คณะอนุกลั่นกรอง ประชุมนัดแรก พิจารณาคำขอนิรโทษกรรม 23 เรื่อง จับตา คำร้อง ‘ทักษิณ’ 4 คดี ส่อไม่เข้าเกณฑ์นิรโทษฯ เหตุเป็นคดีทุจริต ไม่ใช่ชุมนุมการเมือง

จากกรณีมีรายงานข่าวภายในคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้แจ้งความเห็นอย่างไม่เป็นทางการต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย โดยระบุว่า คำร้องของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้วินิจฉัยสิทธิจาก 4 คดี ได้แก่ 1.คดีปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) จำนวน 4,000 ล้านบาท

2.คดีโครงการออกสลากพิเศษแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว (หวยบนดิน) 3.คดีแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและดาวเทียม (ไทยคม) 4.คดียึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท ให้ได้รับนิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 นั้น ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะได้รับนิรโทษกรรม

เนื่องจากทั้งหมดเป็นคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดเกี่ยวกับการทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ โดยเป็นการใช้อำนาจเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบสำหรับตนเองหรือผู้อื่น อันเข้าลักษณะการทุจริตตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

ล่าสุด เวลา 10.00 น. วันที่ 2 พ.ย. 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ได้นัดหมายกรรมการเพื่อประชุมกลั่นกรองเรื่องคำขอนิรโทษกรรม และประมวลรายละเอียดคดีชุมนุมทางการเมือง

ก่อนเตรียมสรุปและเสนอไปยังนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข (คณะกรรมการชุดใหญ่) เพื่อพิจารณาต่อไป

โดย นายปิยะศิริ กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า ในการประชุมวันนี้จะมีการพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และกฎหมาย เพื่อกลั่นกรองเรื่องที่หน่วยงานส่งให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัยชี้ขาด และคำร้องขอการนิรโทษกรรมจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้วเสนอความเห็นผลการพิจารณาให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาด

หรือส่งเรื่องกรณีที่คณะกรรมการไม่ต้องวินิจฉัยชี้ขาดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศาล สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ โดยจะมีทั้งการเรียกเอกสาร สิ่งของ หรือบุคคลมาให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริง หรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมอบหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุมวันนี้ของคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง นับว่าเป็นการประชุมครั้งที่ 1/2569 ภายหลังจากที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ได้เซ็นลงนามแต่งตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง ไปเมื่อวันที่ 24 ก.ย.69

โดยจะมีการนำเสนอวาระเข้าที่ประชุมทั้งหมด 23 เรื่อง ซึ่งมีการจับตาถึงจำนวนคดีทางการเมือง รายชื่อผู้ต้องขัง/ผู้ต้องหาในคดีชุมนุมทางการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมในห้วงวันที่ 1 ม.ค.2548 – 16 ก.ค.2568 (ยกเว้นความผิดตาม ม.112, คดีทุจริต, ความผิดต่อชีวิตและร่างกายอย่างร้ายแรง ม.297 และความผิดต่อส่วนตัว)

หากมีคุณสมบัติในพฤติการณ์ทางคดีผ่านเกณฑ์จะเป็นผู้ได้รับสิทธิประโยชน์ล้างมลทินนิรโทษกรรมทางคดีการเมือง นำไปสู่การลบทะเบียนประวัติอาชญากร หรือการยุติคดีในระบบ หรือการจำหน่ายคดีออกจากระบบศาล หรือปล่อยตัวผู้ต้องขังออกจากเรือนจำ/ทัณฑสถาน

โดยเฉพาะกรณีของนายทักษิณที่มีแนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่า ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ต่อ 4 คดีตามคำร้อง ถือเป็นคดีจากคดีการทุจริตในตำแหน่งหน้าที่ อันไม่เกี่ยวข้องหรือสืบเนื่องจากคดีชุมนุมทางการเมือง จึงอาจไม่เข้าข่ายได้นิรโทษกรรมทั้ง 4 คดี

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 2 คณะ ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองเรื่อง 2.คณะอนุกรรมการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟู สื่อสารสาธารณะและประชาสัมพันธ์

พร้อมทั้งให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลรายคดี และกำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ให้ชัดเจน ตลอดจนมอบฝ่ายเลขานุการฯ ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน