กลาโหม แจง เบิกงบกลางกว่า 387 ล้านบาท ยันใช้แก้ปัญหาโควิดตามภาวะฉุกเฉิน ภายใต้ ศปม. โดยจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง-รพ.สนาม ให้กำลังพลที่ปฏิบัติงานกว่า 1 แสนคน

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2564 รายงานข่าวจากกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารหนังสื่อกระทรวงกลาโหม ถึงเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อเป็นการใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัสโคโรนา 19 (covid-19) กว่า 387 ล้านบาท ว่า เป็นหนังสือของทางศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ที่ตั้งขึ้นมาภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด 19 (ศบค.) เป็นการปฎิบัติงานภายใต้ภาวะฉุกเฉิน ซึ่งก็ต้องใช้งบประมาณในภาวะฉุกเฉิน (งบกลาง) ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) หรือทหาร ตำรวจเอง ที่ออกปฏิบัติงาน ก็ใช้งบประมาณภายใต้งบประมาณกลาง ภาวะฉุกเฉินภาวะเร่งด่วน วันนี้เราแก้ปัญหาโดยใช้งบประมาณกลางในการแก้ปัญหาในภาวะเร่งด่วน

การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานตามปกติก็ว่ากันไป แต่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัตินอกเหนือภาระกิจเป็นภาระกิจพิเศษ เพราะฉะนั้นทาง ศปม. โดยกองทัพไทย ได้รวบรวมค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าใช้จ่ายในเรื่องของการจัดตั้ง รพ.สนาม หรือค่าใช้จ่ายในเรื่องของการปฏิบัติงาน ในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หรือ การปฏิบัติงานในเวลากลางคืนเป็นเบี้ยเลี้ยง ซึ่งในหนังสือได้ระบุไว้แล้วว่าสามารถเบิกได้ไม่เกิน 7 ชม./ชม.ละ 60 บาท ไม่เกิน 420 บาท

แหล่งข่าวชี้แจงอีกว่า ทั้งหมดเป็นเรื่องการปฏิบัติงาน ซึ่งมีอยู่หลายส่วน อาทิ เจ้าหน้าที่ประจำสนามบินที่ดูแลในเรื่องคัดกรองบุคคล ทหารตำรวจที่ดูแล เรื่องปฏิบัติตามกฏหมาย เรื่องการดูตามแนวชายแดนทั้งทางบก-ทางน้ำ เรื่องการสกัดกั้นแรงงานต่างด้าว เรื่องการสนับสนุนการจัดตั้งรพ.สนาม ซึ่งจะมีงบหลายส่วน เป็นการดำเนินงานภายใต้ ศปม. ตั้งแต่ 24 มี.ค.63 เป็นต้นมา

โดยเป็นการดำเนินงาน 5 หน่วยงาน ทั้ง กองทัพไทย, กองทัพบก, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะมีกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้ ศปม. กว่า 1 แสนคน ซึ่งรวมถึงการเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ การจัดตั้งรพ.สนาม และ รพ.เฉพาะโรค รวมถึงการจัดบุคคลกรทำงานในสนามบิน สถานที่ท่องเที่ยง ชายแดน สถานที่ควบคุมโรค และจังหวัดสมุทรสาคร ที่ทำงานนอกเวลาราชการกำหนดก็ต้องเบิกให้ เป็นต้น ในส่วนของทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเองที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลที่มีความเสี่ยงก็เบิกงบจากส่วนนี้เช่นกัน

“ทำไมถึงต้องมีงบกลาง หลังจากงบประมาณถูกจัดสรรไปแต่ละกระทรวงแล้ว จากนั้นจะต้องจัดสรรงบกลาง เพื่อใช้ในเรื่องของภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลที่ใช้ในเรื่องการบรรเทาสาธารณภัย เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง เร่งด่วน ที่ต้องทำ และปัจจุบันรัฐบาลต้องนำงบกลางมาใช้ในภาวะเร่งด่วนในเรื่องการแก้ไขปัญหาเรื่องของโรคระบาด ถือว่าเป็นงบกลางที่จะใช้ต้องขออนุมัติใช้ผ่านครม.” แหล่งข่าวกลาโหม ระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน