ยิ่งขุดลงไปลึกปัญหาอันเกี่ยวกับการบุกทลาย “วิคตอเรีย ซีเครท”ก็เริ่มสะท้อน “การเมือง”มากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ
เป็นการเมืองในแบบ “แคนนอน”
เริ่มจาก 1 เป็นเรื่องของฝ่ายปกครองจับมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ไม่มี “ตำรวจ”
ตามมาด้วย 1 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลออกไป อย่างคึกคัก
ขณะเดียวกัน 1 ก็เริ่มโยงไปยัง “ทหาร”บางพวก บางฝ่าย
เมื่อนำแต่ละข้อมูลสอดสวมเข้าไปในโครงสร้างแห่งทฤษฎี “สมคบคิด” กรณี “วิคตอเรีย ซีเครท”จึงซับซ้อน
ซับซ้อนในระดับยิ่งกว่า “สามก๊ก”
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องภายในแบบ “ชุมนุมมังกร ซ่อนพยัคฆ์”อย่างชัดแจ้ง
โยงสายยาวถึง “ชลบุรี” โยงสายยาวถึง”นครปฐม”
ลองสาวไปยัง “ภาพหลุด” จากสนามกอล์ฟดังแห่งจังหวัดนครปฐมก็จะมองเห็นปมเงื่อนบางอย่าง
มองผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไป
ลองสาวไปยัง “ข่าวรั่ว”ในเรื่องการพักโทษ นช.ซึ่งเป็นกำนันคนดังแห่งภาคตะวันออก
มองผ่าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ไป
ก็จะสัมผัสได้ถึงความสัมพันธ์ของ “ทหารใหญ่” บางคนกับตระกูลใหญ่ไม่ว่าทางด้านชายทะเลภาคตะวันออก ไม่ว่าทางด้านภาคตะวันตก
แล้วก็มาหยุดลงตรง “วิคตอเรีย ซีเครท”
ร่ำลือกันในยุทธจักรนักเลงว่า ทั้งหมดนี้เป็น “สงครามสั่งสอน”ในทางการเมือง การทหาร
อาจไม่ไปไกลถึงขั้น “สกัด ดาวรุ่ง”
แต่ก็บอกเป็นนัยๆให้รับรู้ว่า คนเราไม่ควรทำตัวให้เด่นเกินแม้จะมั่นใจใน “แบ็ค” เป็นอย่างยิ่งก็ตาม
เพราะกระบวนการทะลาย “วิคตอเรีย ซีเครท”นั้นบินสูง
บินจากฝ่ายปกครองอันสังกัดมหาดไทย สนธิกำลังกับดีเอสไออันสังกัดยุติธรรม
แล้ว “ตำรวจ” ตามไปบดขยี้ ขยายผล