รธน.ปฏิปักษ์ ปชต. :คอลัมน์ ใบตองแห้ง

รธน.ปฏิปักษ์ ปชต.

คอลัมน์ ใบตองแห้ง

 

พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อหัวหน้า คสช. เป็นแคนดิเดต นายกฯ ทั้งที่มี ม.44 มีอำนาจเหนือระบบ เป็นผู้กำหนดกติกา เป็นกรรมการเอง แล้วลงมาแข่งเอง แถมจะตั้ง 250 ส.ว. มาเลือกตัวเอง

ถามว่านี่เป็นการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบประชาธิปไตยหรือไม่ “แล้วมันผิดตรงไหนหรือ ผมไม่เห็นผิดตรงไหน” ยืมคำพูดไพบูลย์ นิติตะวัน มาตอบก็ได้ ชูพระพุทธเจ้าหาเสียงก็ไม่ผิดอะไร ตราบใดที่เป็นพุทธ ศาสนิกชน

ปัดโธ่ ลุงตู่ไม่ได้ทำผิดรัฐธรรมนูญเลยสักข้อ ก็ลุงตั้ง กรธ.มีชัยมากับมือ ตั้ง สนช.มาเลือกป.ป.ช. เลือกกกต. มาเขียน กม.เลือกตั้ง กม.พรรคการเมือง

แล้วลุงตู่จะทำผิดได้อย่างไร เรื่องทั้งหลายที่หาว่าลุงเอาเปรียบ ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ลุงไม่ได้เจตนาเอาเปรียบเลยสักนิด แค่ได้เปรียบตามรัฐธรรมนูญ

ลุงเป็นสุภาพบุรุษอีกต่างหาก ไม่อยากไปดีเบตกับใคร เดี๋ยวจะได้เปรียบมากเกินไป เพราะลุงมีรายการทีวีให้พูดคนเดียวทุกช่องอยู่แล้ว ลุงไม่เคยไปหาเสียง แค่มีรถนำขบวนไปตรวจงาน แล้วมีชาวบ้านมาต้อนรับ พร้อมกับผู้สมัครพลังประชารัฐ ลุงไม่ถนัดการพูด แต่ถนัดทำงาน เช่นปั๊มนโยบายประชานิยมต่างๆ ออกมาในช่วงเลือกตั้ง

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เรียกว่ากติกา ทุกคน ทุกพรรค ต้องเคารพกติกา ถ้าจะลงแข่งขัน ต้องยอมรับรัฐธรรมนูญ ยอมรับกฎหมายเลือกตั้ง บัตรใบเดียว ต่างเขตต่างเบอร์ ยอมรับอำนาจแบ่งเขตของ กกต. รวมทั้งอำนาจแจกใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ กระทั่งส่งศาลยุบพรรค ยอมรับว่าต้องแข่งขันในสภาพไม่ปกติ ใต้อำนาจไม่ปกติ เพื่อแย่งชิงเก้าอี้ ส.ส. มาโหวตนายกฯ ในขณะที่ลุงคนเดียว มีเสียงโหวตเท่ากับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 25 ล้านคน จากการตั้ง 250 ส.ว.

มันคือการแข่งขันที่ไม่ปกติ กติกาไม่ปกติ แต่ทุกคนจำต้องยอมรับเหมือนเป็นสิ่งปกติ แข่งในกระบวนการที่รู้อยู่ดีว่าใครจะเป็นนายกฯ

หรือพูดอีกที กระบวนการแปลงโฉมอำนาจรัฐประหาร ไปสู่เผด็จการครึ่งใบ เพื่อรักษาเครือข่ายอำนาจปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ไว้ในคราบมีการเลือกตั้ง มีรัฐธรรมนูญ แต่ประชาชนไม่มีอำนาจ เพราะวางโครงสร้างให้กองทัพ ชนชั้นนำภาครัฐ กุมอำนาจตัดสินใจผ่านส.ว.แต่งตั้ง กรรมการยุทธศาสตร์ องค์กรอิสระ องค์กรกฎหมาย โดยซ่อนปืนไว้ ข้างหลัง

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของลุงคนเดียว เป็นเรื่องของเครือข่ายอำนาจที่ใหญ่โตเหนียวแน่น ปัดโธ่ ไม่งั้นวันที่ 8 ลุงถอนตัวไปแล้ว

น่าเสียดายเหมือนกัน ที่กระบวนการเลือกตั้งไม่ปกติ น่าจะเดินไปเสมือนเป็นปกติ ในโลกเสมือนจริง กติกาเสมือนจริง ปลุกเร้าประชาชนว่าฝ่ายไม่เอาลุงยังมีโอกาสชนะ

แต่บังเอิญหรือเปล่าไม่ทราบ พรรค ทษช.ดันทำตัวเอง จนกลายเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ปกติ ที่ทุกคนเห็นเด่นชัดตั้งแต่ต้น

อย่างน้อย ก็จะมีการพิจารณาคดียุบพรรคระหว่างเลือกตั้ง โทษฐานเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทั้งพรรค ทั้งผู้สมัครเกือบ 300 คน อาจจะหายไปจากตัวเลือกของประชาชนทันที

ในขณะที่ใครไปร้องยุบพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร บอกแล้วไง เป็นไปตามกติการัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตย หรือเป็นปฏิปักษ์ประชาธิปไตย ก็รู้อยู่

ส่วนอย่างมาก หรือมากกว่า หลังจากนี้ไม่มีใครตอบได้ รู้แต่ว่ากติกาเสมือนปกติ ถูกทำให้เห็นชัดแล้วว่านี่ไม่ใช่การเลือกตั้งปกติ วิกฤต 12 ปีไม่จบง่าย และกำลังเข้าสู่เขตแดนใหม่ จากความผิดเพี้ยนในโครงสร้างอำนาจตามรัฐธรรมนูญเป็นปัจจัยสำคัญ

อะไรที่มันจะเกิด ไม่ราบรื่นแน่นอน ไม่น่าจะเป็นไปตามความฝันของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น พลังประชาธิปไตยชนะ ฟ้าสีทองผ่องอำไพ หรือสืบทอดอำนาจอนุรักษนิยมได้ อมตะนิรันดร์กาล

โลกจริงของจริงมันน่าวิตกกว่านั้นเยอะ

บทความก่อนหน้านี้นาซ่าเปิดภาพดาวเทียม ยันสองชาติบิ๊กเอเชีย เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลก
บทความถัดไปสยองกะดึก! สาวโรงงานซ้อนวินไปรอรถ ชนกระบะร่วงโดนทับหัวกระจายสุดสลด