พระบาง (ตอนแรก) : คอลัมน์รู้ไปโม้ด

พระบาง (ตอนแรก) : คอลัมน์รู้ไปโม้ด โดย…น้าชาติ ประชาชื่น

พระบาง (ตอนแรก) – น้าชาติ อยากทราบประวัติพระบางที่มาคู่กับพระแก้ว และอยู่ที่วัดใด มณีโชติ ถาม

พระบาง (ตอนแรก) – ตอบ มณีโชติ : ปัจจุบันพระบาง ประดิษฐาน ณ หอพระบาง พิพิธภัณฑ์เมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว ทั้งนี้ ย้อนไปรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงส่งกองทัพเข้ายึดครองอาณาจักรล้านช้าง ได้อาราธนาพระบางและพระแก้วมรกตมาประดิษฐานที่กรุงธนบุรี ตราบกระทั่งสมัยรัชกาลที่ 4 กรุงรัตนโกสินทร์ จึงอัญเชิญพระบางกลับหลวงพระบาง

พระบาง (ตอนแรก) 
พระบาง

พระบางเป็นพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร สูง 2 ศอก 7 นิ้ว (1.14 เมตร) หล่อด้วยสำริด (ทองคำผสม 90 เปอร์เซ็นต์) มีอายุอยู่ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 18 ถึงตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 19 ศิลปะเขมรแบบบายนตอนปลาย พุทธลักษณะ ประทับยืนยกพระหัตถ์ขึ้น นิ้วพระหัตถ์เรียบเสมอกัน พระพักตร์ค่อนข้างเป็นรูปสี่เหลี่ยม พระนลาฏกว้าง พระขนงเป็นรูปปีกกา พระเนตรเรียว พระนาสิกค่อนข้างแบน พระโอษฐ์บาง พระเศียรและพระเกตุมาลาเกลี้ยงสำหรับสวมเครื่องทรง บั้นพระองค์เล็ก พระโสภีใหญ่ ครองจีวรห่มคลุม แลเห็นแถบสบงและหน้านาง

พระบางเป็นพระพุทธรูปสำคัญของอาณาจักรล้าน ช้าง เดิมประดิษฐานอยู่ที่นครหลวงของอาณาจักรขอม ตำนานเล่าไว้ พระจุลนาคเถระได้สร้างพระบางขึ้นเมื่อพ.ศ.436 ที่กรุงลังกา เมื่อหล่อสำเร็จแล้วพระเถระเจ้าได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุแห่งองค์พระ สัมมาสัมพุทธเจ้าเข้าไว้ในองค์พระ 5 แห่ง คือ พระศอ พระนลาฏ พระชานุ พระอุระ และข้อพระกรทั้งสองข้าง เนื้อองค์พระบางมีน้ำหนักทองคำ ทองแดง และเงิน 52 กิโลกรัม 85 มิลลิกรัม สูง 4 คืบ (ประมาณ 1.14 เมตร) พระสุคตแต่ปลายพระเกศาถึงพระเมาลีอีก 7 นิ้ว ต่อมาเมื่อพ.ศ.1389 พระเจ้าจันทราชแห่งอินทปัตนคร (ขอม) ได้ไปขอพระบางจากพระเจ้าสุบินทราชาแห่งลังกาประเทศมาไว้ที่กรุงอินทปัตนคร

พระบาง (ตอนแรก) 

จนเมื่อพ.ศ.1902 พระเจ้าฟ้างุ้ม กษัตริย์แห่งล้านช้างซึ่งมีความเกี่ยวพันทางเครือญาติกับพระเจ้ากรุงเขมร มีพระราชประสงค์จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้ประดิษฐานมั่นคงในพระราชอาณาจักร จึงได้ทูลขอพระบางเพื่อมาประดิษฐาน ณ เมืองเชียงทอง นครหลวงของล้านช้างขณะนั้น เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้มให้ทูตไปขอพระพุทธศาสนาจากพระนครหลวงอินทปัตนครมาเป็น ศาสนาประจำชาติลาว กษัตริย์พระนครหลวงได้ให้พระมหาป่าสมันตเถระ พระมหาเทพลังกา พระสงฆ์อีก 20 รูป นักปราชญ์ผู้เจนจบพระไตรปิฎก อัญเชิญพระไตรปิฎก พระบาง และหน่อพระศรีมหาโพธิมาประดิษฐานยังเมืองเชียงทอง เมื่อถึงเมืองใดเจ้าเมืองจะแต่งเครื่องสักการบูชาต้อนรับ

จนกระทั่งถึงเมืองเวียงคำ (แถบนครเวียงจันทน์ในปัจจุบัน) พระยาเมืองขอพระบางไว้สักการะ พระมหาป่าสมันตระก็อนุญาตแล้วเดินทางต่อไปจนถึงเชียงทอง ได้ตั้งประดิษฐานพระพุทธศาสนาโดยมีพระเจ้าฟ้างุ้มและพระนางแก้วเก็งยา เป็นพุทธศาสนูปถัมภก พระองค์สร้างวัดป่าสมันต์ให้เป็นที่อยู่ของพระมหาเถระทั้งสองและเป็นวัดมาจน ทุกวันนี้

พระบาง (ตอนแรก) 

จวบจนพ.ศ.2043 รัชกาลพระเจ้าวิชุลราช (สำเนียงลาวว่า วิซุนนะลาด) ผู้เคยเป็นเจ้าเมืองเวียงคำมาก่อน โปรดให้อัญเชิญพระบางจากเมืองเวียงคำมายังพระนครเชียงทอง ทรงสร้าง วัดวิชุลมหาวิหารให้เป็นที่สถิต เป็นที่เคารพบูชาของพระบรมวงศ์และไพร่บ้านพลเมืองสืบมา ต่อมาจนพ.ศ.2101 เมื่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชย้ายเมืองหลวงไปอยู่นครเวียงจันทน์พร้อมกับ อัญเชิญเอาพระแก้วมรกตที่ได้มาจากพระนครเชียงใหม่ลงไปประดิษฐานไว้ และขนานนามนครเวียงจันทน์ว่า จันทบุรีศรีสัตนาคนหุตอุตมราชธานี ส่วนพระนครเชียงทองให้ขนานนามว่า พระนครศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว หลวงพระบางราชธานี แต่คนทั่วไปเรียกเพียงนครหลวงพระบาง ทั้งนี้ ก็เพราะพระบางประดิษฐานเป็นมิ่งขวัญแห่งพระนคร

พ.ศ.2257 เจ้าองค์รอง พระอนุชาต่างพระชนกของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 (เจ้าไชยองค์เว้) ครองนครหลวงพระบาง แต่ถูกพระเจ้ากิงกิสราชยกทัพมาตีแย่งเอานครหลวงพระบางไปได้ เจ้าองค์รองจึงอัญเชิญพระบางลงไปประดิษฐานที่นครเวียงจันทน์คู่กันกับพระ แก้วมรกต แต่พ.ศ.2321-2322 เกิดสงครามระหว่างกรุงธนบุรีกับกรุงศรีสัตนาคนหุต เมื่อสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกและเจ้าพระยาสุรสีห์ได้ชัยเหนือพระเจ้า สิริบุญสาร (องค์บุญ) ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางลงไปถวายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ฉบับพรุ่งนี้ (20 พ.ย.) อ่านความเชื่อที่นำสู่การอัญเชิญพระบางจากกรุงเทพฯ คืนหลวงพระบาง

 

คลิกอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

บทความก่อนหน้านี้ราศีใดความรักมีเกณฑ์สมหวังอย่างรวดเร็ว ดวงรอบสัปดาห์ (วันที่ 19-25 พ.ย.61)
บทความถัดไปเพนกวิน ไฮเวย์ มิตรภาพและความรัก : สดจากเยาวชน