ศัลยกรรมเกาหลี เจาะใจ สาวรุ่นใหม่ ทุบกระปุกเงินหลายแสน บินไปยัดซิลิโคน (คลิป)

ศัลยกรรมเกาหลี มีดีอย่างไร! ทำไมสาวน้อยวัย 20 ต้นๆ ยอมทุบกระปุกทุ่มเงินแสน บินไปแก้จมูก ถึงดินแดนโสม

ศัลยกรรมเกาหลี เป็นที่ทราบกันว่ากระแสเกาหลีมาแรง และทรงอิทธิพลเหลือเกิน ไม่ว่าจะด้านบันเทิง แฟชั่นความงาม และศัลยกรรม ซึ่งทำรายได้ให้กับประเทศเกาหลีใต้มหาศาลเลยทีเดียว คนไทยเราจำนวนไม่น้อยก็แห่บินกันไปโมดิฟายโขกกระดูก เปลี่ยนหนังหน้ากันถึงที่นั่น

ข่าวสดบิวตี้ ไปพูดคุยกับสาวไทยคนรุ่นใหม่ กัณฐ์ณณัฐ อยู่วัฒนะ ผู้เพิ่งสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เธอมีความสามารถด้านภาษาเกาหลี และมักรับงานพิเศษเป็นล่ามภาษาเกาหลีตั้งแต่อยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย แน่นอน เธอเป็นหนึ่งสาวไทยในจำนวนมหาศาล ที่ชื่นชอบหลงใหลวัฒนธรรมเกาหลีมาก หรือที่เรียกว่า “ติ่งเกา”

เธอมาเปิดใจเล่าประสบกาณ์การบินไปทำศัลยกรรมแก้จมูก ตั้งแต่แรงผลักดัน การหาข้อมูลหาโรงพยาบาล เสบียงอาหารหลังผ่าตัดอย่างประหยัดที่สุดที่เธอต้องเตรียมก่อนบิน กระทั่งในวันผ่าตัด เธอทึ่งกับอุปกรณ์ล้ำๆ ของคนเกาหลีขนาดไหน ฯลฯ ชนิดละเอียดยิบ ชมคลิป

อัพจมูกในไทยไม่สวย บินไปแก้ที่เกาหลีชัวร์กว่า

“ตอนแรกเลยค่ะ หนูว่าดั้งมันแบนๆ หนูอยากมีดั้งเหมือนชาวบ้านเค้าบ้าง หนูก็เลยไปทำ”  กัณฐ์ณณัฐ เสริมจมูกครั้งแรกขณะกำลังเรียนในมหาวิทยาลัย

ตอนนั้นหนูงบฯ ยังไม่ถึงเท่าไร ก็ทำที่ไทยไปก่อน ขำๆ

ตอนแรกก็เหมือนจะสวยอ่ะค่ะ ก็ดี ก็ดูเป็นแท่งไปหน่อย หนูก็เลยไม่ค่อยชอบอ่ะค่ะ ก็รอ เก็บเงินรอ

จนกระทั่งเรียนจบมหาวิทยาลัย และทำงานเก็บเงินได้เพียงพอ เธอตัดสินใจบินไปเกาหลีเพื่อแก้ไขจมูก

ที่ไทย หนูคิดว่า แก้ยังไง ก็ไม่ได้เหมือนที่เกาหลีแก้ค่ะ

วิธีสแกนเจาะหาโรงพยาบาล

“โรงพยาบาสก็มีหลายที่ใช่มั้ยคะ บางทีเราก็หารีวิวตามอินเตอร์เน็ต หรือว่าบางทีปากต่อปากจากเพื่อนก็ได้ค่ะ ก็มีคนแนะนำมา หนูก็เลยไปค่ะ”

“หนูไปที่โรงพยาบาล The Iron ค่ะ เค้ามีหมอหลายหมอ มีทั้งเชี่ยวชาญด้านจมูก และด้านลิฟติ้งด้วย ตาด้วย ทุกอย่างทุกด้านหมอหลายคนค่ะ”

เดี๋ยวนี้โรงพยาบาลศัลยกรรมเกาหลีหลายแห่งมีตัวแทนหรือเอเจนซี่ในเมืองไทย

“หนูก็ติดต่อผ่านพนักงานที่ไทยเลยค่ะ เค้าก็จะบอกมาว่าต้องเตรียมเงินเท่าไร เค้าก็จะมีเอกสารมาให้ด้วย

เค้าจะมีใบมาให้ว่าเราจะไปทำศัลยกรรมที่เกาหลี มีโปรโฟล์หมอให้ดูก่อนค่ะ เค้าก็จะบอกหมอท่านนี้เก่งด้านไหน เค้าบอกคนนี้ถนัดด้านจมูกนะ เค้าก็เลยให้หนูทำกับคนนั้น”

เธอซื้อตั๋วเครื่องบินและหาที่พักเอง ส่วนค่าศัลยกรรม เธอเปิดเผยตัวเลขกลมๆ ว่า

“ปกติค่าแก้จมูก เริ่มต้นที่สองแสน (บาท)”

อาหารหลังผ่าตัดคือ สิ่งจำเป็นต้องเตรียม

“หนูแบกน้ำมะพร้าวจากไทย เพราะที่เกาหลีแพง หนูก็เลยซื้อจากไทยไปเลย 7 ขวด และยาใบบัวบกอัดเม็ดค่ะ”

น้ำมะพร้าวมีสรรพคุณช่วยลดอาการบวม ส่วนใบบัวบกก็บรรเทาอาการช้ำใน ซึ่งพกเป็นเม็ดแคปซูลจะสะดวกกว่า เมื่อ กัณฐ์ณณัฐ บินไปถึงกรุงโซล เธอรีบไปซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อเสบียงมาตุนเพิ่ม เพราะหลังผ่าตัดต้องพักฟื้นอีก 7 วันก่อนบินกลับไทย

หลักๆ เธอชอบโจ๊กเกาหลี จึงซื้อเก็บไว้มากหน่อย แต่ไม่ลืมที่จะตุนฟักทองและนมถั่วดำด้วย เนื่องจากช่วยลดการอักเสบติดเชื้อและบวมได้

หมอเกาหลีงง ซิลิโคนเดิมใหญ่เว่อร์

หนูไปถึงเกาหลี วันต่อมา หนูก็ทำเลยค่ะ ไปประมาณ 10 โมงเช้า เข้าไปหาหมอ เค้าให้กรอกว่าเราจะทำอะไรๆ อย่างนี้ค่ะ เสร็จแล้วเค้าจะให้เราไปปรึกษากับหมออีกทีนึง ว่าหมอทำแบบวิธีไหน ซึ่งจริงๆ แล้ว ตอนคุยกับหมอ หมอยังไม่รู้หรอก ว่าเค้าต้องใช้กระดูกตรงไหนของเราบ้าง เพราะว่ายังไม่ได้เห็นข้างใน สภาพเป็นยังไง เค้าจะดูให้ ซิลิโคนมันดันตรงนี้นะ มันเป็นทรงแบบนี้ มันเป็นแท่งแบบนี้”

หลังจากคุยกับหมอ เธอก็เข้าไปเปลี่ยนชุด ถ่าย Before ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ซึ่งสาวน้อยคนนี้เก็บภาพแชะรูปจีสตริงกระดาษ กุญแจล็อกเกอร์สุดล้ำ มาเป็นที่ระลึกด้วย

“เค้าผ่าตัดแบบ Open” เธออธิบายวิธีการผ่าตัดของเธอ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลเธอได้รับความรู้ความกระจ่างจากหมอหลังผ่าตัด ว่าใช้วิธีไหนผ่าตัด และทำอะไรกับจมูกของเธอบ้าง

“เค้าก็คงเห็นค่ะ ว่าซิลิโคนตัวเก่าที่ทำที่ไทยมันใหญ่มาก หมอก็งง ยัดเข้าไปได้ยังไง และมันก็ไปทับกับกระดูกเก่า กระดูกจมูกหนู มันก็เลย ทำให้จมูกเรามันคด แล้วเค้าเลยจัดการปรับกระดูกที่คด ให้ตรงขึ้นมาใหม่ และเค้าก็เลือกใส่ซิลิโคนแค่ตรงนี้ สั้นๆ นิดเดียวตรงนี้ ตรงปลายจมูกก็คือ ไม่มีซิลิโคนเลย เค้าก็ใช้เป็นกระดูกที่อยู่ในจมูกหนูอยู่แล้ว ตรงหูก็ไม่ได้เอาออกมาใช้ด้วยค่ะ เค้าบอกกระดูกตรงนี้มาพอแล้ว ก็เลยไม่ต้องเอากระดูกที่อื่นมาใช้ แล้วก็ปลายจมูกค่อนข้างบางมาก จากคราวที่แล้วที่ทำ เค้าก็เลยเอาเนื้อตรงนี้มาใส่ด้วย”

ภาพขวา คือ ซิลิโคนเดิมที่ทำในไทย

สาวน้อยปลื้ม เกาหลีออกแบบเทคโนโลยีตอบโจทย์คนไข้

กัณฐ์ณณัฐ ไม่ได้ปลื้มแค่ความล้ำของกุญแจล็อกเกอร์ ที่คนเกาหลีช่างใส่ใจออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนไข้ได้ดีนักแล้วเท่านั้น แต่ยังชอบใจมากที่โรงพยาบาลจัดยาเป็นชุดละเอียดยิบ แพคเป็นซองแยกเช้า-กลางวัน-เย็น โดยแต่ละซองพิมพ์ชื่อคนไข้ไว้ด้วย

กินยาไม่ผิด แถมไม่สลับกับใคร ปลอดภัยจริงๆ

“คู่มือแนะนำหลังศัลยกรรม ก็มีให้ครบค่ะ มีฉบับภาษาไทยนะคะ”

“สำลีที่อุด อุดแค่สองวัน หายใจทางปากค่ะ”

เธอเล่าว่าสองวันแรกที่สำลีอุดจมูก นอกจากต้องหายใจทางปากแล้ว กินโจ๊กกินซุปฟักทองก็ไม่รู้รสชาติ ค่อนข้างทรมาน แต่พอวันที่สาม ซึ่งถึงดิวไปถอดสำลีออก รู้สึกโล่ง

“วันที่เราไปถอดสำลีที่โรงพยาบาล ก็โล่ง ชอบมากวันนั้น เค้าก็จะตรวจติดตามดูอาการแผล ล้างแผลให้ แล้วก็กลับบ้าน หนูก็ช้อปปิ้งทุกวัน”

สังเกต จะไม่บวมและไม่มีอาการเขียวช้ำเลย

“หนูก็ออกทุกวันนะคะ เพราะถ้าเราไม่เดิน หน้าจะยิ่งบวมค่ะ

เธอใส่หน้ากากใส่หมวก ขึ้นลงรถไฟใต้ดิน ไม่แคร์ใคร เพราะในเกาหลี คนเข้าเฝือกจมูก ดามขากรรไกร เดินว่อนเพ่นพ่านเต็มเมือง เป็นภาพปกติธรรมดาค่ะ

“ออกทุกวัน เดินดูเสื้อผ้าเล่นๆ”

หลัง 7 วัน บินกลับไทย

“อาทิตย์เดียวก็เริ่มเข้าที่แล้วนะคะ ไม่ได้บวมแบบน่าเกลียด แต่งหน้าได้ ออกข้างนอกปกติ คนก็บอกว่าสวย ชอบ ดูละมุนขึ้น ดูไม่เป็นแท่ง ไม่โป๊ะ”

ในฐานะผู้มีประสบการณ์ กัณฐ์ณณัฐ ฝากถึงเพื่อนๆ ที่อยากไปศัลยกรรมที่เกาหลี

“ถ้าใครชอบเกาหลีอยู่แล้ว ไปเที่ยวบ่อยๆ ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนคนที่ไม่เคยไป ก็อาจจะกังวลนิดนึง ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวเลย ไม่เจ็บด้วย หมอก็ใจดี พนักงานทุกคนก็ใจดี”

“ศัลยกรรมแต่ละส่วน ก็ไม่เหมือนกัน ก็อยากให้ศึกษาข้อมูลดีๆ ว่าเราควรจะต้องเตรียมตัวยังไง จะบวมแบบไหน ควรเตรียมอะไรไปกินดี”

บทความก่อนหน้านี้กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 30.35-30.75 จับตาประชุมกนง. คาดคงดอกเบี้ยนโยบาย
บทความถัดไป“เฉลิมชัย”รวมพลังจิตอาสา เข้าช่วยเหลือ ฟื้นฟู ดูแล ผู้ประสบภัย พร้อมเร่งสำรวจพื้นที่เสียหายหลังน้ำลด เพื่อเยี่ยวยาและฟื้นฟูให้เกษตรกรสามารถกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว