หมอเปรม จี้ ‘ประเสริฐ’ เดินหน้าสอบ อดีตเลขาธิการ สกสค. ให้ถึงที่สุด บอกลาออกไม่ใช่จบ ย้ำ การใช้เงินหลวง-การบริหารราชการต้องมีผู้รับผิดชอบ
เมื่อวันที่ 21 ก.ค.2569 นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. กล่าวกรณี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ลงนามแต่งตั้ง นายสมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ให้รักษาราชการแทนเลขาธิการ สกสค. ตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา แทนนายพีระพันธ์ เหมะรัต ที่ลาออกว่า การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตนเปิดอภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลในการบริหารงานของอดีตเลขาธิการ สกสค. จนกลายเป็นแรงกดดันสำคัญ
นี่คือโอกาสสำคัญที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องสรรหาเลขาธิการ สกสค. คนใหม่ด้วยกระบวนการที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยที่ผ่านมา
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ขอเสนอว่าผู้ที่จะเข้ารับการสรรหาควรเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านการศึกษาโดยตรง ไม่ใช่บุคคลภายนอกที่ไม่มีความเข้าใจระบบงานของกระทรวงศึกษาธิการ
โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจที่อาจถูกตั้งข้อครหาว่า มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารงบประมาณ เช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ทั้งกรณีหนังสือเรียนขาดแคลนกว่า 2,000 โรงเรียน ทั้งที่เปิดภาคเรียนมาแล้วกว่า 1 เดือน ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์
กระทรวงศึกษาธิการ รวมถึงข้อร้องเรียนเรื่องการเบิกจ่ายเงินที่อาจไม่เป็นไปตามระเบียบ และการได้รับเงินซ้ำซ้อน จนอยู่ระหว่างการตรวจสอบภายในกระทรวง
เมื่อถามว่าควรมีการตรวจสอบย้อนหลังอดีตเลขาธิการ สกสค.หรือไม่ นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องจำเป็น เพราะการลาออกไม่ควรหมายถึงการสิ้นสุดความรับผิดชอบ หากพบว่ามีการใช้เงินหลวงผิดระเบียบ มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อราชการ ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบและเอาผิดตามกฎหมาย
“จะลาออกแล้วทุกอย่างจบไม่ได้ เงินหลวงต้องมีคนรับผิดชอบ และต้องทำให้เป็นบทเรียนกับผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งในอนาคต ผู้ที่จะเข้ามาเป็นเลขาธิการ สกสค. ควรยึดประโยชน์ของครู บุคลากรทางการศึกษา และประเทศชาติเป็นสำคัญ ไม่ใช่มององค์กรแห่งนี้เป็นช่องทางสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจ หรือใช้ตำแหน่งแสวงหาผลตอบแทนส่วนตัว” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า การตรวจสอบของวุฒิสภาในวาระกระทู้สดที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม และเมื่อเปิดสมัยประชุมวุฒิสภาในวันที่ 24 ส.ค.นี้ หากยังพบปัญหาหรือความไม่โปร่งใสในหน่วยงานของรัฐ ตนพร้อมใช้กลไกของวุฒิสภาเดินหน้าตรวจสอบและเป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ปัญหาที่สะสมมายาวนานถูกปล่อยผ่านอีกต่อไป