คอลัมน์ ออกจากกรอบ : ยืนทนเผชิญปัญหา ไม่นานจะแข็งแกร่ง ดุจต้นไม้ใหญ่

ออกจากกรอบ

ยืนทนเผชิญปัญหา ไม่นานจะแข็งแกร่ง ดุจต้นไม้ใหญ่

ผมได้มีโอกาสไปบรรยายตามสถานที่ต่างๆ ในหลายประเทศ ทำให้ได้พบเห็นภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันไปในแต่ละแห่ง วันนี้ผมจึงอยากจะถ่ายทอดข้อคิดเล็กน้อยที่ได้จากภูมิทัศน์เหล่านั้นแก่ทุกท่านครับ

สหรัฐอเมริกาและรัสเซียเป็น 2 ประเทศใหญ่ ที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นเกือบทั้งปี ยิ่งในฤดูหนาวนั้นอุณหภูมิต่ำถึง -30 องศาเซลเซียส หรือบางปีอาจต่ำกว่านั้น

ทุกครั้งผมมักจะรู้สึกประหลาดใจกับต้นไม้ของที่นั่น โดยเฉพาะ “ต้นเรดวูด” ในสหรัฐอเมริกา และ “ต้นสน” ในรัสเซีย เพราะมันสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ท่ามกลางความโหดร้ายของธรรมชาติ

ในแต่ละปีต้นไม้เหล่านี้จะต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บจากหิมะ หรือความรุนแรงจากพายุใหญ่ที่พัดเข้ามา แม้จะมีบางกิ่งที่หัก หรือกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ต้นไม้เหล่านี้ก็อยู่รอดมาได้อย่างน่าชื่นชม และสามารถเติบโตตั้งตระหง่านมาอย่างยาวนานนับร้อยนับพันปี


เมื่อมองกลับมาที่ตัวเรา ผมกลับรู้สึกว่ามนุษย์ช่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอ ไม่กล้าเผชิญหน้ากับปัญหา กลัวความยากลำบาก ฟังเสียงตัวเองเป็นหลัก และรักความสบาย ทำให้จิตใจของคนเราอ่อนแอ และพ่ายแพ้ให้กับสถานการณ์ต่างๆ

แต่หากคนเรายอมฝืนใจยืนต่อหน้าความยากลำบากอย่างมีสติ และใช้ปัญญาแก้ไขปัญหา เมื่อนั้นจิตใจของเราก็จะเข้มแข็งขึ้น เริ่มมีความหวังขึ้น และสามารถเอาชนะปัญหาต่างๆ ได้ เหมือนกับต้นไม้ใหญ่ในฤดูหนาว

ตลอด 23 ปีที่ผมได้มาประจำอยู่ที่ประเทศไทย ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเยาวชนไทย ผู้นำในหน่วยงานต่างๆ รวมถึงนักโทษในเรือนจำหลายแห่ง เราอาจจะคิดว่าจิตใจที่ขี้เกียจหรือการรักความสบายไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

แต่ทราบหรือไม่ว่าการพยายามหลีกเลี่ยงความยากลำบากเพียงเล็กน้อย ทำให้หลายคนเลือกกระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องจนต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำ เช่น การลักขโมยหรือการฉ้อโกง ก็เกิดจากการใช้ทางลัดไปสู่ความสบาย

เคยสงสัยไหมครับ ทำไมถึงมักมีข่าวนักโทษที่ได้รับการปล่อยตัวแล้ว ถูกจับเขาเรือนจำอีกครั้งด้วยคดีเดิมๆ ? นั่นเพราะเขาไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ตนกระทำความผิด พวกเขามักจะคิดว่าตัวเองโดนจับเพราะประมาทเกินไป หรือโดนจับเพราะหาทางหนีไม่ทัน

แต่หากถามลึกลงไปอีกว่า แล้วทำไมถึงทำแบบนั้นครับ? เขาก็มักจะกล่าวโทษโชคชะตา ความไม่เท่าเทียม โดยหาสารพัดเหตุผลมาปกปิดจิตใจเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกผิด ทำให้พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่าจิตใจที่อ่อนแอของเขาเองนั่นแหละที่ลากเขามาสู่เรือนจำ

หากคนเรารับรู้ถึงความอ่อนแอในจิตใจ ที่คอยลากเราไปสู่ทางสบายแบบผิดๆ แล้วเลือกที่จะแก้ไขมัน อย่างแรกคือ เราต้องรู้จักควบคุมจิตใจของตนเองให้ได้ก่อน โดยเลิกหาทางลัดเพื่อหนีปัญหา และยอมเผชิญหน้ากับความยากลำบาก จิตใจของคนเราจะได้รับการฝึกฝน เกิดเป็นภูมิคุ้มกันในจิตใจ

ถ้าเราสามารถข้ามผ่านปัญหานั้นมาได้ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปเราจะรู้วิธีรับมือกับสิ่งนั้นได้อย่างกล้าหาญ แล้วก็จะไม่ใช่ปัญหาสำหรับเราอีกต่อไป

ผมเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเคยล้มเหลวในชีวิต หรือเคยทำความผิดมามากแค่ไหน หากเขารู้จักควบคุมจิตใจของตนเอง เขาก็สามารถกลายเป็นคนใหม่ที่มีจิตใจเข้มแข็งได้ เช่นเดียวกับต้นไม้ในฤดูหนาวที่สามารถฟันฝ่าลม พายุ และความเหน็บหนาวมาได้ จนกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรงและสง่างาม


ดร.(กิตติมศักดิ์) ฮักเชิล คิม
ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ ประจำประเทศไทย
hc.kim@yahoo.com

บทความก่อนหน้านี้“คิง เพาเวอร์” เอาใจนักท่องเที่ยว ส่งมอบสุขา สุขใจ แห่งที่สี่ จังหวัดหนองคาย
บทความถัดไปนักกฎหมายมีชื่อ! ชี้ อนาคตใหม่แถลง ป้อง ทษช. ผิดแน่นอน ชัดละเมิดศาล!