ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อตลาดพลังงานโลกดันราคา น้ำมันดิบพุ่งสูงกดดันต้นทุนการผลิตและขนส่งทั่วโลกให้ปรับตัวขึ้นตามขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มรับรู้ แรงกดดันดังกล่าวผ่านราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันที่ทยอยปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นภาระค่าครองชีพที่หนักอึ้งสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม


รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงประกาศยกระดับปัญหาดังกล่าวเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยการเปิดตัวโครงการ ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพอย่างเป็นทางการ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกชั้นนำ และ ผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่กว่า 20 ราย เพื่อตรึงราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันกว่า 3,000 รายการ ในอัตราสูงสุดถึง 58%
ในจำนวนผู้ประกอบการที่ตอบรับนโยบายภาครัฐ ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป ผู้ดำเนินกิจการร้าน CJ MORE และ CJ Supermarket ซึ่งมีเครือข่ายสาขาครอบคลุมพื้นที่ชุมชนและย่านที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ ถือเป็นหนึ่ง ในกำลังสำคัญของโครงการนี้ ด้วยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งซึ่งประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก โดยไม่ต้องพึ่งพาการเดินทางระยะไกล ทำให้การตรึงราคาสินค้าภายใต้โครงการ ไทยช่วยไทยของเครือ CJ MORE สามารถส่งมอบประโยชน์ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างแท้จริงในแบบเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกใกล้บ้าน

ยิ่งไปกว่านั้น ซีเจ เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป ยังวางกลยุทธ์สร้างความต่อเนื่องของโปรโมชันด้วยการหมุนเวียนสินค้า ตรึงราคาทุกสัปดาห์ตลอดระยะเวลาโครงการ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาพิเศษ ได้อย่างสม่ำเสมอทุกวัน ไม่ใช่เพียงแคมเปญ ระยะสั้นแต่เป็นการช่วยเหลืออย่างยั่งยืนตลอดช่วงที่ ประชาชน ยังเผชิญแรงกดดันด้านค่าครองชีพ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยรายละเอียดของโครงการว่า สินค้าที่เข้าร่วมครอบคลุม 16 ประเภท แบ่งเป็นสินค้าอุปโภค 8 ประเภท อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และยาสีฟัน และสินค้าบริโภค 8 ประเภท ได้แก่ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง โดยในระยะแรกกำหนดดำเนินการถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 ก่อนทยอยหมุนเวียนสินค้ารายการใหม่ เข้ามาแทนที่ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังมีแผนพัฒนาและยกระดับสินค้าชุมชนและผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าร่วมโครงการ ในระยะต่อไป เพื่อกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้ายว่า รัฐบาลมุ่งหวังให้ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจ ว่าประชาชนจะได้รับความเป็นธรรมและได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ โดยประชาชนสามารถ เลือกซื้อสินค้าภายใต้สัญลักษณ์โครงการไทยช่วยไทยได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ห้างค้าส่งค้าปลีกชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน