แรงเล็กๆ ของเราจะไปเปลี่ยนโลกได้ยังไง ? แล้วต้องใช้เวลานานแค่ไหน กว่าความพยายามนั้นจะเห็นผล ? ถ้าคุณเอาคำถามนี้ไปถามคนรุ่นใหม่ คำตอบที่ได้อาจทำให้คุณต้องร้องว้าว เพราะพวกเขากำลังจะพิสูจน์ให้เห็นว่า การลุกขึ้นมาช่วยโลกไม่จำเป็นต้องรอให้พร้อม ไม่ต้องทำเรื่องยิ่งใหญ่ และที่สำคัญอาจใช้เวลาเริ่มต้นเพียงแค่ ‘60 วินาที’ เท่านั้น

แต่ไอเดียในกระดาษจะกลายเป็นจริงไม่ได้เลย หากขาดพื้นที่ให้เหล่าเยาวชนได้ลองปล่อยแสงอย่างเต็มที่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรที่กำลังขับเคลื่อนภารกิจครั้งใหญ่เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2050 ได้ริเริ่มและจัดตั้งโครงการ ‘COOL THE EARTH – 60 วิ เปลี่ยนโลกให้คูล ขึ้นมา เพื่อเปิดพื้นที่แห่งโอกาส ชวนนิสิตนักศึกษามาโชว์ของ ถ่ายทอดมุมมองปัญหาสิ่งแวดล้อมในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านภาพยนตร์โฆษณาความยาว 60 วินาที หวังสะกิดใจให้ผู้คนในสังคมหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน

ความคึกคักเริ่มตั้งแต่รอบ Roadshow ที่ทีมงานเดินสายไปเติมไฟและแชร์ความรู้ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ จนเกิดกระแสจุดติด มีไอเดียหลั่งไหลสมัครเข้ามาอย่างถล่มทลายมากกว่า 385 ทีม ก่อนจะผ่านการเคี่ยวกรำในค่ายเวิร์กชอปอย่างเข้มข้น โค้ชชิ่งกันแบบตัวต่อตัวกับ Mentor ระดับมืออาชีพในวงการโฆษณา จนในที่สุดก็ได้ 10 ทีมสุดท้าย ที่พร้อมหอบผลงานสุดจัดจ้านมาประชันไอเดียเปลี่ยนโลกกันบนเวทีรอบชิงชนะเลิศ

ปตท. ย้ำเป้าหมาย Net Zero 2050 ดึงคนรุ่นใหม่ฟันเฟืองสำคัญกู้โลก

ในรอบชิงชนะเลิศนี้ นุชยา จันทรุเบกษา ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมบอกเล่าถึงหัวใจสำคัญและเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของโครงการ COOL THE EARTH – 60 วิ เปลี่ยนโลกให้คูล โดยชี้ให้เห็นว่า ปตท. มีภารกิจหลักในการมุ่งสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งในทุกๆ ย่างก้าวของการดำเนินธุรกิจ ปตท. พร้อมขับเคลื่อนไปกับการลดคาร์บอนอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งสู่หมุดหมายสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ให้ได้ภายในปี 2050

แต่การจะสร้างอนาคตที่ดีและยั่งยืนให้กับโลกใบนี้ ปตท. เชื่อมั่นว่าไม่อาจสำเร็จได้ด้วยการลงมือทำเพียงองค์กรเดียว เราจำเป็นต้องอาศัยพลังแห่งความร่วมมือ ความมุ่งมั่น และคลังความคิดสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก ‘คนรุ่นใหม่’ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองและพลังสำคัญในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในวันนี้

“วันนี้โครงการได้เดินทางมาถึงบทสรุปพร้อมกับผลงานของ 10 ทีมสุดท้าย ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆ ทุกคนล้วนเป็นประจักษ์พยานที่พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพและความสามารถอันยอดเยี่ยมของคนรุ่นใหม่ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประสบการณ์ล้ำค่าที่ได้รับจากโครงการนี้ จะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการช่วยต่อยอดความฝัน เสริมสร้างทักษะ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ในเส้นทางสายอาชีพของทุกคนต่อไปในอนาคต”

เสียงจากกรรมการ ทึ่งพลัง Gen Z ปล่อยไอเดียสุดล้ำกู้โลก

อาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน)

ในมุมของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาสา ผิวขำ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้เผยถึงความประทับใจต่อโครงการนี้ว่า ในฐานะตัวแทนของ CEA เราอยากร่วมเฉลิมฉลองให้กับความคิดสร้างสรรค์ในทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเวทีรณรงค์เรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งแม้ว่าเราจะทำเรื่องนี้กันมานานหลายปี แต่ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ทำในมุมมองของคนรุ่นเดิม

“วันนี้โครงการ Cool The Earth ทำให้เราได้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มองปัญหาโลกร้อนอย่างไร สิ่งที่น่าทึ่งคือทั้ง 10 ทีมมองเห็นปัญหาพื้นฐานเหมือนกัน แต่มีโจทย์การนำเสนอที่หลากหลายและแตกต่างกัน บางทีมมองผ่านปัญหาถุงพลาสติก บางทีมพูดถึง Fast Fashion หรือแม้กระทั่งเรื่องเครื่องสำอาง ความหลากหลายเหล่านี้คือสิ่งที่เราอยากได้จากพลังของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเหมือนเดิม แต่มีจุดหมายเดียวกันคืออยากเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้น”

อาสา ยังเล่าต่อถึงกระบวนการเคี่ยวกรำไอเดียของน้องๆ อย่างอารมณ์ดีว่า ตอนแรกๆ ผมอาจดูเป็นกรรมการที่ใจร้าย เพราะพยายามเค้นให้ทุกคนปล่อยไอเดียฝันให้ไกลที่สุดในเฟสแรก ก่อนจะช่วยตบช่วยต้อนไอเดียเหล่านั้นให้สโคปแคบลง เพื่อเข้าสู่การทำงานจริงในส่วนของโปรดักชัน สิ่งที่น่าภูมิใจคือเราได้เห็นความเติบโตของน้องๆ ทุกทีม จากคนที่มีแค่ความฝันในกระดาษเปล่า สามารถนำหลักคิดมาปรับใช้และนำเสนอออกมาได้อย่างเฉียบคมและทรงพลัง

เมื่อถามถึงช่องว่างระหว่างวัยในการทำงานร่วมกับเยาวชน Gen Z อาสา กล่าวว่า ช่องว่างเหล่านี้เกิดขึ้นได้ในทุกงาน แต่สำหรับงานสร้างสรรค์แล้ว ช่องว่างเหล่านั้นควรมีน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย สิ่งสำคัญคือการเคารพความคิดสร้างสรรค์ของผู้อื่น เปิดใจ รับฟัง แล้วปรับเข้าหากัน ซึ่งน้องๆ ทุกทีมมีทั้งความอ่อนน้อมเคารพกรรมการ แต่ขณะเดียวกันก็มีความมั่นใจในแนวทางของตัวเอง หากผู้ใหญ่ให้โอกาส แนะนำ รับฟัง และพร้อมทำงานร่วมกัน ช่องว่างตรงนี้จะลดลงและกลายเป็นการร่วมมือที่สร้างสรรค์งานดีๆ ออกมาได้ในที่สุด

เปิดไอเดียแชมป์ ‘COOL KIDS, COOL LIFE’ กับนิยามความเท่ที่ไม่ทำลายโลก

สำหรับทีมที่สามารถส่งต่อไอเดียได้คมคายและโดนใจคณะกรรมการที่สุด จนคว้าตำแหน่ง ชนะเลิศอันดับหนึ่งพร้อมทุนสนับสนุน 150,000 บาทไปครอง และรับสิทธิ์ฝึกงานกับ ปตท. หรือ Workpoint Entertainment ได้แก่ ทีม COOL KIDS, COOL LIFE จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

น้องๆ ตัวแทนของทีมได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ว่า จุดเริ่มต้นมาจากเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนต้องเจอในชีวิตประจำวัน อย่างเรื่อง ‘เสื้อผ้าแฟชั่น’ หรือ Fast Fashion ซึ่งปัจจุบันสังคมเริ่มตื่นตัวและพูดถึงประเด็นนี้กันมากขึ้น แต่กลับไม่มีใครหยิบยกมุมมองเรื่องการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มหาศาลจากกระบวนการผลิตขึ้นมาสื่อสาร

ทางทีมจึงเลือกนำเสนอประเด็นนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่ากระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนไป แท้จริงแล้วสร้างรอยแผลให้โลกใบนี้มากกว่าที่คิด พวกเราหวังว่าภาพยนตร์โฆษณาตัวนี้จะช่วยสะกิดใจคนดูให้หันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน

“อยากฝากให้ทุกคนติดตามผลงานของพวกเรา กับแนวคิด ‘Be cool, Don’t Be Cruel’ ความเท่ ที่ไม่ทำลายโลก เพราะพวกเราเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้โลกใบนี้ดีขึ้นได้ และสุดท้ายนี้ต้องขอบคุณ ปตท. เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้โอกาสเด็กมหาวิทยาลัยอย่างพวกเราได้ลงมาทำงานจริงในสเกลงานระดับมืออาชีพ แถมยังได้ทุนการศึกษาไปต่อยอดความฝันหลังจากนี้ด้วย”

นอกจากทีมชนะเลิศแล้ว ยังมีอีก 2 ทีมคนรุ่นใหม่ที่แสดงศักยภาพได้อย่างยอดเยี่ยม ได้แก่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับโล่รางวัลเกียรติยศ ใบประกาศเกียรติคุณ และทุนสนับสนุน 60,000 บาท ได้แก่ ทีมลันคุน จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับโล่รางวัลเกียรติยศ ใบประกาศเกียรติคุณ และทุนสนับสนุน 30,000 บาท ได้แก่ ทีมครีเอเตอร์มือใหม่สร้างรายได้ จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

‘เทพยังไม่ทน’ ไอเดียสุดจี๊ดจากทีม SIZE 38 คว้า Popular Vote

อีกหนึ่งสีสันและไฮไลต์สำคัญบนเวทีประกวดครั้งนี้ ต้องยกให้ผลงานเรื่อง ‘เทพยังไม่ทน คนทนได้ไง!? #เทพไม่ทน’ ผลงานสุดสร้างสรรค์โดย ทีม SIZE 38 จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ระเบิดไอเดียความฮาผสมผสานความเชื่อได้อย่างลงตัว จนคว้าใจผู้ชมและคว้ารางวัล Popular Vote รับทุนสนับสนุน 20,000 บาท ไปครองได้สำเร็จ

ตัวแทนจากทีม SIZE 38 ได้เผยความรู้สึกหลังรับรางวัลด้วยความตื้นตันว่า ทุกคนในทีมดีใจมาก เพราะได้ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ ขอขอบคุณครอบครัว เพื่อนๆ และทีมงานเบื้องหลังทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจมาเชียร์และช่วยกันโหวตจนได้รับรางวัลนี้

สำหรับเบื้องหลังแนวคิดนี้ เกิดจากการระดมสมองของพวกเราทั้ง 3 คน ที่อยากสร้างสรรค์โฆษณาโลกร้อนให้เข้าถึงคนไทยได้ง่ายที่สุด จึงนำเรื่องใกล้ตัวอย่าง ‘ความเชื่อเรื่องเทพ ดิน น้ำ ลม ไฟ’ มาสับเปลี่ยนมุมมอง และใส่ความคอเมดีตลกขบขันเข้าไป เพื่อให้คนทุกกลุ่ม ตั้งแต่กลุ่ม Gen Z ไปจนถึงรุ่นคุณพ่อคุณแม่ สามารถเข้าถึงเนื้อหาและตระหนักถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่มีผลต่อโลกได้ง่ายขึ้น

“โครงการนี้มีความหมายกับพวกเรามาก เป็นเวทีที่ทำให้เด็กมหาวิทยาลัยอย่างเราได้ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ได้มีโอกาสส่งเสียงและพูดถึงเรื่องโลกร้อนร่วมกับทาง ปตท. ทำให้เรารู้สึกว่าคนรุ่นใหม่ก็สามารถหันมารักโลกได้จริงๆ เหมือนกับ Key Message ที่พวกเราพยายามสื่อสารออกไปในโฆษณา

“อยากฝากถึงทุกคนให้มาร่วมกันรักโลกและตระหนักถึงการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้าน อะไรที่ลดเพื่อไม่ให้โลกร้อนได้ก็อยากให้ช่วยกันลด และต้องขอขอบคุณ ปตท. มากๆ ที่มอบโอกาสให้พวกเราได้ลงมือทำงานจริง และมอบประสบการณ์ล้ำค่าที่จะเป็นใบเบิกทางให้เราได้ไปต่อยอดความฝันในอนาคต”

นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของก้าวเล็กๆ ที่แสนยิ่งใหญ่ เพราะความเชื่อมั่นของ ปตท. ที่มีต่อคนรุ่นใหม่ในวันนี้ จะกลายเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ช่วยหล่อเลี้ยงโลกให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อแรงบันดาลใจและติดตามภารกิจเปลี่ยนโลกครั้งต่อไปได้ที่ Facebook : Cool the Earth – 60 วิ เปลี่ยนโลกให้คูล และ PTT News

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน