จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 ยังคงทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง เวทีการประชุมระดับชาติว่าด้วย มลพิษทางอากาศ PM2.5 ครั้งที่ 2 (Thailand National PM2.5 Forum #2)” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 มกราคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ได้ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ โดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายกว่า 200 หน่วยงาน ได้สรุปบทเรียนและข้อเสนอเชิงนโยบาย 8 ประการ พร้อมด้วยเวทีเสวนาฝุ่นควัน EP2 รัฐบาลใหม่ กับ ...อากาศสะอาดเพื่อสุขภาพ โดยมีผู้แทนจาก 7 พรรคการเมือง มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนร่วมผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ให้มีผลบังคับใช้ เพื่อขับเคลื่อนจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า สู่การจัดการเชิงระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงผลกระทบปลายทาง เพื่อยกระดับการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 ของประเทศอย่างยั่งยืน

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายร่วมกันในการ “เปลี่ยนระบบ เชื่อมข้อมูล และขับเคลื่อนอากาศสะอาดอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” โดยภาคีเครือข่ายเห็นพ้องร่วมกันประกาศเสนอ 8 มาตรการสำคัญเพื่อแก้ปัญหา PM2.5 ดังนี้ 1. ปรับจากแก้เฉพาะหน้าเป็นจัดการเชิงระบบ ครอบคลุมต้นทาง กลางทาง และปลายทาง 2. ยกระดับข้อมูล จากรายงานย้อนหลังสู่การคาดการณ์และป้องกัน โดยเน้นพื้นที่เสี่ยงเผาในภาคเกษตรและป่าไม้ 3. สร้างกลไกทำงานข้ามหน่วยงาน พร้อมติดตามประเมินผลโปร่งใส 4. กระจายอำนาจจัดการไฟป่าและฝุ่น กำหนดบทบาทร่วมของรัฐ ท้องถิ่น วิชาการ และเอกชน โดยธุรกิจในห่วงโซ่ผลิตต้องรับผิดชอบผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม 5. ปฏิรูปเกษตรและการจัดการไฟ ลดการเผา หนุนเทคโนโลยีทางเลือกและมาตรการช่วยเกษตรกร พร้อมแยกประเภทไฟให้เป็นธรรม 6. ยกระดับมาตรฐานอากาศและคุ้มครองสุขภาพ ผลักดัน “ห้องปลอดฝุ่น” ในศูนย์เด็กเล็ก โรงเรียน และอาคารสาธารณะ 7. เปิดข้อมูลให้โปร่งใสและประชาชนมีส่วนร่วม ทั้งข้อมูลฝุ่น งบประมาณ และผลดำเนินงาน และ 8. ขับเคลื่อนความร่วมมือข้ามพรมแดน บนฐานข้อมูลที่เท่าเทียมและมาตรการรอบด้าน เพื่อความยั่งยืนและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ประเทศไทยรอไม่ได้อีกต่อไป เพราะ PM2.5 คร่าชีวิต และบั่นทอนสุขภาพอนาคตของคนรุ่นใหม่ โดยสิ่งที่ขาดไม่ใช่ความรู้ แต่คือการตัดสินใจและลงมือทำอย่างจริงจัง ...อากาศสะอาด ต้องไม่เป็นเพียงนโยบายในฤดูเลือกตั้ง แต่ต้องเป็นพันธกิจของรัฐบาลและรัฐสภาในทุกวัน เพื่อคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของประชาชนในการมีอากาศที่สะอาดอย่างแท้จริง ประธานสภาลมหายใจกรุงเทพฯ กล่าว

นายเผด็จ ลายทอง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวรับข้อเสนอเชิงนโยบายว่า เวทีนี้ช่วยให้เห็นถึงปัญหา PM2.5 ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อน เชื่อมโยงทั้งทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพ เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของประชาชน ซึ่งการแก้ไขปัญหาไม่อาจทำได้โดยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือในทุกภาคส่วน รวมถึงการผลักดันกลไกสำคัญของประเทศ อาทิ พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดย ทส.พร้อมรับข้อเสนอทั้งหมดไปขับเคลื่อนต่อ เพื่อมุ่งสู่การแก้ปัญหาเชิงระบบอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้มีการมอบรางวัล “Air Novation Pitching Challenge” ซึ่งเป็นกิจกรรมการแข่งขันนำเสนอผลงานนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนสิทธิในการเข้าถึงอากาศสะอาดอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. เป็นผู้มอบรางวัล ซึ่งรางวัลชนะเลิศ คือ ผลงาน E-Smoke Buster จากทีม ROADSIDE PM มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ผลงาน PEEP จากทีม Fire fa pover มศว. รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือผลงาน สบายบัส จากทีมสบายบัส จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรางวัลชมเชย 3 รางวัล ได้แก่ ผลงาน TAMATAMAI จากทีม TAMATAMAI (ทามาทาไม) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผลงาน New nose Air clean จากทีม Next-Gen Breath Tech มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม และผลงาน Spiruline Air จากทีม Green loop มศว.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน