กรุงเทพมหานครฯ วิกฤตประเทศไทย 22 จังหวัด สำลัก PM2.5 คนกรุงจมฝุ่นพิษ ทุกเขตพื้นที่สีแดง เกินเกณฑ์มาตรฐานพื้นที่สีส้ม เริ่มกระทบต่อสุขภาพ อีก 23 จังหวัด

19 ม.ค. 67 – สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กรมควบคุมมลพิษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รายงานสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมง ด้วยข้อมูลจากดาวเทียมผ่านแอปพลิเคชั่น “เช็กฝุ่น” พบว่ามี 22 จังหวัด ที่มีค่าฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐาน ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) อาทิ จ.สมุทรสาคร 153.7 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) จ.สมุทรสงคราม 145.4 มคก./ลบ.ม. จ.นครปฐม 118.1 มคก./ลบ.ม. จ.นนทบุรี 113 มคก./ลบ.ม. นอกจากนี้ ยังพบค่าฝุ่นที่เกินเกณฑ์มาตรฐานในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีส้ม) อีก 23 จังหวัด

ในขณะที่กรุงเทพฯ พบค่าฝุ่น PM2.5 ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพสีแดง ทุกเขตของพื้นที่ อาทิ หนองแขม 167.1 มคก./ลบ.ม. บางกอกใหญ่ 152.2 มคก./ลบ.ม. ธนบุรี 145.8 มคก./ลบ.ม. บางบอน 142.7 มคก./ลบ.ม. ทวีวัฒนา 142 มคก./ลบ.ม. เป็นต้น

แอปพลิเคชั่น “เช็กฝุ่น” ยังคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM 2.5 ในอีก 3 ชั่วโมงข้างหน้า พบว่าหลายพื้นที่จะมีค่าคุณภาพอากาศที่ยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพสีส้ม

ทั้งนี้ ข้อมูลบนแอปพลิเคชัน “เช็กฝุ่น” มีการใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ AI (Artificial intelligence) ในการวิเคราะห์ค่าฝุ่น PM 2.5 แบบรายชั่วโมงในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ร่วมกับการใช้ข้อมูลการตรวจวัด PM 2.5 จากกรมควบคุมมลพิษ, ข้อมูลสภาพอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา รวมถึงข้อมูลของแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น จุดความร้อน และข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก มานำเสนอให้ในรูปแบบข้อมูลตัวเลขและค่าสีในระดับต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจสถานการณ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น

จากข้อมูลจุดความร้อนที่รายงานโดยจิสด้า ในวานนี้ (18 ม.ค. 67) พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 389 จุด ส่วนใหญ่พบในพื้นที่เกษตร 168 จุด ตามด้วยพื้นที่ แขต สปก. 76 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 68 จุด ชุมชนและอื่นๆ 41 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 26 จุด พื้นที่ริมทางหลวง 10 จุด และ โดยจังหวัดที่พบจำนวนจุดความร้อนสูงสุด 3 อันดับแรก คือ จ.ลพบุรี 44 จุด จ.ชัยภูมิ 22 จุด จ.ชลบุรี 22 จุด

นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านที่พบจุดความร้อน มากสุดอยู่ที่กัมพูชา 1,999 จุด ตามด้วย พม่า 439 จุด ลาว 174 จุด และเวียดนาม 120 จุด

ประชาชนควรสวมหน้ากากตลอดเวลาเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจตามมาโดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ท่านสามารถติดตามข้อมูล PM2.5 แบบรายชั่วโมงเพิ่มเติมผ่านแอปพลิเคชัน “เช็กฝุ่น”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน