ลดความกังวลเรื่องแผลที่คอ ! รพ.นวเวช เผยนวัตกรรมรักษาไทรอยด์ในปัจจุบันผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปากการสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ‘ ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วย

หากย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนปัญหาเรื่องก้อนโตที่คอหรือ “โรคไทรอยด์” มักจะเป็นเรื่องชวนหนักใจสำหรับใครหลายคนไม่ใช่เพียงเพราะตัวโรคที่ต้องรักษาแต่ยังรวมถึงรอยแผลเป็นแนวยาวบริเวณกลางลำคอหลังการผ่าตัดแบบดั้งเดิมซึ่งมักสร้างความรู้สึกไม่มั่นใจและกลายเป็นเรื่องยากจะปกปิดในชีวิตประจำวัน

แต่วันนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์และนวัตกรรมปัจจุบันได้เปลี่ยนภาพจำเหล่านั้นไป “ข่าวสด” พามาพูดคุยเจาะลึกกับ นพ.ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล (ว.36631) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ(ไทรอยด์และพาราไทรอยด์) ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ที่จะมาบอกเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาทางการแพทย์โดยคำนึงถึงผลลัพธ์การรักษาและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยควบคู่กัน

ถอดรหัสลับ ‘ไทรอยด์’ ด้วยนวัตกรรมช่วยเพิ่มความแม่นยำ

นพ. ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล (ว.36631) ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อ
(ไทรอยด์และพาราไทรอยด์)
ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช

นพ. ธัญวัจน์ เริ่มต้นด้วยการจำแนกการแสดงอาการของโรคไทรอยด์ว่า สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ รูปแบบแรก คือกลุ่มโรคที่เกิดจากภาวะฮอร์โมนแปรปรวน เช่น ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานสูง) หรือภาวะไฮโปไทรอยด์ (ไทรอยด์ทำงานต่ำ)ซึ่งแนวทางการรักษาจะมุ่งเน้นการใช้ยารักษาเป็นแกนหลัก ผู้ป่วยจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องการผ่าตัด ส่วนรูปแบบที่สองคือ กลุ่มผู้ป่วยที่มีผลฮอร์โมนปกติ แต่ตรวจพบเนื้องอกหรือมะเร็งอุบัติขึ้น โดยปัจจุบันทิศทางการรักษาของแพทย์จะมุ่งเน้นการหลีกเลี่ยงหัตถการผ่าตัดเป็นอันดับแรก หากประเมินแล้วว่าตัวโรคยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่จำเป็น

สำหรับในกรณีที่ผลการตรวจในขั้นต้นมีความก้ำกึ่ง และยากต่อการวินิจฉัยด้วยการเจาะชิ้นเนื้อส่งตรวจตามปกติ การแพทย์ในปัจจุบันสามารถเพิ่มความถี่ถ้วนด้วยการส่งตรวจพิเศษ ผ่านเทคโนโลยี Molecular Testing หรือการตรวจรหัสพันธุกรรมลึกถึงระดับโมเลกุล เพื่อค้นหาการกลายพันธุ์ของยีนที่เสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นรอยโรคเนื้อร้าย ส่งผลให้แพทย์มีข้อมูลเชิงลึกมาประเมินร่วม เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการจำแนกโรค รวมถึงช่วยลดโอกาสการผ่าตัดโดยไม่จำเป็นลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

จากแนวคิดที่ต้องการลดหัตถการที่ไม่จำเป็น “โรงพยาบาลนวเวช” จึงได้นำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนกระบวนการคัดกรองทำหน้าที่ตรวจเช็กและวิเคราะห์ลักษณะก้อนเนื้อควบคู่ไปกับประสบการณ์ของแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับแนวทางการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับสภาวะของโรค พร้อมกันนี้ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการดูแลผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัด ไปจนถึงการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องหลังการรักษา

รพ.นวเวช ได้วางระบบการดูแลภายใต้หลัก Value-Based Healthcare โดยกำหนดให้ผู้ป่วยผ่าตัดทุกคนต้องผ่านการประเมินความพร้อมจากอายุรแพทย์โรคหัวใจและวิสัญญีแพทย์ล่วงหน้า พร้อมทั้งมีทีมสหวิชาชีพคอยติดตามอาการหลังการรักษา ควบคู่ไปกับโปรแกรม Fixed Pricing Packages ควบคุมค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยลดความวิตกกังวลและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงกระบวนการรักษาได้อย่างทั่วถึง” นพ. ธัญวัจน์ กล่าว

วิวัฒนาการการผ่าตัดแบบส่องกล้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการตรวจวินิจฉัยระบุชัดว่าผู้ป่วยมีข้อบ่งชี้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด นพ. ธัญวัจน์ เผยว่า นวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันได้พัฒนาการผ่าตัดแบบเดิม ไปสู่เทคนิค “การผ่าตัดส่องกล้องทางช่องปาก” โดยย้ายตำแหน่งการเข้าถึงรอยโรคไปไว้ที่บริเวณริมฝีปากล่างด้านในปาก ทำให้ไม่เกิดแผลบริเวณลำคอภายนอก

เทคนิคดังกล่าวยังทำงานร่วมกับระบบกล้องความละเอียดสูง (High Definition) ที่ช่วยขยายภาพโครงสร้างภายในลำคอ ทำให้ศัลยแพทย์สามารถแยกแยะและระมัดระวังเส้นประสาทที่เลี้ยงเส้นเสียง รวมถึงต่อมพาราไทรอยด์ขนาดเล็ก เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะเสียงแหบ รวมถึงภาวะแคลเซียมต่ำหลังผ่าตัด นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่องมือตัดและเย็บปิดหลอดเลือดเพื่อช่วยบริหารจัดการการเสียเลือดระหว่างหัตถการ ตลอดจนเครื่องติดตามเส้นประสาท (IONM: Intraoperative Nerve Monitoring) สำหรับช่วยประเมินและระบุตำแหน่งเส้นประสาทสั่งการกล่องเสียงในเคสที่มีความซับซ้อน เช่น กรณีที่มีพังผืดหนาแน่น

ทั้งนี้ ในกรณีที่ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่เกินขอบเขตที่เหมาะสมสำหรับการส่องกล้อง หรือเป็นรอยโรคที่ลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง แพทย์อาจพิจารณาใช้แนวทาง “การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery)” เพื่อช่วยให้การรักษาเป็นไปตามแนวทางมาตรฐานและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้ป่วยอย่างเหมาะสม

นวัตกรรมทางเลือก – เทรนด์รักษาแบบไม่ผ่าตัด

นพ. ธัญวัจน์ ระบุว่า อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เปิดทางเลือกใหม่ให้ผู้ป่วยได้อย่างน่าสนใจ คือ เทคโนโลยีการสลายเนื้องอกไทรอยด์ด้วยคลื่นไมโครเวฟ (MWA: Microwave Ablation) โดยหัตถการนี้จะใช้อัลตราซาวด์นำทางเพื่อส่งพลังงานความร้อน ผ่านเข็มขนาดเล็กจัดการเฉพาะตัวก้อนเนื้องอกที่โตผิดปกติ ส่งผลให้เนื้อไทรอยด์ส่วนดีรอบๆ ไม่ได้รับความบอบช้ำ ต่อมไทรอยด์จึงยังสามารถทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนให้ร่างกายได้ตามปกติ ผู้ป่วยจึงลดความเสี่ยงต่อภาวะฮอร์โมนต่ำและลดโอกาสการรับประทานยาฮอร์โมนทดแทนระยะยาว

ที่สำคัญ นวัตกรรมดังกล่าวยังช่วยลดระยะเวลาในการทำหัตถการเมื่อเทียบกับการผ่าตัดใหญ่แบบเดิม เนื่องจากผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรับการดมยาสลบ แต่ใช้เพียงการฉีดยาชาเฉพาะจุดเท่านั้น ส่งผลให้ร่างกายใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย รวมถึงสามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ภายใต้การประเมินของแพทย์ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มผู้ป่วยที่มีความกังวลใจเกี่ยวกับการผ่าตัดใหญ่

เทคโนโลยีคลื่นไมโครเวฟนี้ เหมาะสำหรับ ผู้ที่เป็นก้อนเนื้อไทรอยด์ชนิดธรรมดา (ไม่ใช่มะเร็ง) ที่ก้อนโตจนเบียดคอหรือส่งผลต่อบุคลิกภาพ แต่ไม่อยากผ่าตัด ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นนวัตกรรมของการรักษาไทรอยด์ปัจจุบันในประเทศไทย นพ.ธัญวัจน์ ยังกล่าวเสริมอีกว่า แนวทางการรักษามะเร็งไทรอยด์ขนาดเล็กในหลายประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ต่างมุ่งหน้าสู่แนวคิดการรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Non-surgical Treatment) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด หรือการนำคลื่นไมโครเวฟมาทำลายเซลล์ผิดปกติแทนการตัดต่อมไทรอยด์ทิ้งทั้งหมด ซึ่งถือเป็นแนวทางที่น่าจับตามองในอนาคต

ปัจจุบันเราพยายามยึดแนวทางการไม่ผ่าตัดไว้ก่อนเป็นอันดับแรก แต่ถ้าตรวจประเมินแล้วว่าจำเป็นต้องผ่าตัดจริงๆ ก็อยากให้มั่นใจในเทคโนโลยีและทีมสหวิชาชีพยุคนี้ เพราะเรามีเครื่องมือและกระบวนการที่มุ่งลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อส่งมอบการรักษาที่เหมาะสมให้กับคนไข้” นพ. ธัญวัจน์ ทิ้งท้าย

จากวิวัฒนาการทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า “โรคไทรอยด์” มีทางเลือกในการรักษาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาข้อมูลหรือต้องการปรึกษาแนวทางการรักษา “ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช” พร้อมให้คำปรึกษาและมุ่งมั่นพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบองค์รวม สอดคล้องกับการเป็น “Your Trusted Partner in Wellbeing” ควบคู่กับการดูแลสุขภาพคนในชุมชนอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิด ‘Healthy Neighborhood’ สุขภาพดี…เพราะมีหมอเป็นเพื่อนบ้าน หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามหรือนัดหมายปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร.1507 Line: @navavej

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน