ท่ามกลางบรรยากาศของ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผู้คนจำนวนมากเฉลิมฉลองความสัมพันธ์และความอบอุ่นในชีวิต ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนน ปราศจากบ้านที่เรียกว่า ‘ที่พักพิง’ อ้างอิงจากข้อมูลการสำรวจคนไร้บ้านในประเทศไทยพบว่ามีคนไร้บ้านอย่างน้อย 2,499 คน และกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ สะท้อนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของที่อยู่อาศัย แต่เป็นผลพวงจากวิกฤตเศรษฐกิจ ความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงความเปราะบางทางสังคมที่ซับซ้อน

ในเดือนแห่งความรักปีนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมภาคีเครือข่าย เปิดตัว บ้านอิ่มใจศูนย์พักคนไร้บ้านครบวงจร ภายใต้แนวคิด Housing First ที่เชื่อว่าการมีบ้าน คือก้าวแรกของการฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการกลับคืนสู่สังคม

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส.

นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สสส. ร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ผลักดันบ้านอิ่มใจมาตั้งแต่ปี 2565 เพื่อเป็นที่พักฉุกเฉินของคนไร้บ้าน รวมถึงกลุ่มเปราะบางทางสังคม อีกทั้งเป็นจุดสวัสดิการเพื่อการตั้งหลักชีวิต โดยมีองค์ประกอบสำคัญไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม มุ่งเน้นสุขภาพกาย-ใจ ให้พวกเขามีความพร้อมในการกลับเข้าสู่สังคม ตลอดจนการฝึกทักษะอาชีพ เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น การทำเกษตรคนเมือง หรืออาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เป็นการสร้างรายได้และการพึ่งพาตนเอง

อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อนโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการให้ที่พักอาศัย แต่เป็นการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนและการมอบโอกาสจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม การได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เช่น ทีมคุณหมอ นักวิชาการ ที่นำประสบการณ์มาช่วยออกแบบกระบวนการฟื้นฟูอย่างเป็นระบบ รวมถึงการสร้างความภาคภูมิใจ เปลี่ยนจากผู้ที่เคยถูกมองว่าเป็นภาระ ให้กลายเป็นผู้ที่มีศักยภาพ มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ตลอดจนประกอบอาชีพอิสระได้อย่างมีศักดิ์ศรี

การจัดตั้งพื้นที่ในรูปแบบของศูนย์พักพิงอย่างบ้านอิ่มใจถือเป็นความหวังและโอกาสครั้งสำคัญสำหรับกลุ่มคนไร้บ้าน หรือผู้ที่เคยประสบปัญหาชีวิตจนต้องหันหลังให้กับครอบครัวและชุมชน คนกลุ่มนี้มักผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก กว่าที่จะสามารถกลับมาตั้งหลักชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง ดังนั้นการเปิดโอกาสให้คนไร้บ้านได้มีพื้นที่ยืนในสังคม ไม่ใช่แค่การให้ที่พัก แต่เป็นการมอบเครื่องมือในการออกแบบชีวิตใหม่ เพื่อให้เขาสามารถเดินหน้าต่อไปได้นางภรณี เผย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า การพัฒนาเมืองที่ยั่งยืนต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง จึงออกแบบบ้านอิ่มใจเป็นพื้นที่ปลอดภัยแบบ Low-barrier ที่เข้าถึงง่าย โดยแบ่งความช่วยเหลือเป็น 3 ระดับ ได้แก่ กลุ่มสีแดง พักเร่งด่วน 7 คืน กลุ่มสีเหลือง สำหรับผู้มีงานทำแต่ยังไม่พร้อมตั้งตัว กลุ่มสีเขียว พัก 1-2 เดือน เพื่อฝึกอาชีพเข้มข้น ซึ่งศูนย์แห่งนี้รองรับได้ 200 ราย แบ่งเป็นชาย 100 ราย และหญิงรวมถึงกลุ่ม LGBTQIAN+ 100 ราย เปิดรับทั้งชาวไทยและผู้ไร้สิทธิที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและดูแลตนเองได้ ส่วนกรณีผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยจิตเวชรุนแรงจะมีการประสานส่งต่อหน่วยงานเฉพาะทาง

ขณะเดียวกัน ภายในอาคารจัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วน ทั้งจุดคัดกรอง ลานกิจกรรม โซนพักนอนแยกตามเพศสภาพ และมุมครอบครัวฉุกเฉิน พร้อมระบบดูแลสุขภาพที่เน้นการคัดกรองเบื้องต้น ผ่านการสังเกตอาการและซักประวัติเพื่อลดการกีดกันจากการบังคับตรวจสารเสพติดหรือประวัติอาชญากรรม โดยมีทีมพยาบาล-แพทย์อาสาจากสุขภาวะข้างถนนดูแลต่อเนื่อง ตลอดจนจัดเตรียมอุปกรณ์กู้ชีพและระบบส่งต่อโรงพยาบาลมาตรฐาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้พักพิงจะได้รับความปลอดภัยทั้งกายและใจระหว่างเตรียมเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่มั่นคงในอนาคต

ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้น วันนี้เราไม่ได้แค่มาเปิดอาคาร แต่เรากำลังสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้กับพี่น้องคนไร้บ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจจะโชคร้ายในจังหวะชีวิต แต่เขายังเป็นส่วนหนึ่งของเมือง และเป็นพลเมืองที่มีสิทธิ์มีเสียงเท่ากับพวกเราทุกคนนายชัชชาติ เผย

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พม.

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ พม. เสริมว่า การคิกออฟบ้านอิ่มใจในวันนี้ คือก้าวสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคม และเครือข่ายภาคี แม้การเริ่มต้นจะท้าทาย แต่ความร่วมใจครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า สามารถเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการสร้างพื้นที่สำหรับเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้จริง

นอจากนี้ บ้านอิ่มใจยังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมโยงทุกคนเข้าด้วยกันภายใต้เป้าหมาย ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ โดย พม. มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตทุกมิติ ทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และทักษะอาชีพ เพื่อให้คนไร้บ้านสามารถตั้งหลัก มีรายได้ที่มั่นคง และพึ่งพาตนเองได้ ศูนย์แห่งนี้จึงเป็นมากกว่าที่พักอาศัย แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่พร้อมโอบรับและเยียวยา เพื่อให้ทุกคนพัฒนาศักยภาพจนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม สู่การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเป็นของตนเองในอนาคต

ดิฉันขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้ามาสนับสนุน ทั้งในด้านองค์ความรู้ งบประมาณ และกำลังใจ ที่มาร่วมกันออกแบบกระบวนการฟื้นฟูนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม บ้านอิ่มใจจะเป็นโมเดลสำคัญในการเปลี่ยนผ่านชีวิตคนไร้บ้านให้กลับมามีพลัง มีอาชีพ และมีที่ยืนในสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้งนางสาวแรมรุ้ง ทิ้งท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน