เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้นและเทคโนโลยีกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กไทย โจทย์ใหญ่ที่สังคมต้องเผชิญคือการสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะชีวิตให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ ‘การเล่น’ ถูกยกระดับจากการเป็นเพียงกิจกรรมสันทนาการ สู่การเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาสุขภาวะและเติมเต็มศักยภาพของเด็กไทยในทุกมิติ
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงเดินหน้าขับเคลื่อนประเด็นเด็ก-เยาวชนอย่างจริงจัง ผ่านการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็กในศตวรรษที่ 21 ล่าสุดจัดเวทีเสวนา ‘เด็กรักสนุก เล่นง่าย ได้เรียนรู้’ เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 เพื่อชวนภาคีเครือข่าย นักวิชาการ และสังคม ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองว่า ‘การเล่น’ สามารถช่วยพัฒนาเด็ก ลดพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงเสริมสร้างสุขภาวะได้อย่างไร

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส.
นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. เผยสถานการณ์พฤติกรรมเสี่ยงของเยาวชนไทยในปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง แม้ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 ระบุว่าตัวเลขการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์-สูบบุหรี่ในภาพรวมลดลง แต่กลับพบจุดวิกฤตใหม่ คือการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของบุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มวัยรุ่นและผู้หญิง การพนันออนไลน์ที่เข้าถึงง่ายจนทำให้เกิดนักพนันหน้าใหม่ตั้งแต่อายุยังน้อย รวมถึงปัญหาอุบัติเหตุทางถนนจากการดื่มแล้วขับยังคงเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในช่วงเทศกาล
เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด สสส. จึงใช้โอกาสนี้ขับเคลื่อนงานเชิงรุกผ่านกิจกรรม ‘เด็กรักสนุก เล่นง่าย ได้เรียนรู้’ โดยดึงภาคีเครือข่ายมาร่วมสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สอดคล้องกับยุคสมัย พร้อมเปลี่ยนวิธีรณรงค์ใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่เคยเน้นเพียงการสอนเรื่องโทษและพิษภัยของสิ่งเสพติดเพียงอย่างเดียว แนวทางใหม่นี้มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็กที่ชอบความสนุกและอิสระ โดยใช้การเล่นเป็นสื่อกลางสอดแทรกเนื้อหาสำคัญ เพื่อให้เด็กซึมซับทักษะชีวิตด้วยความสุข

ขณะเดียวกัน สสส. มุ่งหวังให้กิจกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่กระตุ้นให้ครอบครัว-ชุมชน หันมาสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ใกล้ตัว ไม่ปล่อยให้บุตรหลานใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอเพียงลำพัง ซึ่งจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ ปลอดภัยจากสิ่งมัวเมา สามารถปรับตัวอยู่ในสังคมยุคใหม่ได้อย่างเท่าทันและมีความสุขในระยะยาว
“ในยุคปัจจุบันเราบังคับให้เด็กเรียนรู้ไม่ได้ แต่เราต้องสร้างพื้นที่เล่นที่ปลอดภัยให้เขาซึมซับทักษะชีวิตด้วยความสมัครใจ การเล่นจะช่วยสอดแทรกเนื้อหาการรู้เท่าทันเทคโนโลยีและพิษภัยของสิ่งเสพติดได้อย่างแนบเนียน ช่วยเปลี่ยนทัศนคติและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ เติบโตไปเป็นอนาคตที่มีคุณภาพของชาติ” นายวิเชษฐ์ ทิ้งท้าย