สัมพันธ์ การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา สภาวะ “สภาล่ม”

 

สัมพันธ์ การเมือง ของ ประยุทธ์ จันทร์โอชา สภาวะ “สภาล่ม” 

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง

คอลัมน์ วิเคราะห์การเมือง – ภาพจากมีตติ้ง การเมือง ที่สโมสรราชพฤกษ์ ในตอนเย็นย่ำของวันอังคารที่ 3 ธันวาคม เป็นภาพที่ยากอย่างยิ่งจะเคยพบเห็นบทบาทอันโดดเด่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หลายคนอาจตื่นตาตื่นใจกับเสียงร้อง “ไชโย” ติดต่อกัน 3 ครั้ง

การปรากฏตัวของหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย หรือแม้กระทั่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา

ล้วนเป็นเรื่องที่มิได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

แต่ที่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจอย่างเป็นพิเศษกลับเป็นอากัปกิริยาอันมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มากกว่า

ความน่าตื่นตาตื่นใจอย่างที่ประสบพบพานเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนว่าจะได้เห็นจากภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

เพราะตอนนั้นท่านอยู่ในสถานะแห่ง “รัฏฐาธิปัตย์”

อาจกล่าวได้ว่า ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองไปยังพรรคชาติไทยพัฒนาก็แทบไม่อยู่ในสายตา

ถนนทุกสายในทางการเมืองล้วนทอดตรงไปยัง “คสช.”

แต่ในงานมีตติ้งครานี้ไม่เพียงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะถามหาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หากแม้กระทั่งหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

การให้ความสนใจต่อหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มิได้เป็นเรื่องแปลกหากมองจากการเมืองเชิงปริมาณ การเมืองเชิงคณิตศาสตร์ในยามที่สภาล่มแล้วล่มอีก

เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์มี 53

เช่นเดียวกับหากจะให้ความสนใจกับหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยซึ่งมี 51 เสียงก็มิได้แปลก หรือแม้กระทั่งหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาซึ่งมี 11 เสียงก็มิได้แปลก

แต่การให้ความสนใจกระทั่ง 1 เสียงจากพรรคไทย ศรีวิไลย์นั่นซิ น่าตื่นตะลึง

เราได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถามหา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เราได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไปกอดคอ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์

ถามว่าหากไม่เกิด “สภาล่ม” ติดต่อกัน 2 ครั้งเพียงในห้วง 2 วันติดต่อกัน สังคมจะได้เห็นบทบาทอย่างนี้จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือไม่

ตอบได้เลยว่ายากในระดับ “ยากส์”

ภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในห้วงหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 กับภาพของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในห้วงหลัง “สภาล่ม” จึงแตกต่างกัน

แต่จะเป็น “พัฒนาการ” ก้าวหน้าหรืออย่างไร อีกไม่นานจะได้คำตอบ

บทความก่อนหน้านี้วัยรุ่นสาวป่วยโรคชรา หน้าเหี่ยว-แก้มหย่อน ถูกเพื่อนล้อจนเลิกไปโรงเรียน
บทความถัดไปทัพเรือภาค 1 ช่วยเรือประมงอับปาง รอด5 ยังไม่ทราบชะตากรรมไต๋