BAFS เผยผลการดำเนินงาน ไตรมาส 2/69 กำไร 60.5 ล้านบาท โต 8% เดินหน้าจ่ายปันผล 0.13 บาท/หุ้น รับแนวโน้มท่องเที่ยวครึ่งปีหลังยังสดใส
ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัท 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 839.5 ล้านบาท ส่งผลให้ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 212.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและการบริหารต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง
แม้ไตรมาส 2 อุตสาหกรรมการบินเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันอากาศยาน Jet A-1 ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้สายการบินบริหารกำลังการให้บริการอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่ความต้องการเดินทางระหว่างประเทศยังมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะช่วงปลายปีที่เข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 BAFS Group มีรายได้รวม 839.5 ล้านบาท ลดลง 4% ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8% อยู่ที่ 60.5 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.07 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ 6% ส่วน EBITDA อยู่ที่ 402.2 ล้านบาท ลดลง 5% จากปีก่อน โดยเป็นผลจากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนงวด 6 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 212.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% กำไรต่อหุ้น 0.29 บาท และอัตรากำไรสุทธิ 10% แม้รายได้รวมและ EBITDA ลดลงจากปีก่อน แต่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานลดลง 3% ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
คณะกรรมการบริษัทจึงอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.13 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569
ด้านการต่อสัญญาให้บริการน้ำมันอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งครบกำหนดในปี 2569 บริษัทได้รับแจ้งจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ให้สามารถประกอบกิจการต่อเนื่องภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิม จนกว่ากระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่จะแล้วเสร็จ ช่วยลดความไม่แน่นอนจากการสิ้นสุดสัญญา และสร้างความต่อเนื่องในการให้บริการแก่สายการบินและผู้โดยสาร พร้อมสนับสนุนเป้าหมายประเทศไทยสู่ศูนย์กลางการบิน หรือ Aviation Hub