นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้ บมจ. ธนาคารกรุงไทย ว่า การทำงานของธนาคารกรุงไทยในช่วงที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ แม้ว่ากำไรจะปรับลดลงไปบ้าง จากปัญหาของลูกค้าบางราย แต่ยืนยันว่ากำไรแม้จะเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ใช่สำคัญที่สุด เพราะเป้าหมายสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลืองานของรัฐบาลให้เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธนาคารกรุงไทย ร่วมมือกับกระทรวงการคลังและสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ในการดำเนินโครงการสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรผู้มีรายได้น้อย (บัตรคนจน) ซึ่งกรุงไทยทำหน้าที่ได้ดีด้วยการนำเทคโนโลยีที่มีอยู่ออกมาใช้และนำไปสู่ความร่วมมือในมุมต่างๆ ซึ่งหลังจากนี้กรุงไทยจะต้องกลับไปเร่งขยายแนวทางการให้บริการไปยังประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั้งประเทศในลักษณะเดียวกับผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้สามารถรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลได้ทันที
“บัตรคนจนเฟสแรกดำเนินการไปแล้ว และตอนนี้กำลังดำเนินการเฟสที่ 2 อยู่ โดยกรุงไทยต้องทำมากกว่านี้คือการขยายให้ประชาชนกลุ่มต่างๆ ทั้งประเทศสามารถรับสวัสดิการจากภาครัฐ เพื่อให้เมื่อรัฐบาลมีการปล่อยงบประมาณ หรือการช่วยเหลือต่างๆ ลงมา ประชาชนกลุ่มเป้าหมายจะสามารถรับความช่วยเหลือได้โดยตรง เป็นการป้องกันการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้อีกด้วย ซึ่งเรื่องนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือถึงแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน”นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวอีกว่า อีกภารกิจสำคัญของธนาคารกรุงไทยในอนาคต คือ การซ่อมจุดอ่อน โดยเฉพาะนโยบายที่ล้าสมัยไม่ทันเหตุการณ์ เพราะปัจจุบันวงการธนาคารต้องปรับตัว เนื่องจากธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงสูง ดังนั้นกรุงไทยก็ต้องปรับตัวให้เร็ว ทันเหตุการณ์ ทันเทคโนโลยี วิวัฒนาการทางการเงินใหม่ๆ เช่น บล็อกเชน รวมถึงธุรกรรมทางการเงินใหม่ๆ ด้วย
นอกจากนี้ ยังต้องมีการเสริมแกร่งด้วยการช่วยสร้างฐานอนาคตให้สอดรับกับสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ เช่น กรณีผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องไม่ใช่แค่การปล่อยสินเชื่อให้เท่านั้น แต่ต้องเข้าไปพัฒนาระบบ เสริมการเรียนรู้ให้ผู้ประกอบการ พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งตรงนี้ธนาคารกรุงไทยมีความเมหาะสมที่จะช่วยรัฐบาลในการเสริมสร้างในส่วนนี้ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง
“ไม่ใช่แค่การช่วยให้เอสเอ็มอีเกิดแล้วจบ แต่ต้องเข้าไปต่อยอด เช่น หาพาร์ตเนอร์ สร้างนวัตกรรม ช่วยเหลือให้คำปรึกษาด้านการเงิน ต้องดูช่วยให้เค้าอยู่ได้ ไปให้ถึงจุดที่สามารถทำธุรกิจไม่ ที่มากกว่าการให้สินเชื่อ” นายสมคิด กล่าว
ทั้งนี้ กรุงไทยยังต้องเข้าไปเป็นฐานการให้บริการทางการเงินที่สำคัญในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยจะต้องเป็นการทำงานในเชิงรุก และรวดเร็ว รวมไปถึงบริการสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องมีออกมาให้สอดคล้องตามความต้องการและใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงอีกด้วย
รองนายกฯ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การแข็งค่าของเงินบาทในขณะนี้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง มีการดูแลเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยมองว่าหากเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้น แล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปแทรกแซงทันที คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ส่วนตัวพูดเรื่องนี้มากคงไม่ดี แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงหากสหรัฐ มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย