เมื่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้มีเพียงด้านสว่างที่เป็นแหล่งเรียนรู้ แต่ยังเป็นอาวุธชนิดใหม่ของโจรยุคไฮเทค สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงผนึกภาคีเครือข่าย จัดงาน Safer Internet Day Thailand 2026 (SIDTH 2026) ภายใต้แนวคิด ‘Too Good to be True ไม่ใช่ทุกสิ่งที่เห็นบนโลกออนไลน์จะเป็นเรื่องจริง’ เพื่อประกาศสงครามกับโจรยุคไฮเทคที่ใช้ AI เป็นอาวุธล่อลวงกลุ่มเปราะบาง

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส.

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่น่ากังวลว่า ปัจจุบันภัยคุกคามไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสูญเสียทรัพย์สิน ทว่าลุกลามไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ และการใช้ AI สร้างข้อมูลสุขภาพปลอมเพื่อมอมเมาประชาชน เช่น การลักลอบนำบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่ออนไลน์ของเยาวชน ปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาวะทางดิจิทัล ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพกาย-จิตใจ

อย่างไรก็ตาม ในบทบาทขององค์กรสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ได้นำยุทธศาสตร์ ‘สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา’ มาใช้เพื่อรับมือกับวิกฤตนี้ โดยการประสานพลังระหว่าง 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ ภาคประชาชน-ประชาสังคม ภาควิชาการ รวมถึงภาคนโยบายจากหน่วยงานรัฐ เพื่อสร้างกลไกการเฝ้าระวังและการกำกับดูแล AI อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการผลักดันนวัตกรรมป้องกันภัย เช่น ซิมมือถือปลอดภัยสำหรับเด็ก เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ไว้วางใจได้

ขณะเดียวกัน งาน SIDTH 2026 เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการผนึกกำลังครั้งใหญ่ เพื่อแสดงให้เห็นว่าความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ตไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการกำกับดูแลเชิงนโยบายควบคู่ไปกับการสร้างนวัตกรรมป้องกันภัยที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เทคโนโลยี AI กลายเป็นเครื่องมือส่งเสริมการเรียนรู้มากกว่าจะเป็นเครื่องมือทำลายสังคม

วันนี้โจรเปลี่ยนรูปแบบเป็นโจรทางดิจิทัลที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบาง ทั้งสแกมเมอร์ที่หลอกลวงเงิน หรือการล่วงละเมิดทางเพศเด็กออนไลน์ เราจึงต้องร่วมกันสร้างสุขภาวะทางดิจิทัล ผ่านพลังสามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา เพื่อปกป้องทั้งเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงออนไลน์ให้ได้อย่างเป็นรูปธรรมผู้จัดการกองทุน สสส. เผย

รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย

ทางด้าน รศ.จุมพล รอดคำดี ประธานเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย ระบุข้อมูลที่น่าตกใจว่า ประเทศไทยพบสถิติอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสะสมกว่า 2.7 แสนคดี สร้างความเสียหายมหาศาลรวมกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันประเทศไทยยังติดอันดับ 2 ของโลกในด้านการกลั่นแกล้งทางไซเบอร์ โดยพบว่าเด็ก-เยาวชนกว่าร้อยละ 55 เคยประสบปัญหานี้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อจิตใจอย่างรุนแรง

ด้วยเหตุนี้ งาน SIDTH 2026 จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิกฤตดังกล่าวผ่าน 6 วัตถุประสงค์หลัก ทั้งการสร้างความตระหนักรู้ให้คนไทย ‘คิดก่อนคลิก’ การส่งเสริมความเท่าทัน AI รวมถึงการกระตุ้นความรับผิดชอบของเจ้าของแพลตฟอร์ม การเปิดพื้นที่ให้กลุ่มเปราะบางได้มีส่วนร่วมออกแบบความปลอดภัย พร้อมการผลักดันให้เป็นวาระแห่งชาติ ควบคู่กับระดับมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล โดยกิจกรรมจะจัดขึ้นต่อเนื่องตลอดเดือนกุมภาพันธ์ใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ ราชบุรี สงขลา เชียงใหม่ และขอนแก่น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

เครือข่ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลที่เข้มแข็ง ให้เด็ก เยาวชน และประชาชนมีความรู้เท่าทันภัยในยุค AI ในขณะที่ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเองต้องมีมาตรฐานการคุ้มครองผู้ใช้งานที่ปลอดภัยและตรวจสอบได้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยให้ยั่งยืนสืบไปรศ.จุมพล ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน