คอลัมน์ ออกจากกรอบ : เมื่อมีพร้อม จนไม่รู้จัก ‘คำขอบคุณ’ ที่เงินเทียบไม่ได้

เมื่อมีพร้อม จนไม่รู้จัก ‘คำขอบคุณ’ ที่เงินเทียบไม่ได้

ที่ประเทศไทย “หมอ” ถือเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ฉลาด แถมคณะแพทย์ยังเป็นคณะที่เข้ายากและใช้คะแนนสูง แต่สำหรับที่ประเทศเกาหลีใต้ อาชีพที่ใครๆ ก็อยากเป็นที่สุดคือ “ครู”

ตั้งแต่สมัยผมยังเป็นนักศึกษา คณะครุศาสตร์ถือเป็นคณะที่เข้ายาก และมีการแข่งขันสูงที่สุด ผู้หญิงที่เรียนเก่งๆ อันดับที่ 1 ของห้องเท่านั้นถึงจะกล้าฝันถึงคณะนี้ได้ เหตุผลก็ไม่ยาก เพราะนอกจากจะเป็นอาชีพที่คนเกาหลียกย่องแล้ว สวัสดิการหรือเงินเดือนสูงๆ ก็จะตามมาโดยอัตโนมัติ

เมื่อต้นปีคนเกาหลีท่านหนึ่งที่มีอาชีพเป็นครู เขามาพักอยู่ที่จังหวัดลำปาง เพราะเป็นช่วงปิดเทอมที่ประเทศเกาหลีเพื่อตีกอล์ฟเป็นประจำทุกปี เพื่อนร่วมงานที่เป็นครูก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่เพื่อตีกอล์ฟ ซึ่งบางคนถึงขั้นซื้อบ้านที่จังหวัดลำปาง เพื่อมาตีกอล์ฟเลยก็มี นี่ถือว่าเป็นชีวิตที่ชาวเกาหลีหลายๆ คนอิจฉาเลยก็ว่าได้

แต่ทว่าปีนี้โชคไม่ดีนักขณะที่เขากำลังมาตีกอล์ฟโรคความดันโลหิตสูงก็กำเริบทำให้ล้มหัวฟาดกับราวบันไดจนเลือดคลั่งในสมองต้องพาส่งโรงพยาบาลทันที ตอนหลังภรรยา พี่สาวของภรรยา และลูกสาวบินตามมาที่ประเทศไทยเพื่อดูร่างที่นอนแน่นิ่งของเขา พี่สาวของเขารู้จักกับผมโทรมาขอให้ผมมาเยี่ยมน้องเขย ตอนนั้นเป็นบรรยากาศที่เศร้ามากๆ แต่ในขณะที่ผมกำลังพูดคุยกับพวกผู้ใหญ่เงียบๆ อยู่ในห้องนั้น “นี่! ป้าออกไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย?” จู่ๆ ลูกสาวของคนป่วยก็หันมาไล่พวกเราด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ตอนนั้นผมตกใจมาก “นี่คือลูกของคนเป็นครูหรอ?” ผมคิดในใจ

ด้วยความที่ช่วงนั้นโรงแรมในตัวเมืองเต็มผมจึงช่วยติดต่อหาบ้านพักและรถยนต์จากสมาชิก IYF ที่อยู่ที่นั่นให้ใช้ โดยหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกสาวและภรรยาของเขา ซึ่งทางเราเองก็ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายด้วย แต่ภรรยาของเขากลับปฏิเสธ “เราจะหาเช่าโรงแรม แล้วก็จ่ายเงินค่าแท็กซี่เองได้” นี่คือคำพูดของฝ่ายภรรยา

หากฟังผิวเผินแล้วอาจรู้สึกว่าเขาเกรงใจ แต่จริงๆ มันเป็นคำพูดที่แสดงถึงตัวตนของเขาออกมาได้มากที่สุดนั่นคือจิตใจที่ไม่สามารถ “รับความช่วยเหลือ” จากคนอื่นได้เพราะพี่สาวที่รู้จักกับผมเล่าให้ฟังว่า “น้องสาวของฉันเองก็เป็นครูและมีเงินเดือนสูง เขาจึงเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีสูงมาก” เธอไม่เคยยอมใครแม้แต่สามีตัวเอง ด้วยความที่สามีสูบบุหรี่เธอจึงแยกห้องนอนกับสามีมา 9 ปีแล้ว โดยให้เหตุผลว่าเหม็นกลิ่นบุหรี่ พอสามีชวนมาเที่ยวที่ประเทศไทยด้วยกันเธอก็ไม่มา แม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันแต่ปล่อยให้สามีใช้ชีวิตเหงาๆ เหมือนอยู่คนเดียว คราวนี้พอสามีล้มป่วยเธอจึงโทษตัวเอง “ฉันเป็นผู้หญิงที่แย่จริงๆ” นี่คือคำพูดที่เขาพูดไปร้องไห้ไป

ที่ผมยกตัวอย่างสามีภรรยาคู่นี้ไม่ใช่เพราะจะต่อว่าเขาแต่อย่างใด แต่ผมคิดว่าพวกเราสามารถเรียนรู้จากชีวิตของพวกเขาได้

สังคมปัจจุบันให้การยกย่องคนที่มีตำแหน่ง มีงานดีเงินเดือนสูง คนวัยทำงานหลายคนมุ่งทำงานหาเงินเพื่อที่จะเป็นที่ยอมรับจากสังคม พวกเขาก็จะมีความสุขกับการใช้เงินแก้ปัญหาของพวกเขา และภูมิใจกับการที่ตัวเองมีทุกสิ่งที่จำเป็นโดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากใคร และจากการใช้ชีวิตแบบนี้เอง พวกเขากลับมองว่านี้คือ ชีวิตที่มีความสุข โดยไม่ได้คิดเลยว่าพวกเขาได้พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้จักการร้องขอความช่วยเหลือ และมองเห็นคุณค่าในคนอื่นผ่านทางความช่วยเหลือนั้น แล้วได้มีคำขอบคุณเกิดขึ้นในใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นกับใจของคนที่มักใช้เพียงเงินในการแก้ไขปัญหา เพราะพวกเขาจะมองเห็นว่าเงินเท่านั้นที่สำคัญต่อเขา

เมื่อผมได้ฟังเรื่องของครูเกาหลีคนนี้ทำให้ผมมีโอกาสคิดแล้วขอบคุณกับชีวิตวัยนักศึกษาของผม ผมเกิดในเมืองชนบทแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ ผมมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยและเข้ามาเรียนในเมือง วันหนึ่งขณะที่ผมปั่นจักรยานเพื่อไปซื้ออุปกรณ์ที่ร้านเครื่องเขียน จักรยานของผมเกิดมีปัญหาที่โซ่ ทำให้ผมก้มหน้าลงไปดูตรงเท้าที่ปั่นเรื่อยๆ และเมื่อผมเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็พบว่า จักรยานที่ผมขี่ได้ไปชนท้ายของรถเบนซ์คันข้างหน้าที่จอดติดไฟแดงอยู่

ตอนนั้นใจที่ร้องขอความเมตตา ความช่วยเหลือก็เกิดขึ้นในใจผมทันทีครับ นั้นเป็นเพราะผมไม่มีเงินที่จะให้กับเจ้าของรถเบนซ์เป็นค่าเสียหายได้ ผมได้แต่กล่าวขอโทษและรอฟังว่าเจ้าของรถจะเรียกร้องค่าเสียหายเท่าไหร่ เมื่อเจ้าของรถมองเห็นสภาพของผมที่เป็นนักศึกษาขี่จักรยาน และได้แต่กล่าวคำขอโทษ เพราะไม่สามารถทำอะไรได้มากไปกว่านี้ในตอนนั้น เขาจึงไม่เรียกร้องค่าเสียหายอะไรจากผม วันนั้นเองผมได้มีโอกาสเกิดคำขอบคุณ ซึ่งทำให้ผมได้ถ่อมใจร้องขอความเมตตา

ท่านผู้อ่านครับ คุณเป็นคนที่กำลังอิจฉากับความร่ำรวยของคนอื่น และน้อยใจในความขัดสนของตนเองอยู่หรือไม่ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมอยากให้คุณออกจากกรอบความคิดนั้นของคุณ และได้คิดใหม่ว่าตอนนี้ฉันได้รับโอกาสดีที่จะได้มีใจขอบคุณและมองเห็นคุณค่าของการมีคนอื่นอยู่ข้างๆ คอยช่วยเหลือ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เงินสามารถซื้อได้


ดร.(กิตติมศักดิ์) ฮักเชิล คิม
ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ ประจำประเทศไทย
hc.kim@yahoo.com

บทความก่อนหน้านี้ตร.บุกแต่เช้า! ส่งหมายเรียก ‘โบว์ ณัฏฐา’ หมิ่นประมาท วิจารณ์กกต.ในวันเลือกตั้ง
บทความถัดไปพระเทพสีมาภรณ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดบึง : อริยะโลกที่ 6