อาการเจ็บคอ กลืนลำบาก หรือมีไข้บ่อยๆ บางครั้งอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงแค่อาการคออักเสบธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของ ทอนซิลอักเสบ ที่ซ่อนอยู่โดยไม่รู้ตัว

ยิ่งในยุคที่เราต้องเผชิญกับมลภาวะ ฝุ่นควัน การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงจากความเครียดและการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ร่างกายจึงอาจตอบสนองด้วยการอักเสบในส่วนเล็กๆ อย่าง ต่อมทอนซิล ซึ่งมีหน้าที่ดักจับเชื้อโรค แต่เมื่อมันทำงานหนักเกินไปจากเชื้อโรคที่สะสม หรือการติดเชื้อซ้ำซาก ต่อมทอนซิลก็อาจกลายเป็นจุดอ่อนของสุขภาพ และอาจนำไปสู่ภาวะเรื้อรังรบกวนคุณภาพชีวิตได้

เพื่อทำความเข้าใจโรคทอนซิลอักเสบให้มากขึ้น ตั้งแต่วิธีสังเกตอาการ การวินิจฉัย ไปจนถึงกระบวนการรักษาด้วยนวัตกรรมทางการแพทย์ จึงอยากชวนทุกคนไปพูดคุยกับ นพ. รุตติ ชุมทอง แพทย์ผู้ชำนาญการด้านผ่าตัดส่องกล้องโพรงจมูกไซนัส ภาวะนอนกรน หยุดหายใจ ผ่าตัดรักษามะเร็งศีรษะและลำคอ อนุสาขาเวชศาสตร์การนอนหลับ จากโรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่อที่จะมาช่วยไขข้อสงสัยว่า ต่อมทอนซิลคืออะไร ทำไมถึงอักเสบได้ง่าย และเราจะดูแลตนเองอย่างไรให้ห่างไกลจากปัญหานี้

ต่อมทอนซิลคืออะไร? ทำไมจึงสำคัญ

นพ. รุตติ อธิบายว่า ทอนซิล หรือ ต่อมทอนซิล (Tonsil) คือ เนื้อเยื่อในระบบน้ำเหลืองที่อยู่บริเวณช่องคอด้านใน มีหน้าที่สำคัญในการดักจับและต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก โดยเฉพาะในวัยเด็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ ทอนซิลจึงทำหน้าที่เสมือน ทหารแนวหน้า ของร่างกาย ที่ช่วยปกป้องไม่ให้เชื้อโรคผ่านเข้าสู่ระบบทางเดินอาหารหรือปอด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราโตขึ้นอายุประมาณ 12 ปี ระบบภูมิคุ้มกันส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น ระบบน้ำเหลือง ปอด และลำไส้ เริ่มแข็งแรงขึ้น และมีการจดจำสร้างภูมิคุ้มกันมากพอ บทบาทของทอนซิลก็จะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ และบางครั้งอาจกลายเป็นจุดที่เชื้อโรคสะสมได้ง่าย หรือมีการตอบสนองต่อการอักเสบที่มากเกินไป โดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ นอกจากทอนซิลแล้ว ยังมี ต่อมอะดีนอยด์ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อน้ำเหลืองอยู่หลังโพรงจมูก ที่มักพบในเด็กและอาจก่อให้เกิดปัญหาการหายใจในบริเวณจมูกได้เช่นกัน

อาการเจ็บคอธรรมดา สู่ภาวะเรื้อรังที่ไม่ควรมองข้าม

ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) มักเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียในบริเวณต่อมทอนซิล ซึ่งจะมีลักษณะอาการเจ็บคอ บวม แดง กลืนลำบาก และมีไข้สูง อาการเหล่านี้มักพบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งในผู้ใหญ่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ในบางรายอาจมีหนองหรือคราบขาวที่ต่อมทอนซิล เมื่ออาการรุนแรงขึ้นอาจมีต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณลำคอ ซึ่งในผู้ป่วยบางรายอาจเป็นเพียงอาการอักเสบเฉียบพลันที่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากเกิดอาการขึ้นบ่อยครั้งโดยไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและถูกวิธี ก็อาจกลายเป็นทอนซิลอักเสบเรื้อรัง เนื่องจากต่อมทอนซิลจะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค จนเกิดอาการอักเสบซ้ำๆ ส่งผลทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บคอบ่อย ป่วยง่าย และบางครั้งอาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น

  1. ฝีรอบต่อมทอนซิล ที่ทำให้เกิดอาการเจ็บรุนแรง เพดานปากและทอนซิลบวม กลืนไม่ได้ หายใจลำบาก
  2. การติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus group ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอาจส่งผลกระทบให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่นไข้รูมาติกทำให้หัวใจอักเสบ หรือไตอักเสบหลังการติดเชื้อที่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
  3. ภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ จากทอนซิลที่โตจนขวางทางเดินหายใจ

เทคโนโลยี Coblator ก้าวใหม่ของการรักษาทอนซิลอักเสบ ที่ตรงจุด เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว

ปัจจุบันการรักษาทอนซิลอักเสบสามารถแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่ 1. การรักษาด้วยยา จะใช้สำหรับกรณีผู้ป่วยที่มีอาการเฉียบพลัน โดยจะใช้ยาปฏิชีวนะและยาลดอาการร่วม 2. การผ่าตัดเอาทอนซิลออก สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการเรื้อรัง หรือต่อมทอนซิลโตจนขวางทางเดินหายใจ ทำให้นอนกรนหรือหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด โดยในปัจจุบันโรงพยาบาลกรุงเทพได้นำเทคโนโลยี Coblator (โคเบเตอร์) เข้ามาใช้ในการผ่าตัดเอาทอนซิลออกอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเจ็บปวด
นพ. รุตติ อธิบายเพิ่มเติมว่า Coblator เป็นอุปกรณ์ผ่าตัดที่ใช้คลื่นพลังงานพลาสม่าในการ จี้ตัด เนื้อเยื่อ โดยใช้อุณหภูมิต่ำกว่าการจี้ไฟฟ้าแบบดั้งเดิมถึงหลายเท่า จึงทำให้เนื้อเยื่อรอบข้างได้รับความเสียหายน้อยกว่า ส่งผลให้ลดอาการบวม เลือดออก และลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยี Coblator จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เพราะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น รับประทานอาหารได้เร็วขึ้น และลดระยะเวลาการพักฟื้น

“Coblator เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การผ่าตัดทอนซิลได้ตรงจุดมากขึ้น เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้เร็วกว่าเดิม ผู้ป่วยจึงสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้โรงพยาบาลกรุงเทพยังมีการใช้เทคโนโลยีอื่นๆ เข้ามาเสริม เพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย โดยมีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก คอยดูแลใกล้ชิดตลอดกระบวนการรักษา นพ. รุตติ กล่าวย้ำ

ทอนซิลอักเสบป้องกันได้ หากใส่ใจสุขภาพอย่างถูกวิธี

แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันจะก้าวหน้าเพียงใด แต่การป้องกันก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญและดีกว่าที่สุด ดังนั้นการดูแลสุขภาพคอและช่องปากอย่างถูกวิธีจึงช่วยลดโอกาสในการเกิดทอนซิลอักเสบได้ โดยผ่านวิธีการดูแลสุขอนามัยง่ายๆ เช่น ล้างมือบ่อยๆ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น และรับประทานอาหารที่สะอาด ไปจนถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย

นพ. รุตติ ย้ำว่า หากเริ่มมีอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก หรือมีไข้สูง ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะในเด็กที่มีภาวะนอนกรน หายใจติดขัดหรือเป็นหวัดเรื้อรัง เพราะอาจมีความเกี่ยวข้องกับต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ที่โตผิดปกติ ซึ่งหากปล่อยไว้อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว

หากเริ่มสงสัยว่ามีปัญหาทอนซิลอักเสบ ควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างถูกต้องตั้งแต่ต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามหรือกลายเป็นภาวะเรื้อรัง และวางแผนการรักษาที่ถูกต้องเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต นพ. รุตติ กล่าวทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน