ในโลกของรสหวานธรรมชาติ ‘น้ำตาลมะพร้าวบางแค’ จากอัมพวา จ.สมุทรสงคราม คือหนึ่งในชื่อที่อยู่คู่ครัวไทยมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ โดยมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ที่คุ้นเคยในตลาดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นตราเจดีย์ ตรากุหลาบแดง และตราเสน่ห์อัมพวา ซึ่งเบื้องหลังความหอมหวานนี้ คือ เส้นทางชีวิตของ คุณดวงตา พันธ์พงษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำตาลมะพร้าวบางแค จำกัด หญิงแกร่งที่เริ่มต้นธุรกิจจากศูนย์ โดยมีครอบครัวและทีมงานเป็นแรงสนับสนุนหลัก ทำให้ธุรกิจ ‘น้ำตาลมะพร้าวบางแค’ มาจนถึงวันนี้ได้ และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์น้ำตาลมะพร้าวบางแค ได้แก่ ตราเจดีย์ ตรากุหลาบแดง และตราเสน่ห์อัมพวา

เส้นทางของการดำเนินธุรกิจ ‘น้ำตาลมะพร้าวบางแค’ คุณดวงตาไม่ได้เป็นเพียงผู้บริหาร แต่เป็นต้นแบบของการเปลี่ยนคำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ ให้กลายเป็น ‘ทำได้จริง’ ด้วยความเชื่อมั่นในคุณค่าของคนไทยและพลังแห่งการไม่ยอมแพ้ เรื่องราวของคุณดวงตา จึงไม่ใช่แค่ความสำเร็จ แต่คือแรงบันดาลใจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ และการมีพันธมิตรทางการเงินที่เข้าใจและพร้อมสนับสนุนในทุกจังหวะของธุรกิจอย่างทีทีบี ก็ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ก้าวข้ามทุกวิกฤต และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

คุณสุกัญญา ตรีเสน่ห์จิต รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์ ลูกค้าเอสเอ็มอี ทีทีบี (ซ้าย) และคุณดวงตา พันธ์พงษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำตาลมะพร้าวบางแค จำกัด (ขวา)

จุดเปลี่ยนของ ‘น้ำตาลมะพร้าวบางแค’

คุณดวงตา เล่าที่มาของธุรกิจว่า แต่เดิมบริษัทเป็นเพียงผู้ซื้อและขายต่อเท่านั้น แต่หลังจากความต้องการในการซื้อ (Demand) เพิ่ม ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจำหน่าย (Supply) ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องเริ่มคิดว่าต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า ซึ่งจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ คือ ผู้ขายเดิมกลับไปขายให้กับลูกค้าของบริษัท ทำให้ต้องตัดสินใจลุกขึ้นมาเป็นผู้ผลิตอย่างเต็มตัว แม้ไม่คาดคิดว่าจะเป็นผู้ผลิต แต่เมื่อสถานการณ์บังคับ ก็ต้องเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไป

การเดินทางในช่วงแรกจึงเต็มไปด้วยอุปสรรค จากที่เคยเห็นชาวบ้านทำน้ำตาลมะพร้าวซึ่งแลดูง่าย แต่เมื่อถึงเวลาลงมือจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ต้องลองผิดลองถูกหลายสิบครั้งกว่าจะเริ่มเข้าใจ ทั้งเรื่องความเข้มข้น อุณหภูมิ และขั้นตอนการกวน แรงกดดันจากตลาดทำให้ต้องเร่งเรียนรู้ทุกขั้นตอนภายในเวลาไม่กี่เดือน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ทันกับผู้ผลิตรายเดิม

“ของเสียเกิดขึ้นเยอะมากในช่วงแรก แต่ทุกครั้งที่ล้มก็เรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการใหม่ จากนั้นจึงเริ่มทดสอบกับลูกค้า โดยค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนสินค้าของตัวเองจาก 10% เป็น 20% จนถึง 100% เมื่อลูกค้ายอมรับคุณภาพ จึงกลายเป็นแบรนด์เต็มตัวในที่สุด”

คุณดวงตา พันธ์พงษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำตาลมะพร้าวบางแค จำกัด

ต่อยอดแบรนด์ท้องถิ่นสู่ตลาดทั่วประเทศ

เพราะยืนอยู่บนรากฐานแบบดั้งเดิม แต่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดสมัยใหม่ น้ำตาลมะพร้าวบางแคจึงเลือกใช้โลโก้เดิมของรุ่นพ่อแม่เป็นจุดเริ่มต้น เพื่อสะท้อนคุณค่าดั้งเดิมและความผูกพันของแบรนด์ พร้อมปรับภาพลักษณ์ให้ร่วมสมัย สร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน

ในช่วงเปิดตลาดใหม่ คุณดวงตาและทีมงานใช้กลยุทธ์เชิงรุก ลงพื้นที่ตั้งแต่ตีสามเพื่อเข้าถึงตลาดสด แจกสินค้าตัวอย่างเพื่อสร้างการรับรู้และความมั่นใจ แม้ผู้บริโภคบางส่วนยังไม่กล้าลองใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร แต่บริษัทเลือกใช้วิธีติดตามผลอย่างใกล้ชิด รับผิดชอบคุณภาพเต็มที่ จนลูกค้าเริ่มเชื่อมั่นและนำสินค้าไปใช้ในอาหาร ขนม น้ำยำ และเครื่องปรุงต่าง ๆ สุดท้ายแบรนด์จึงก้าวสู่การเป็น “Community Product” ที่ผู้บริโภคทั่วประเทศรู้จักและยอมรับ

เมื่อเข้าสู่ช่วงขยายตลาด บริษัทตัดสินใจลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและรองรับความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมจับมือกับทีมการตลาดวางแผนกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคสำคัญ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ การลงทุนครั้งนี้ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยงและอาจขาดทุนในระยะเริ่มต้น แต่ถือเป็นการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์และขยายส่วนแบ่งตลาดในระยะยาว โรงงานใหม่จึงถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูง สามารถผลิตได้มากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานคุณภาพ โดยใช้บุคลากรที่มีประสบการณ์ควบคุมกระบวนการผลิตอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าและลดความซ้ำซ้อนของตลาด ผ่านการแบ่งแบรนด์ตามภูมิภาคอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ประกอบด้วย น้ำตาลชนิดพิเศษ น้ำตาลชนิดรอง และน้ำตาลกรวด ภายใต้
แบรนด์ที่แตกต่างกันไป ตามกลยุทธ์การขายในแต่ละพื้นที่ ได้แก่ ตราเจดีย์ และตรากุหลาบแดง เน้นโซนภาคตะวันออกและกรุงเทพ ส่วน เสน่ห์อัมพวา เน้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นหลัก โดยเน้นสีสันดูน่ารับประทาน เพื่อให้เข้ากับภาพลักษณ์ของสินค้าพื้นบ้านที่สะอาดและมีคุณภาพ

“ตลาดภาคกลางถือเป็นฐานที่แข็งแรงของบริษัท ขณะที่เสน่ห์อัมพวาเป็นแบรนด์ใหม่ที่ร่วมพัฒนากับทีมการตลาด เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ โดยยังคงยึดหลักไม่ลดคุณภาพแม้วัตถุดิบจะมีราคาสูงขึ้น ในแต่ละฤดูกาล บริษัทมีการสต๊อกวัตถุดิบไว้เพียงพอ เพื่อรับมือกับช่วงราคาผันผวนและป้องกันการขาดตลาด เราจะไม่ให้ลูกค้ารู้สึกว่าของขาด เพราะเรามีสินค้าสำรองไว้เสมอ เพื่อรักษาราคาและคุณภาพให้คงเดิม”

จากเตาเล็กๆ สู่โรงงานรักษ์โลก

โรงงานใช้เตาไร้ควันซึ่งพัฒนาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานเทคนิคสมัยใหม่ ไม่ก่อมลพิษ ไม่รบกวนชุมชน

คุณดวงตา ยังเผยอีกว่า โรงงานน้ำตาลมะพร้าวบางแคไม่เพียงโดดเด่นด้านคุณภาพสินค้า แต่ยังพยายามพัฒนาให้เป็นต้นแบบ ‘โรงงานสีเขียว’ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทุกขั้นตอน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ โรงงานใช้เตาไร้ควันที่พัฒนาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานเทคนิคสมัยใหม่ช่วยควบคุมอุณหภูมิและการเผาไหม้อย่างแม่นยำ ไม่ก่อมลพิษ ไม่รบกวนชุมชน พร้อมฝึกพนักงานให้ดูแลเตาอย่างเป็นระบบ เพื่อรักษามาตรฐาน รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งให้ความสำคัญกับการจัดการทรัพยากร โดยเฉพาะระบบน้ำที่ใช้ภายในโรงงาน มีการใช้ระบบถังเกรอะ ถังซึมธรรมชาติ ตามแบบของกรมควบคุมมลพิษ ทำให้น้ำที่ใช้เก็บอยู่ภายในโรงงาน 100% ไม่ปล่อยน้ำทิ้งออกนอกโรงงาน

โรงงานออกแบบเครื่องจักรและระบบยกอัตโนมัติ เพื่อรักษาคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน

ขณะเดียวกัน คุณดวงตาก็ไม่ละเลยเรื่อง ‘ความปลอดภัยของแรงงาน’ เธอจึงให้โรงงานออกแบบเครื่องจักร เพื่อช่วยผ่อนแรงพนักงาน ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ และรักษาคุณภาพการผลิตให้ได้มาตรฐาน แม้ต้องทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง แต่ทุกกระบวนการยังคงยึดมาตรฐานเดียวกัน คือ ‘สะอาด ปลอดภัย ตรวจสอบได้’ พร้อมย้ำว่าการลงทุนในระบบเหล่านี้คือการสร้างรากฐานระยะยาวให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง ไม่ใช่เพียงการทำเพื่อภาพลักษณ์โรงงานสีเขียว แต่เพื่อคุณค่าที่แท้จริงของแบรนด์

พลิกวิกฤตความหวาน ด้วยแรงหนุน ‘ทีทีบี’

ตลอดเส้นทางธุรกิจความหวานไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ คุณดวงตา เผยว่า วิกฤตโควิด-19 คือ บททดสอบครั้งใหญ่ เพราะอยู่ในช่วงการสร้างโรงงานใหม่ในปี 2560 ซึ่งเปิดดำเนินการได้ไม่นาน แต่กลับต้องเผชิญภาวะตลาดชะลอตัว ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ผนวกกับกระแสเงินสดเริ่มตึงตัว ซึ่งบริษัทก็ยังยืนหยัดได้ด้วยการปรับกลยุทธ์ สร้างแบรนด์ใหม่ควบคู่กับรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้อย่างเหนียวแน่น

ทีทีบี พาร์ตเนอร์คนสำคัญที่มาช่วยหนุนเสริมธุรกิจ ด้วย ‘โครงการสินเชื่อเพื่อ SME’

ท่ามกลางวิกฤต ทีทีบี ได้ยื่นมือมาช่วยในจังหวะสำคัญ ด้วย ‘โครงการสินเชื่อเพื่อ SME’ พร้อมคำแนะนำด้านการบริหารการเงิน ทำให้บริษัทเพิ่มสภาพคล่องและสามารถขยับขยายธุรกิจต่อได้ โดยมุ่งรักษามาตรฐานสินค้า รวมถึงเสถียรภาพของแบรนด์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ถือเป็นแรงสนับสนุนที่ช่วยพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส

“การที่ ทีทีบี เข้ามาช่วยในช่วงเวลาสำคัญ ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้บริษัทกลับมาตั้งหลักได้ เพราะสามารถนำเงินทุนไปสำรองวัตถุดิบ รักษาราคาขายเดิมที่ไม่กระทบผู้บริโภค พร้อมวางแผนต่อยอดธุรกิจในอนาคต โดยมองเป้าหมายไปที่การขยายตลาดและพัฒนาสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง”

ก้าวต่อไป มุ่งเติบโตยั่งยืน

แรงบันดาลใจสำคัญของหญิงแกร่งท่านนี้ คือ คำสอนของผู้บริหารท่านหนึ่งที่ว่า ‘คนเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง 100% แล้วค่อยลงมือทำ แต่ต้องลงมือทำเต็ม 100% ในสิ่งที่เรารู้’ พร้อมผลักดันให้ลุกขึ้นขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมั่นคง ผ่านการเรียนรู้จากทุกอุปสรรคด้วยความอดทน โดยเชื่อว่าธุรกิจจะอยู่ได้ต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงไม่หยุด เพราะธุรกิจที่ยั่งยืน คือ ธุรกิจที่เรียนรู้และพร้อมปรับตัวได้ตลอดเวลา

น้ำตาลมะพร้าวบางแคมุ่งยกระดับกระบวนการผลิต พร้อมขยายตลาด เพื่อการเติบโตในระยะยาว

จากแนวคิดเรียบง่ายแต่ทรงพลัง มาวันนี้ ‘น้ำตาลมะพร้าวบางแค’ กำลังยกระดับกระบวนการผลิตให้แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้คู่ค้าร่วมพัฒนาหากมีแนวทางสอดคล้องกัน เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ขณะเดียวกัน ตลาดออนไลน์ยังคงอยู่ในช่วงวางระบบ ทั้งด้านบุคลากร การจัดการสินค้าคงคลัง ดังนั้น จึงเน้นการจำหน่ายผ่านพ่อค้าส่ง (Wholesaler) รวมถึงกลุ่ม B2B เป็นหลัก เพื่อรักษาคุณภาพและเสถียรภาพทางธุรกิจระหว่างการปรับตัว

ด้านสิ่งแวดล้อม บริษัทวางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงงาน ลดการใช้พลังงาน และเสริมภาพลักษณ์องค์กรสีเขียว ควบคู่กับการพัฒนานวัตกรรมให้ร่วมสมัย โดยยังคงรักษาเสน่ห์ความเป็นสินค้าท้องถิ่นไว้อย่างครบถ้วน

“เพราะความยั่งยืนต้องเริ่มจากการบริหารในชีวิตประจำวัน ผู้บริหารต้องตามโลกให้ทัน แม้จะเป็นธุรกิจท้องถิ่นก็ต้องรู้เทรนด์ตลาดเสมอ อีกทั้งเราทำธุรกิจบนพื้นฐานของความเข้าใจและความรักในสิ่งที่ทำ เราจึงมีความสุขที่ได้เห็นแบรนด์ไทยเล็ก ๆ เติบโตอย่างโปร่งใส และอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน”

“ธุรกิจน้ำตาลมะพร้าวบางแค” เดินหน้าสู่ความสำเร็จได้อย่างมั่นคง เพราะมีพันธมิตรที่เข้าใจและพร้อมสนับสนุนในทุกจังหวะของการเติบโต การมี ‘ทีทีบี’ อยู่เคียงข้าง ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสนับสนุนด้านการเงิน แต่คือการร่วมสร้างโอกาสใหม่ให้กับธุรกิจ

ในบทบาทของที่ปรึกษาทางธุรกิจ ‘ทีทีบี’ ช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการขยายตลาด เสริมศักยภาพในการแข่งขัน และสนับสนุนการเติบโตอย่างมีทิศทาง ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ‘ทีทีบี’ คือแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างคล่องตัว พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืนในทุกช่วงเวลา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน