กรณี ปฏิทิน การตลาด ชั้นเยี่ยม ใครเป็นเหยื่อ
ปฏิทิน – การส่งเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นายบุกเข้าบ้าน น.ส.วาสนา เคนหล้า ที่อุดรธานี พร้อมกับการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตามไปขยายผล อาจเป็นการนำร่อง
แต่พลันที่สนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 50
รุกเข้าไปตรวจค้นบ้านของแกนนำนปช.คนหนึ่งแห่งอุบลราชธานี พร้อมกับยึดปฏิทินอันเป็นภาพ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ทั้งๆ ที่ระบุว่า การครอบครอง “ไม่มีความผิด”
นี่ย่อมมิได้เป็นการนำร่องเหมือนที่ อุดรธานีอีกแล้ว ตรงกันข้าม ได้กลายเป็นการยุทธ์อันอึกทึกครึกโครม
ในความรับผิดชอบของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล โดยพลัน
ทุกอย่างก็เข้าทาง “ประเทศกูมี”

ต้องยอมรับว่า กระบวนการปล่อย “ปฏิทิน” ออกมามิได้ต้องการให้เป็นเรื่องเร้นลับ ตรงกันข้าม เป้าหมาย คือจะทำอย่างไรให้ดำเนินไปอย่างอึกทึกครึกโครม
เห็นได้จากปฏิบัติการเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม
ไม่เพียงแต่บรรดาผู้ที่เดินทางไปยังศาลใน คดี “คนอยากเลือกตั้ง” จะได้รับปฏิทินติดไม้ติดมือกันเท่านั้น
หากในวันเดียวกัน เมื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เดิน “คารวะแผ่นดิน”
ก็มีคนเสื้อแดงชู “ปฏิทิน” ต้อนรับ
ยิ่งเมื่อทหารและตำรวจบุกไปสอบถามยังบ้านของ น.ส.วาสนา เคนหล้า ทุกอย่างก็ได้รับการโพสต์การแชร์อย่างคึกคัก
จากเรื่องเล็กๆ ก็กระจายไปอย่างกว้างขวาง
เมื่อทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เทก “แอ๊กชั่น” ถึงระดับนี้มีหรือที่นายตำรวจอย่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล จะสามารถนิ่งเฉยอยู่ได้
เพราะขืนนิ่งเฉยภารกิจก็จะอยู่ในมือของ “บิ๊กโจ๊ก”
พลันที่เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ออกตรวจค้น ไปตามบ้านอันเป็นเป้าหมาย เช้าวันรุ่งขึ้นก็คาดหมายได้เลย ว่าต้องเป็น “ข่าวใหญ่”
ปรากฏว่าเป็นพาดหัวหน้า 1 ทุกฉบับ
ทุกอย่างจึงดำเนินไปเหมือนกับกรณี “ขันแดง” นั่นคือ ด้านหลักล้วนถูกยึดไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือ ไม่ว่าจะเป็นทางภาคอีสาน
แต่ “ขันแดง” ก็อยู่ในความรับรู้ของ “สังคม”
ลองสอบถามบรรดา “นักการตลาด” อันเป็นศิษย์เอกของ ฟิลิป ค็อตเลอร์ ไม่ว่าจะอยู่ในครม. ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ
คำตอบก็จะไม่แตกต่างกันแม้แต่น้อย
เมื่อผลงานอันเกี่ยวกับ “ขันแดง” ประสบผลสำเร็จ เมื่อตกมาถึงผลงานอันเกี่ยวกับ “ปฏิทิน” ก็ยิ่งประสบผลสำเร็จได้กว้างขวางและลึกซึ้งมากยิ่งกว่า
ทุกอย่างเดินตามรอย “ประเทศกูมี” ครบถ้วน