เพื่อนบ้าน เล่านาทียายถูกชายเร่ร่อนบุกบ้าน มัดมือปิดปาก ก่อเหตุย่ำยี ด้านหลานเผย จะพายายไปอยู่ด้วย หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย

กรณีหญิงสูงอายุถูกทำร้ายร่างกาย มัดมือมัดเท้า และถูกเทปปิดปาก ในบ้านพัก ซอยฟามวัฒนา ถนนพระราม4 สอบถามเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายเร่ร่อน แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีดำ ส่วนหญิงรายดังกล่าวได้รับบาดเจ็บบริเวณปาก ทั้งนี้มีทรัพย์สินสูญหายนั่นคือสร้อยพระที่ห้อยที่คอ คาดว่าผู้ก่อเหตุเข้ามาข่มขืน จึงพาตัวหญิงรายดังกล่าวไปที่ สน.คลองตัน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

วันที่ 5 ก.ค. 67 พ.ต.อ.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ ผกก.สน.คลองตัน กล่าวว่า หลังสอบปากคำ คุณยายเล่าให้ฟังว่าพักอาศัยอยู่บ้านคนเดียว โดยเปิดเป็นร้านขายของชำ ปกติจะเปิดช่วงเวลา 05.00 – 06.00 น. เพื่อใส่บาตรตอนเช้า แต่มีคนร้ายทำทีเข้ามาซื้อของ แล้วแอบไปซ่อนตัวบริเวณชั้น 2 ของบ้านโดยคุณยายไม่ทราบ

เมื่อคุณยายเดินขึ้นไปไหว้พระชั้น 2 คนร้ายพยายามใช้กำลังผลักเข้าไปในห้องนอน ก่อนใช้เทปมัดมือ เท้า และปาก อีกทั้งยังต่อยบริเวณหน้า 1 ครั้ง ก่อนนำทรัพย์สิน ซึ่งเป็นสร้อยพระ 5 เส้น มูลค่าประมาณ 5,000 บาท กระโดดจากชั้น 2 หลบหนีไป

ซึ่งคุณยายระบุว่า คนร้ายอายุประมาณ 40 – 50 ปี แต่งกายคล้ายคนเร่ร่อน และยืนยันว่าจำหน้าคนร้ายได้ อย่างไรก็ตามคุณยายบอกว่าเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ ตำรวจจึงนำตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนจะมีการทำอนาจารหรือไม่ ต้องรอแพทย์ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้านคุณต้อย เพื่อนบ้าน วัย 63 ปี กล่าวว่า ตนจะออกมาขายของบริเวณด้านหน้าบ้านของคุณยายทุกเช้าตามปกติ ซึ่งวันนี้เป็นวันพระ คุณยายก็มาซื้อน้ำเต้าหู้ และตนได้สั่งข้าวใส่บาตรกับยายเอาไว้ หลังจากที่คุณยายนำข้าวมาให้ตนก็กลับเข้าบ้านไป แล้วก็หายไปเลย

จากนั้นก็มีลูกค้ามาซื้อของที่ร้านของยาย แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ ไม่เดินออกมา กระทั่งเพื่อนบ้านเรียกว่าให้ออกมาใส่บาตรเนื่องจากพระมาแล้ว แต่คุณยายก็ไม่ออกมา จึงเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ก่อนที่นายแบ๋ม เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ มาซื้อน้ำเต้าหู้ร้านตน แต่ตนไม่มีเงินทอน ตนจึงให้นายแบ๋มไปแลกเงินกับร้านคุณยาย เรียกอยู่นานแต่คุณยายก็ไม่ออกมา จึงไปเรียกเพื่อนที่เป็นผู้หญิงให้ขึ้นไปดูด้วยกัน

เมื่อขึ้นไปจึงเห็นว่ายายนอนคว่ำหน้าอยู่ ตอนแรกเข้าใจว่าคุณยายน็อกเป็นลม จึงเรียกรถพยาบาล แต่เมื่อเปิดไฟ และหน้าต่าง จึงเห็นว่าคุณยายโดนมัดมืออยู่ รวมทั้งมีผ้าขี้ริ้วยัดปาก และเทปใสปิดปากทับอีกครั้ง มีเชือกฟางรัดคอ และอยู่ในสภาพหายใจรวยริน อีกทั้งกางเกงยังถูกถอดออก ทั้ง 2 คนต่างตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยให้มาช่วยเหลือ

โดยยาย เล่าให้ตนฟังว่า ผู้ก่อเหตุลักษณะคล้ายคนเร่ร่อน ร่างใหญ่ มีหนวดมีเครา เข้ามาทำทีมาซื้อของ ก่อนจะผลักคุณยายให้ขึ้นไปบนบ้านชั้น 2 ของบ้าน คุณยายก็บอกไปว่า ถ้าหากว่าจะเอาเงินจะลงไปเอาให้ แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟัง ลากคุณยายขึ้นไปเลย ก่อนจะชกเข้าที่หน้า 1 ครั้ง จนเลือดไหล ก่อนจะถอดเสื้อผ้าและขึ้นคร่อมคุณยาย

ซึ่งคุณยายก็รู้สึกสับสนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาสอบปากคำ ในระหว่างที่นั่งอยู่ก็พบว่ามีรอยคราบน้ำอสุจิติดอยู่ที่กางเกง ซึ่งจากที่ตนดูทั้งคราบ สี และกลิ่น คล้ายกับน้ำอสุจิจริง ๆ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บไปเป็นหลักฐาน ทั้งนี้จากการสอบถามคุณยายว่าได้รับบาดเจ็บส่วนไหนอีกหรือไม่ คุณยายบอกว่าเจ็บบริเวณหลังเท่านั้น

ทั้งนี้ตนคิดว่าหากไม่มีใครเข้าไปช่วยเหลือ ยายคงเสียชีวิต เนื่องจากตอนที่ไปถึงคุณยายมีสภาพหายใจรวยริน เนื่องจากถูกปิดปาก ทำให้หายใจไม่ออก

อย่างไรก็ตาม ทุกคนรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากเพราะช่วงที่เกิดเหตุ ก็มีคนอยู่บริเวณหน้าบ้านของคุณยายประมาณ 3-4 คน แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นเลย

ทั้งนี้ตนคิดว่าคนร้ายออกไปทางบริเวณด้านหลัง เพราะด้านหลังมีบ้านอยู่หลังหนึ่งที่ไม่มีคนอยู่ และเพื่อนบ้านอีกหลังหนึ่งได้ยินเสียงบริเวณหลังคา เพราะหากออกข้างหน้าต้องมีคนเห็นแน่นอน

ขณะที่คุณดำ หลานสาว เล่าให้ฟังว่า เมื่อตนทราบข่าวตนก็ตกใจมาก จึงรีบเดินทางมายังบ้านของคุณยาย แต่ยังไม่ได้พูดคุยกัน คุณยายอาศัยอยู่อยู่ที่นี่กับสามีมาประมาณ 30 ปี แต่สามีคุณยายเพิ่งเสียไปเมื่อช่วงโควิด-19 พยายามจะพาคุณยายไปอยู่ที่บ้านตนแถวพุทธมณฑล ด้วยแต่คุณยายไม่ยอมทิ้งที่นี่ไป

ตนจึงนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้ เพื่อจับภาพบริเวณทางเข้าด้านหน้าบ้าน แต่คุณยายบอกว่าเปลืองไฟกลัวไฟฟ้าชอร์ต จึงถอดปลั๊กออก ทั้งนี้ตนต้องขอบคุณเพื่อนบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือคุณยาย ซึ่งหลังจากนี้ตนก็จะพาคุณยายไปอยู่ที่บ้านด้วยเพื่อความปลอดภัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน