ครม.อนุมัติมาตรการค่าโดยสารร่วมรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เริ่ม 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2570 ค่าแรกเข้าไม่เกิน 17 บาท สูงสุดไม่เกิน 45 บาท/เที่ยว ตั้งกรอบงบฯ 5,807 ล้านบาท
วันที่ 3 พ.ย. 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติและรับทราบข้อเสนอตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ เพื่อดำเนินมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้า ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2570
มาตรการดังกล่าวกำหนดให้คิดค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และกำหนดค่าโดยสารรวมสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว โดยไม่เรียกเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อนเมื่อประชาชนเดินทางเชื่อมต่อระหว่างระบบรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชน
ทั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ในการประชุมครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2569 โดย ครม. มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ได้แก่ กรมการขนส่งทางราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เร่งดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด
สำหรับงบประมาณดำเนินมาตรการตลอดปี 2570 มีกรอบวงเงินรวม 5,807 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสาร 5,785 ล้านบาท และค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนให้ประชาชนต่อรายการธุรกรรม 22 ล้านบาท
โดยมอบหมายให้ สนข. เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 จากงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อใช้สนับสนุนประชาชนตามมาตรการดังกล่าว พร้อมทำหน้าที่เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการจ่ายเงินอุดหนุนตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
นอกจากนี้ ครม. ยังมอบหมายให้ รฟม. และ กทม. ซึ่งเป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ รวบรวมข้อมูลจำนวนผู้โดยสารและรายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากมาตรการ รวมถึงประเมินจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากการใช้มาตรการ (Induced Demand) หลังดำเนินการครบ 6 เดือน
ข้อมูลดังกล่าวจะนำไปใช้ประกอบการเจรจาแบ่งรายได้ค่าโดยสารกับผู้ประกอบการรถไฟฟ้า เพื่อให้ภาครัฐได้รับส่วนแบ่งรายได้ในสัดส่วนที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยให้รายงานผลการดำเนินงานต่อ ครม. ต่อไป