมชนทั้งหมดและอยู่กินมาก่อนประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พ.ศ.2524 มีเอกสารหลักฐานวัดบุไผ่ ขึ้นทะเบียนขึ้นกับกรมศาสนา พ.ศ.2480 และตั้งโรงเรียนบ้านไทยสามัคคี พ.ศ.2517 ปัจจุบัน ต.ไทยสามัคคี มี 11 หมู่บ้านประชากรกว่า 7 พันคนที่ผ่านมาทุกภาคส่วนในจ.นครราชสีมา ได้เสนอให้ใช้เส้นแนวเขตสำรวจอุทยานแห่งชาติทับลาน พ.ศ.2543 จัดทำแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1 : 4,000 (One Map) จะไม่ส่งผลกระทบต่อการอนุรักษ์และจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานรวมทั้งพื้นที่มรดกโลก

โดยคำนึงถึงมิติทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอันเป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบปัญหาพิพาทเกิดจากการประกาศเขตอุทยานทับพื้นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน เฉพาะ ต.ไทยสามัคคี ชาวบ้านถูกดำเนินคดีกว่า 300 ราย ส่วนใหญ่คนที่ถูกดำเนินคดีไม่ใช่นายทุน เป็นเกษตรกรในพื้นที่ที่พอเริ่มมีฐานะก็สร้างบ้านจนกระทั่ง อ.วังน้ำเขียว เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชาวบ้านได้สร้างโฮมสเตย์เพื่อยกฐานะของตัวเอง ซึ่งมิใช่นายทุนตามที่สังคมเข้าใจ

ด้านนายกิตติพัฒน์ จ้ายนอก เกษตรกร ต.ไทยสามัคคี บอกว่า พ.ศ.2520 นายน้อย จ้ายนอก มีศักดิ์เป็นปู่ได้อพยพครอบครัวมาตั้งรกรากประกอบอาชีพชาวไร่อ้อย ปลูกพริก มะเขือ ข้าว ฯ พ.ศ.2517 ทางราชการออกเอกสารทะเบียนบ้านให้ เดิมเป็นบ้านบุไผ่ หมู่ 27 ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย

ดังนั้นข้อกล่าวหา ชาวอ.วังน้ำเขียว ตกเป็นจำเลยสังคม เป็นการมองเหรียญด้านเดียวโดยไม่ทราบข้อเท็จจริง เดิมเป็นพื้นที่โล่งเตียนและทางราชการจัดสรรออกเอกสารสิทธิ สปก.ให้มาก่อนประกาศเขตอุทยาน ในปี พ.ศ.2543 ทางราชการได้ประกาศแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ ตัดถนนลูกรังความกว้าง 6 เมตร กั้นไว้ ด้านขวาเป็นแนวเขตอุทยาน ด้านซ้ายพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน จนกระทั่ง พ.ศ.2566 ได้สำรวจใหม่แนวเขตป่าก็เท่าเดิมไม่ได้ถูกบุกรุกแต่อย่างใด

ฝ่ายอนุรักษ์กังวลการเพิกถอนพื้นที่ 265,000 ไร่ จะเฉือนพื้นที่ป่าทำให้ความสมบูรณ์ลดลงนั้น ยืนยันว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ป่าอยู่แล้ว แต่เป็นพื้นที่อุทยานฯประกาศทับชุมชน

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน