ในขณะที่ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นภัยที่กัดกร่อนสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงสร้างผลกระทบต่อผู้เสพและครอบครัว หากยังลุกลามไปสู่ปัญหาความรุนแรง อาชญากรรม และความไม่มั่นคงในชุมชน การแก้ปัญหานี้จึงไม่อาจพึ่งพาการปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “พลังของพื้นที่” ที่ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และสร้างระบบป้องกันที่ยั่งยืนจากรากฐานของชุมชนเอง

ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาศักยภาพพลังอำเภอ สู่การเป็นอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลในการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน เพื่อร่วมหาแนวทางในการแก้ปัญหายาเสพติดผ่านกลไกของชุมชน ตลอดจนการถอดบทเรียน และส่งต่อความสำเร็จโดยชุมชนต้นแบบ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 68 ที่โรมแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อธิบายว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ สสส. ดำเนินการภายใต้ “โครงการชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx)” สอดคล้องกับโมเดลของรัฐบาลใน “โครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ซึ่งมีกิจกรรมหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่การสแกนหาผู้ป่วยทั่วประเทศ การคัดกรองตามระดับความรุนแรงของปัญหา เพื่อกำหนดหน่วยงานเจ้าภาพรับผิดชอบ เช่น กลุ่มสีเขียว ให้ CBTx เข้ามาดูแลจัดค่ายบำบัด หรือส่งต่อเข้ารับการรักษาที่มินิธัญญารักษ์
เมื่อจำนวนผู้ติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น รัฐบาลจึงกำหนดนโยบายสำคัญ คือ ทำอย่างไรให้ “สีขาวไม่กลายเป็นสีเขียว” หรือป้องกันไม่ให้คนก้าวเข้าสู่การเสพ ต้องการเห็นความยั่งยืน ต่อเนื่อง มีคุณภาพ และปริมาณ โดยมีเป้าหมายให้การดำเนินงานครอบคลุมทั่วประเทศ และแก้ปัญหายาเสพติดให้เหลือน้อยที่สุด เพราะนี่คือปัญหาสังคมที่รุนแรง ส่งผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความปลอดภัยของประชาชน
“ในโครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ เรารวมองคาพยพทุกภาคส่วนราชการมาบูรณาการร่วมกัน ซึ่งสำนักงบประมาณเห็นด้วยเรื่องการใช้เงินบูรณาการเรื่องยาเสพติดต้องจริงจัง วันนี้มาเพื่อเดินไปในแนวเดียวกัน ศึกษาความคืบหน้าของแต่ละหน่วยงาน เพื่อนำแนวทางไปปรับใช้ สรุปว่า ในรัฐบาลชุดนี้ เราเดินหน้าทั้งปราบปราม ป้องกัน และบำบัด เพื่อคืนคนให้สังคมอย่างจริงจัง ที่สำคัญคือ ต้องไม่มีตัวเลขทิพย์ “

ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ให้ข้อมูลว่า ปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อทั้งสังคม ครอบครัว และชุมชนอย่างลึกซึ้ง การแก้ปัญหาจำเป็นต้องอาศัยทั้งกระบวนการทำงานแบบบูรณาการ มีส่วนร่วม และยึดพื้นที่เป็นฐาน โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพระดับอำเภอให้มีระบบจัดการที่เข้มแข็ง นำไปสู่การดูแล ป้องกัน บำบัดฟื้นฟู และสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ได้รับผลกระทบ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเครื่อข่ายภาคประชาสังคม
บทบาทของ สสส. คือการที่มีทั้งชุมชนต้นแบบ หน่วยงานต้นแบบ รวมพลังกันในรูปแบบของชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) รวมถึงคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) โดยแต่ละที่จะมีการรวมพลังกันทำสิ่งที่ดีและเป็นต้นแบบ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน สามารถถ่ายทอดวิธีการ การจัดการ กระบวนการต่างๆ ที่อาจมีความหลากหลาย แต่มีความสำเร็จเดียวกัน
“จุดที่เป็นรากฐานคือชุมชนและอำเภอ เพราะในอำเภอจะมีตั้งแต่นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ตำรวจ สาธารณสุข โรงพยาบาลชุมชน รพ.สต. ทั้งหมดต้องจับมือกันในการเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่มีความหลากหลาย ซึ่งตรงกับนโยบายรองนายกรัฐมนตรี ในการที่จะขับเคลื่อนจากพื้นที่ ความยั่งยืนก็จะเกิดจากแรงบันดาลใจของชุมชนเอง”

ตัวอย่างความสำเร็จของโครงการถูกถ่ายทอดผ่าน เฟิร์ส หนึ่งในผู้กล้าแห่งตำบลหนองโสน ผู้ที่เคยพลาดพลั้ง หลงเข้าไปในวงจรของการใช้สารเสพติดยาวนานถึง 14 ปี กระทั่งเขาได้เข้าร่วมโครงการหนองโสนโมเดล โดยการรวมพลังของผู้นำท้องถิ่น ที่ร่วมกันขับเคลื่อนงานชุมชนล้อมรักษ์ ในวิถีหนองโสนที่ใช้ชุมชนเป็นศูนย์กลางในการบำบัดฟื้นฟู และปรับพฤติกรรม พลังความร่วมมือที่สร้างสรรค์ การทำงานที่ใช้ความรัก ความเข้าใจ ส่งผลให้เฟริส์สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองได้ใน 3 เดือน
“สารเสพติดให้ความสุขระยะสั้น ถ้าเป็นไปได้อย่าลอง อย่ารู้ อย่าไปสนใจ มันไม่มีประโยชน์ สังคมรอบข้างจะมองเราไม่ดี อย่าแม้แต่จะคิดลองดีกว่า มันมีผลเสียมากกว่าได้ เราต้องเข้าใจว่ามันเป็นกับดักที่หลอกให้ความสุขกับเรา ถ้าเราคิดแบบนั้น เราจะไม่กล้าไปเหยียบมัน” เฟิร์ส ฝากทิ้งท้าย