ยายร้องขอความเป็นธรรม หลานวัย 14 ขี่จยย.กองดินกั้นน้ำท่วมริมถนน อาการโคม่า ก่อนเสียชีวิต ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ เผยหลังเกิดเหตุวันเดียว กองดินหายวับ ลั่นก่อนหน้านี้ทำไมไม่ทำ ทั้งที่เคยมีคนบาดเจ็บมาแล้ว แถมป้ายเตือน ไฟส่องสว่างก็ไม่มี
วันที่ 24 ต.ค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดประจำรัง ต.บางขนาก อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา หลังได้รับการร้อง น้องเฟสบุ๊ค วัย 14 ปี ประสบอุบัติเหตุขณะขี่รถจยย.กลับบ้าน ชนกองดินที่คาดว่านำมากั้นตอนน้ำท่วมและไม่มีสัญลักษณ์หรือป้ายเตือน ไฟส่องสว่างดับสนิท ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา ที่เกิดเหตุถนนเรียบคลองเขื่อนมุ่งหน้าบางน้ำเปรี้ยว หมู่ 1 ต.บางโรง อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา
นางอุษา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ยายของผู้เสียชีวิต เผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 18.30-19.00 น. ขณะที่หลานออกไปหาปลา และกำลังขี่รถจยย.กลับบ้าน แต่ระหว่างทางได้ประสบอุบัติเหตุชนเข้ากับกองดินที่อยู่ข้างถนน ซึ่งไม่มีสัญลักษณ์หรือป้ายแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบ ประกอบกับบริเวณดังกล่าวมีไฟส่องสว่างแต่ใช้งานไม่ได้ทำให้มองเห็นเส้นทางได้ยาก
หลังเกิดเหตุ ตนออกไปดูหลานพบสภาพนอนอยู่กลางถนน มีเลือดออกที่ศีรษะและมีอาการชักเกร็ง ตนรู้สึกเจ็บปวดกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ว่าจะดำเนินโครงการหรือก่อสร้างใดๆ ควรมีป้ายเตือน สัญลักษณ์ หรืออุปกรณ์สะท้อนแสงให้ชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนสามารถสังเกตเห็นสิ่งกีดขวางและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุได้
เท่าที่ตนทราบ ก่อนหน้านี้บริเวณดังกล่าวเคยเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บมาแล้ว และได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์กับหลานของตน หลังเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ปรากฏว่ามีหน่วยงานเข้ามาดำเนินการเคลียร์กองดินบริเวณข้างทางออกภายในวันเดียว ทำให้ญาติรู้สึกตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงไม่ดำเนินการป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ ทั้งที่เคยมีผู้ได้รับบาดเจ็บและมีการแจ้งปัญหาไปแล้ว เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่กรมชลประทานพยายามที่เข้ามาพูดคุยกับครอบครัวเกี่ยวกับแนวทางการเยียวยาแต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ
สำหรับอาการของหลานก่อนหน้าที่จะเสียชีวิตนั้นคือหลังเกิดเหตุหลานถูกนำตัวเข้ารับการรักษาและผ่าตัดกะโหลกศีรษะในคืนวันที่ 19 โดยการผ่าตัดเสร็จสิ้นในช่วงประมาณ 04.00 น. ของเช้าวันที่ 20 ต่อมาเวลาประมาณ 06.00 น. แพทย์แจ้งว่า หลานมีภาวะสมองตาย และยังคงมีการใช้เครื่องช่วยหายใจและยาเพื่อพยุงการทำงานของร่างกาย กระทั่งถึงวันพุธ อาการของหลานก็ทรุดหนักลง แพทย์จึงเข้ามาพูดคุยกับครอบครัวเกี่ยวกับการบริจาคอวัยวะเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยรายอื่น หลังจากปรึกษาหารือกันแล้ว จึงตัดสินใจบริจาค ลิ้นหัวใจและไตทั้งสองข้าง เพื่อส่งต่อโอกาสในการมีชีวิตให้กับผู้ป่วยคนอื่น ศพของน้องเฟสบุ๊คนั้น ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ วัดประจำรัง ต.บางขนาก อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา และจะมีการฌาปนกิจในวันพุธที่ 28 ต.ค. นี้
แม้ครอบครัวจะต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ยังตัดสินใจทำบุญครั้งสุดท้ายให้กับหลาน ด้วยการมอบอวัยวะเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่กำลังรอรับการรักษา จึงอยากฝากข้อเรียกร้องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ขอให้เร่งตรวจสอบสาเหตุและข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างรอบด้าน รวมถึงตรวจสอบการติดตั้งป้ายเตือนและไฟส่องสว่างบริเวณกองดินดังกล่าว ตลอดจนแนวทางการเยียวยาด้วย พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานตระหนักถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก ไม่ควรรอให้มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก่อนจึงเข้ามาดำเนินการ เพราะความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่สามารถย้อนกลับมาแก้ไขได้อีก
อย่างไรก็ตาม ญาติยังคงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และพิจารณาความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้สูญเสียในครั้งนี้