พลิกโฉมการสร้างสุขภาพแบบเดิม สู่การปั้นโมเดล ‘ย่านสุขภาวะสร้างสรรค์’ ที่ยั่งยืนด้วยมือคนในชุมชน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จับมือ 19 ภาคีเครือข่าย นำร่องพื้นที่ 3 ชุมชนรอบบ้าน สสส. ได้แก่ ชุมชนหน้าสมาคมธรรมศาสตร์ ชุมชนบ้านมั่นคงสวนพลู และชุมชนบ้านเอื้ออาทรสวนพลูพัฒนา ให้กลายเป็นพื้นที่ต้นแบบการจัดการตนเอง

ความน่าสนใจของโมเดลนี้คือ การใช้แนวคิด Co-Production เปลี่ยนบทบาทคนในพื้นที่ จากเดิมที่เป็นเพียง ‘ผู้รับบริการ’ ให้กลายเป็น ‘หุ้นส่วนร่วมสร้าง’ ที่ลุกขึ้นมาจัดการปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยตัวเอง ทั้งการสร้างพื้นที่เล่นปลอดภัยผ่าน Playworker การดูแลกลุ่มเปราะบาง การกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน และการเปลี่ยนขยะให้เป็นทุน โดยตั้งหมุดหมายสำคัญในปี 2570 ให้ครัวเรือนในย่านนี้มีสุขภาวะดีถึง 70% พร้อมสร้างระบบนิเวศชุมชนที่จัดการตนเองได้จริงและมั่นคง

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ระบุว่า สสส. ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนให้ชุมชนเป็นเจ้าของข้อมูลและพัฒนาระบบข้อมูลชุมชนด้วยตนเอง ผ่านการนำใช้ระบบข้อมูลตำบล (TCNAP) และกระบวนการวิจัยชุมชน (RECAP) เพื่อนำข้อมูลเชิงประจักษ์มาวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ตรงจุด
ซึ่งจากการสำรวจ 3 ชุมชนรอบ สสส. พบความท้าทายสำคัญ 4 ด้าน คือ 1. ด้านสุขภาพ ที่วัยทำงานเสี่ยงโรค NCDs สูงขึ้น 2. ด้านสังคม ที่พบสัดส่วนประชากรแฝงจำนวนมากและขาดคนรุ่นใหม่สานต่องานชุมชน 3. ด้านกลุ่มเปราะบาง กว่า 193 คนที่ต้องการการดูแลใกล้ชิด และ 4. ด้านกายภาพ ที่สภาพแวดล้อมแออัด โครงสร้างพื้นฐานชำรุด และมีปัญหาการจัดการขยะ

เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ สสส. จึงร่วมกับสำนักงานเขตสาทรและภาคีเครือข่าย บูรณาการทรัพยากรผ่านแนวคิดการใช้พื้นที่เป็นฐาน (Area-based) และการเฝ้าระวังร่วมกันในละแวกบ้าน (Neighborhood Watch) โดยมุ่งเป้าไปที่การสร้างสุขภาวะในทุกนโยบาย เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและสามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน
“สิ่งที่น่าภูมิใจมากกว่าเรื่องเศรษฐกิจ คือการที่ชุมชนลุกขึ้นมาดูแลกันเอง ทั้งการใส่ใจกลุ่มเปราะบางและการเปิดพื้นที่กิจกรรมให้เด็กและเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ มีรายได้เสริม และห่างไกลจากปัญหายาเสพติด เมื่อทั้ง 3 ชุมชนเข้มแข็งและร่วมมือกันเช่นนี้ ก็ยิ่งช่วยให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุนงานได้ง่ายขึ้น โดยมีสำนักงานเขตสาทรเป็นกำลังสำคัญในการดูแลคุณภาพชีวิต” นพ.พงศ์เทพ กล่าวด้วยความภูมิใจ

ทางด้านหน่วยงานท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่โดยตรง ธวัชชัย แพงไทย ผู้อำนวยการเขตสาทร ร่วมให้ข้อมูลถึงการขับเคลื่อนงานครั้งนี้ว่า ปกติทางสำนักงานเขตมีภารกิจหลักในการสนับสนุนชุมชนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกายภาพ การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนการดูแลสุขภาพของกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งการที่ สสส. และภาคีเครือข่ายเข้ามาร่วมผนึกกำลังในครั้งนี้ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยผลักดันให้คนในพื้นที่ได้รับสุขภาวะที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นระบบ
“ความร่วมมือนี้สอดคล้องกับนโยบายของกรุงเทพมหานครที่ต้องการสร้าง ‘เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน’ ในทุกช่วงวัย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจน โดยเฉพาะด้านกายภาพที่มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ลดมลภาวะ การพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้กลายเป็นลานอเนกประสงค์ หรือจุดเช็กอินที่คนในชุมชนสามารถมาใช้ประโยชน์ร่วมกันได้จริง” ผอ.เขตสาทร ย้ำถึงความสำคัญของพื้นที่สร้างสรรค์

ในฐานะภาคีที่คลุกคลีและทำงานใกล้ชิดกับชุมชน อรนุช เลิศกุลดิลก ประธานมูลนิธิช่วยไร้พรมแดน กล่าวเสริมว่า มูลนิธิฯ มีบทบาทสำคัญในฐานะตัวเชื่อมประสาน เพื่อบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 3 ชุมชนเป้าหมายและหน่วยงานภาคีเครือข่าย โดยเน้นการดึงศักยภาพหรือทุนทางสังคมเดิมที่มีอยู่ในพื้นที่ขึ้นมาต่อยอดให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ผ่านการยกระดับศักยภาพทุนทางสังคมเดิมที่มีอยู่

ประธานมูลนิธิช่วยไร้พรมแดน ยังทิ้งท้ายถึงหัวใจหลักที่เปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นความจริงเพื่อคนในชุมชนว่า “หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนย่านสุขภาวะสร้างสรรค์ คือการสร้างกลไกความร่วมมือที่ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน คนรุ่นใหม่ และหน่วยงานภายนอก ซึ่งกลไกนี้เองที่ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนความคิดมาเป็น ‘แผนปฏิบัติการ’ ที่จับต้องได้จริง ตั้งแต่การปรับปรุงพื้นที่เสื่อมโทรม การจัดการภูมิทัศน์ ไปจนถึงการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทั้งเยาวชนและผู้สูงอายุ”