ดันน์ฮัมบี้ ชี้พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนเร็ว

นายธีรเดช ดำรงค์พลาสิทธิ์ ประธานกรรมการฝ่ายมีเดีย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ดันน์ฮัมบี้ จำกัด บริษัทศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในช่องทางห้างค้าปลีก เปิดเผยว่า จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคทั้งในช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยผ่านการวิเคราะห์บิ๊กดาต้าของดันน์ฮัมบี้ ซึ่งบริษัทยังมีช่องทางการเข้าถึงการทำธุรกรรมมากกว่า 600 ล้านครั้งของลูกค้ากว่า 3 ล้านคนทั่วโลก และดาต้าที่ได้จากการวิเคราะห์เทรนด์ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาพบว่า 20% ของฐานลูกค้าทั้งหมดของแบรนด์นั้นๆ มีส่วนช่วยในยอดขายของแบรนด์ดังกล่าวกว่า 80% โดยไม่จำกัดหมวดหมู่ หรือขนาดธุรกิจ และแบรนด์สามารถรักษาลูกค้าได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เมื่อเทียบปีต่อปี

พร้อมกันนี้ 73% ของการเติบโตของยอดขายมาจากกลุ่มลูกค้าที่มีความจงรักภักดีในแบรนด์ และ 20% ของฐานลูกค้ากลุ่มนี้ที่มียอดสูงสุด ช่วยสร้างรายได้มากถึง 50% ในบางแบรนด์ ขณะเดียวกันเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นปัจจัยสำคัญและสร้างความแตกต่างเมื่อต้องมีการสื่อสารที่ต้องใช้ข้อมูลจำเพาะสำหรับกลุ่มลูกค้า ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น การส่งจดหมายไปที่บ้าน การกำหนดการเข้าถึงผ่านโปรแกรมการจัดการอัตโนมัติ ในช่องทางโซเชี่ยลมีเดีย และสื่อโฆษณา ณ จุดขาย และผลลัพธ์ที่ได้จากการทำแคมเปญมากกว่า 100 แคมเปญ คือ การมีลูกค้าที่จงรักภักดีกับแบรนด์เพิ่มขึ้น 9% และป้องกันไม่ให้ลูกค้ากว่า 6% ย้ายไปแบรนด์อื่น ปัจจัยที่ทำให้แคมเปญประสบความสำเร็จมาจากการที่ข้อมูลสามารถตอบโจทย์ของกลุ่มลูกค้าได้อย่างแท้จริง

“ถึงเวลาแล้วที่นักการตลาดจะต้องต่อยอดและเชื่อมต่อความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคทั้งในแง่ของภาพกว้างและเชิงลึก เริ่มตั้งแต่ที่บ้านจนถึง ณ จุดขาย การใช้สมาร์ตดาต้าและข้อมูลเชิงลึกของดันน์ฮัมบี้ ได้เปลี่ยนแปลงจากการทำแค่วัดจำนวนยอดขาย ไปเป็นการทำความเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยข้อมูลถูกใช้เพื่อการเลือกสินค้าที่ถูกต้องถึง 40% ใช้ในการวางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ถึง 30% และอีก 30% ที่เหลือใช้ในการวางแผนทำโปรโมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมาเราได้ช่วยแบรนด์และร้านค้าปลีก ที่มีมูลค่ามากกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ปรับปรุงประสบการณ์ให้ดีขึ้นกับผู้บริโภคกว่าสิบล้านคนในประเทศไทย”

โดยดันน์ฮัมบี้ ยังมีโซลูชั่น คอนเน็คมีเดีย ซึ่งสามารถวัดผลสื่อโฆษณาในร้านค้าปลีกได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในปี 2561 ที่ผ่านมา ดันน์ฮัมบี้ได้ทำการวัดผลไปแล้วกว่า 280 แคมเปญ มีผลตอบแทนที่แบรนด์จะได้รับกลับคืนมาจากลูกค้า จากการลงสื่อโดยเฉลี่ย 3.5 เท่า ช่วยเพิ่มฐานลูกค้าให้กับแบรนด์เฉลี่ย 10% ต่อแคมเปญ และมีผู้บริโภคเห็นสื่อของดันน์ฮัมบี้ ณ จุดขายแล้วกว่า 2.11 พันล้านครั้ง อย่างไรก็ดีดันน์ฮัมบี้ เชื่อว่า สินค้าแบบค้าปลีกกว่า 99% ในประเทศไทยยังคงเลือกช่องทางออฟไลน์เป็นช่องทางในการขายหลัก ดังนั้นจึงเห็นจะให้สำคัญในการเจาะทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อการสื่อสารที่ตรงเป้าหมาย และสามารถวางแผนการตลาดให้กับสินค้านั้นๆ ได้ครบถ้วนทุกช่องทางการจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภค