‘3มิตร-3ส.’รวมพลังดูด สุริยะ-สมศักดิ์-สมคิด ‘พลังประชารัฐ’เพื่อ‘ตู่’

ทะลุคน ทะลวงข่าว

แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. จะประกาศก่อนเดินสายทัวร์อังกฤษ-ฝรั่งเศส

ระบุการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นหลังพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

พร้อมยืนยันการเลือกตั้งยังเป็นไปตามโรดแม็ปเดิม เดือนก.พ. 2562

บรรยากาศทางการเมืองจึงเหมือนเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง หลายพรรคการเมืองมีความเคลื่อนไหว

โดยเฉพาะปรากฏการณ์ของเครือข่าย “กลุ่มสามมิตร”

ส.หนึ่งคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม อีกหนึ่งส.คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งก่อนหน้านี้ตกลงใจเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ หรือพปชร.

ว่ากันว่า เป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นโดยคนของรัฐบาล เพื่อสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ ต่อ อีกสมัย

เชื่อมโยงกับ ส.ที่สาม คือ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลคสช. ซึ่งเคยร่วมทำงานด้วยกันตั้งแต่อยู่พรรคไทยรักไทยและร่วมรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

กลุ่มสามมิตร ภายใต้ยี่ห้อ “พลังประชารัฐ” เดิมเกมดูดอดีตส.ส.ภาคอีสานและภาคเหนือของพรรคเพื่อไทยไปแล้วเกือบ 30 คน

เบื้องต้นประเดิมเปิดตัวที่จ.เลย เป็นแห่งแรก

จึงปรากฏภาพ สุริยะ-สมศักดิ์ พร้อมทั้ง ภิรมย์ พลวิเศษ อดีตส.ส.นครราชสีมา และอนุชา นาคาสัย อดีตส.ส.ชัยนาท บินไปพบ ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข อดีตรัฐมนตรีและส.ส.เลย

โดยอดีตส.ส.เลยทั้ง ปรีชา-เปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข และ วันชัย บุษบา ตอบรับเข้าร่วมด้วย

นอกจากนี้ยังมีอดีต ส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทย อีกหลายจังหวัด ได้ตอบรับเข้าร่วมเช่นกัน ทั้งจ.นครราชสีมา ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี หนองบัวลำภู ขอนแก่น และมหาสารคาม

จนนายใหญ่ต้องออกโรงเองว่าขอให้ไปดี จะได้มีคนรุ่นใหม่มาเสริม

สมคิด หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์

เคยเป็นขุนพลเศรษฐกิจคนสำคัญของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

อดีตรองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ และรมว.คลังหลายสมัย

ที่ปรึกษาคสช. และรองนายกฯ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

ก่อนหน้านี้ออกมาจุดพลุ ประกาศหนุน “บิ๊กตู่” เบิ้ลเก้าอี้นายกฯ

อ้างเหตุผลว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ประเทศในปัจจุบัน

ทำเอาหลายฝ่ายส่ายหน้า

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ห่างหายจากแวดวงการเมืองตั้งแต่รัฐประหาร 2549

ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ สหรัฐอเมริกา

อดีตรองนายกฯ รมว.อุตสาหกรรม และรมว.คมนาคม ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร และเลขาธิการพรรคไทยรักไทย

ปี 2550 ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินยุบพรรคไทยรักไทย

ถูกคตส.เอาผิดเมื่อครั้งเป็นรมว.คมนาคม ในคดีจัดซื้อและติดตั้งเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด หรือซีทีเอ็กซ์ 9000 และการก่อสร้างระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

แต่สุดท้าย ป.ป.ช.มีมติไม่ส่งฟ้องเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ในปี 2555

ม.ค. 2552 ร่วมแถลงเปิดตัวพรรคภูมิใจไทยกับแกนนำ อาทิ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ โสภณ ซารัมย์ ศุภชัย ใจสมุทร และ พรทิวา นาคาศัย

แม้จะพ้นโทษเว้นวรรค แต่เก็บตัวเงียบเรื่อยมา

กระทั่งมีข่าวเข้าร่วมทัพสู้ศึกเลือกตั้งในต้นปี 2562 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ร่วมกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งรู้จักกันมานานตั้งแต่สมัยพรรคกิจสังคม และร่วมก่อตั้งกลุ่มวังน้ำยมในพรรคไทยรักไทย

โดยผ่านการประสานงานจาก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

สมศักดิ์ เทพสุทิน สมรสกับ นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน

อดีตเลขาธิการพรรคกิจสังคม และอดีตรัฐมนตรี 4 กระทรวง

แกนนำกลุ่มวังน้ำยมในพรรคไทยรักไทย

หลังรัฐประหารปี 2549 ได้ลาออกจากพรรคไทยรักไทย ตั้งกลุ่มมัชฌิมา จากอดีตส.ส.กลุ่มวังน้ำยมเดิม

ถูกตัดสิทธิทางการเมืองจากคดียุบพรรค แต่ยังคงเคลื่อนไหวทางการเมือง นำลูกทีมไปสังกัดพรรคประชาราช

อยู่ได้ไม่นานก็มาตั้งพรรคมัชฌิมา ธิปไตย ร่วมกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แต่มีปัญหาบางอย่าง สมคิด จึงถอยออกมาเป็นแค่นักสังเกตการณ์

ปี 2551 ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคมัชฌิมาฯ และเว้นวรรค 5 ปี

นำลูกทีมกลุ่มมัชฌิมาไปทำงานการเมืองกับกลุ่มเพื่อนเนวิน ในพรรคภูมิใจไทย

ปลายปี 2556 ออกจากพรรคภูมิใจไทย มาสังกัดพรรคเพื่อไทย

ไปมาหาสู่กับแกนนำกลุ่มมัชฌิมาอย่าง เสี่ยแฮงก์ อนุชา นาคาศัย และกำนันตุ้ย วิวัฒน์ นิติกาญจนา อดีตส.ส.ราชบุรี

ช่วงคสช.ยึดอำนาจ หันมาทำทีมสุโขทัย เอฟซี และดูแลสนามไก่ชน เทิดไท ลาดกระบัง และเปิดตลาดเทิดไทที่โคราช

ธ.ค. 2560 ออกมาเปิดประเด็นให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรค การเมือง เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง สร้างความปรองดองในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ล่าสุด ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ภายใต้เครือข่าย “สามมิตร”

ประกาศจะเดินสายไปจังหวัดต่างๆ เปิดกว้างให้อดีตส.ส.พรรคไหนที่มีความสนใจมาร่วมกลุ่ม

การเมืองย้อนยุคกลับมาใหม่ในสมัยที่อ้างปฏิรูป

บทความก่อนหน้านี้ตาม‘เอพี’ยลสถาปัตย์‘มอสโก’ ผนึกนวัตกรรมใหม่พัฒนาอสังหาฯ
บทความถัดไปจังโก้ปลื้มคว้าชัย ยอมรับเล่นจืดชืด – โสมขาวโอดเสียจุดโทษเป็นหายนะ