เสียงดนตรีไม่เพียงอยู่เคียงข้างผู้คนในหลากหลายช่วงเวลาของชีวิต แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจที่หล่อเลี้ยงความหวังและความฝันของใครหลายคน บางคนฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า บางคนเก็บเรื่องราวและความทรงจำไว้ในบทเพลงที่คุ้นเคย ขณะที่อีกหลายคนเลือกใช้เสียงดนตรีเป็นแรงผลักดันให้เดินตามเส้นทางที่ตัวเองรัก

สำหรับคนที่มีความฝันอยากเป็นนักร้อง เวทีประกวดร้องเพลงจึงเป็นมากกว่าพื้นที่แสดงความสามารถ แต่เป็นโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง ได้เรียนรู้ ได้รับประสบการณ์ และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายใหม่ในชีวิต

ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ลานหน้า ซีเจ มอร์ สาขาตลาดสดเมืองสุรินทร์ กลายเป็นจุดนัดพบของคนรักเสียงเพลง เมื่อมหกรรม ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” เดินทางมาสร้างความสุข พร้อมเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้คนรักเสียงเพลงจากทั่วภูมิภาคอีสานใต้ได้มารวมตัวกัน ภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงเชียร์ และความหวังของผู้ที่กำลังเดินตามความฝัน

เมื่อเสียงเพลงสร้างความคึกคักให้ทั้งชุมชน

ตลอดทั้งวัน ลานหน้าสาขากลายเป็นพื้นที่พบปะของผู้คนจากหลากหลายจังหวัด ทั้งผู้เข้าแข่งขัน ครอบครัว แฟนเพลง และประชาชนที่เดินทางมาร่วมกิจกรรม บางคนเดินทางมาเพื่อส่งกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขัน บางคนตั้งใจมาชมการแสดงของศิลปินลูกทุ่งคนโปรด และอีกจำนวนไม่น้อยตั้งใจมาร่วมลุ้นว่าใครจะได้เป็นตัวแทนจากสุรินทร์สู่รายการ ไมค์ทองคำสามวัย ซีซั่น 7”

การจัดงานที่จังหวัดสุรินทร์ในครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเวทีประกวดร้องเพลงเท่านั้น ซีเจ มอร์ ได้ยกระดับโมเดลการทำกิจกรรมหน้าสาขา (On-ground Activation) ให้กลายเป็น “อีเวนต์กระตุ้นเศรษฐกิจและเชื่อมโยงภูมิภาค” ที่ดึงผู้คนจากหลายพื้นที่ในภาคอีสานใต้ให้มารวมตัวกัน สร้างความคึกคักให้กับทั้งร้านค้า ตลาด และผู้ประกอบการในชุมชนโดยรอบ

ภายในงานมีทั้งกิจกรรมจากพันธมิตรทางธุรกิจ การแจกของรางวัล และโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ ภายใต้มาตรฐานสโลแกนครบ ถูก คุ้มทำให้ผู้ร่วมงานไม่เพียงได้ร่วมเชียร์การแข่งขันและชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินคนโปรด แต่ยังได้เลือกซื้อสินค้าและร่วมกิจกรรมต่างๆ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและเม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ตลอดทั้งวัน

จากเวทีชุมชน สู่โอกาสบนเวทีระดับประเทศ

หัวใจสำคัญของงานยังคงอยู่ที่การค้นหาผู้มีความสามารถด้านการร้องเพลงลูกทุ่ง เพื่อเฟ้นหาตัวแทนเข้าสู่รายการ “ไมค์ทองคำสามวัย ซีซั่นที่ 7” ทางช่อง Workpoint 23 ผ่านสิทธิ์ Fast Track อันเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่มีความฝันอยากก้าวสู่เส้นทางนักร้องอาชีพ

จากผู้สมัครจำนวน 106 คน ที่เดินทางมาจากหลากหลายจังหวัดทั่วภาคอีสาน คณะกรรมการได้คัดเลือกผู้เข้าแข่งขัน 10 คน ที่มีความสามารถโดดเด่นเข้าสู่รอบตัดสิน ก่อนจะเหลือผู้ผ่านเข้ารอบ Fast Track จำนวน 2 คน ที่จะได้เป็นตัวแทนจากเวทีสุรินทร์คว้าฝันบนเวทีระดับประเทศ

หนึ่งในผู้ที่คว้าสิทธิ์ Fast Track สู่รายการ “ไมค์ทองคำสามวัย ซีซั่น 7” คือ ..กวินทิพย์ นามวิชา อายุ 11 ปี จากจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งติดตามข่าวการรับสมัครผ่านทางเฟซบุ๊กของรายการไมค์ทองคำ ก่อนตัดสินใจสมัครเข้าร่วมการแข่งขันด้วยความรักในการร้องเพลงและความตั้งใจที่จะหาประสบการณ์บนเวทีใหญ่ โดยเจ้าตัวเผยว่าได้เตรียมตัวอย่างหนักด้วยการฝึกซ้อมร้องเพลงเป็นประจำทุกวัน เพราะตั้งใจอยากมาประกวดในเวทีนี้เป็นอย่างมาก แม้จะรู้สึกตื่นเต้นกับบรรยากาศงานที่เต็มไปด้วยผู้คน แสง สี เสียง และเวทีขนาดใหญ่ แต่ก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

พอรู้ว่าเป็นหนึ่งในสองคนที่ได้ตั๋วพิเศษผ่านเข้ารอบ หนูรู้สึกดีใจมากค่ะ ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับโอกาสนี้ เพราะผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเสียงดีกันมาก หนูมีความพร้อมมาก มั่นใจ 100% ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้หนูในรายการไมค์ทองคำสามวัย ครั้งที่ 7 ทางช่องเวิร์คพอยท์ 23 ด้วยนะคะ

ขณะที่ นายบรรจงศักดิ์ สายยศ อายุ 63 ปี จากจังหวัดสุรินทร์ อีกหนึ่งผู้ผ่านเข้ารอบ เล่าว่า ทราบข่าวการสมัครจากเพื่อนที่กรุงเทพฯ ไลน์มาบอกว่าจะมีไมค์ทองคำสัญจร ให้เตรียมตัวไว้เลย โดยประทับใจทั้งรูปแบบการจัดงาน บรรยากาศภายในงาน และการดูแลผู้เข้าแข่งขันที่เป็นระบบ สำหรับเขาแล้ว “ไมค์ทองคำ” ถือเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้คนรักการร้องเพลงและศิลปินท้องถิ่นได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

นายบรรจงศักดิ์ยังเผยว่า การเตรียมตัวสำหรับการประกวดไม่ได้มีเพียงการฝึกซ้อมร้องเพลงเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพร่างกาย เลือกเพลงที่เหมาะกับตัวเอง และฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถถ่ายทอดบทเพลงได้อย่างดีที่สุดบนเวที

ความรู้สึกที่เข้ารอบทั้งตื่นเต้น ภูมิใจ และดีใจที่ได้รับโอกาสยิ่งใหญ่นี้ การร้องเพลงเป็นกายบำบัด ทำให้เราไม่เป็นอัลไซเมอร์ เพราะผมก็สูงวัยแล้ว ผมเตรียมความพร้อมตลอดเวลา ร่างกายเราดี เราไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ เราตั้งใจ ฝากติดตามผลงานของผมในรายการไมค์ทองคำสามวัย ครั้งที่ 7 ช่องเวิร์คพอยท์ 23 ด้วยนะครับ

นอกจากผู้สมัครหน้าใหม่แล้ว ภายในงานยังมีผู้เข้าแข่งขันที่ติดตามการประกวด “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” มาแล้วหลายสนาม บางคนเดินทางตามเวทีไปหลายจังหวัดเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และพัฒนาทักษะการร้องเพลงของตัวเองอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า เวทีประกวดไม่ได้ดึงดูดเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังกลายเป็นจุดหมายของคนรักเสียงเพลงที่พร้อมออกเดินทางเพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรัก

พลังของเสียงเพลงที่เชื่อมโยงผู้คน

นอกเหนือจากการแข่งขัน บรรยากาศภายในงานยังสะท้อนให้เห็นถึงพลังของดนตรีลูกทุ่งที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายพื้นที่เข้าด้วยกัน หลายครอบครัวเดินทางมาจากจังหวัดใกล้เคียงเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม ขณะที่แฟนเพลงจำนวนไม่น้อยต่างรอคอยช่วงเวลาของมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินรับเชิญอย่าง หลิว อาจารียา, แซ็ค ชุมแพ, พงศ์ จักรพงศ์ และพันธ์ จักรพันธ์ ที่มาร่วมสร้างความสุขให้กับผู้ร่วมงานอย่างใกล้ชิด

รัชนี อินทร์หอม ชาวจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเดินทางมาร่วมชมการประกวดในครั้งนี้ เปิดเผยว่า แม้จะไม่ได้มาเพื่อเชียร์ผู้เข้าแข่งขันคนใดเป็นพิเศษ แต่ด้วยความที่ติดตามรายการไมค์ทองคำมาโดยตลอด จึงตั้งใจมาสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันด้วยตัวเอง

การจัดกิจกรรมของซีเจ มอร์ ถือเป็นการส่งต่อความสุขและคืนกำไรให้กับคนในชุมชน เพราะนอกจากจะสร้างความคึกคักให้กับพื้นที่แล้ว ยังช่วยให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่า ขอบคุณที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ให้ชาวสุรินทร์ได้ร่วมสนุก

พุทธิดา บุตรสาลี ผู้ประกอบการร้านพิซซ่าบริเวณลานหน้า ซีเจ มอร์ สาขาตลาดสดเมืองสุรินทร์ กล่าวว่า หลังจากที่ซีเจ มอร์ เข้ามาเปิดให้บริการในพื้นที่ บรรยากาศของชุมชนมีความคึกคักมากขึ้น มีผู้คนแวะเวียนเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยในบริเวณโดยรอบ ทำให้การค้าขายดีขึ้น และช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับเศรษฐกิจในชุมชน

ด้าน ปราณี บุญเข็ม เจ้าของร้านลูกชิ้นบริเวณลานหน้า ซีเจ มอร์ เล่าว่า ก่อนจะมาเปิดร้านในจุดดังกล่าว เคยตระเวนมองหาทำเลค้าขายในหลายพื้นที่ จนมาพบว่าบริเวณนี้มีศักยภาพและเหมาะกับการประกอบอาชีพ จึงตัดสินใจปักหลักเปิดร้านอย่างจริงจัง พร้อมกล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ซีเจ มอร์ จัดกิจกรรมให้คนในชุมชนได้ออกมาพบปะและร่วมสนุกกัน อยากเห็นกิจกรรมลักษณะนี้อีกในอนาคต

เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า เสียงดนตรียังคงดังต่อเนื่องพร้อมรอยยิ้มของผู้คนที่ยังไม่อยากให้ความสุขในวันนั้นจบลงง่ายๆ หลายคนกลับบ้านพร้อมความทรงจำดีๆ บางคนกลับพร้อมแรงบันดาลใจ ขณะที่บางคนกำลังเริ่มต้นก้าวแรกสู่ความฝันบนเวทีระดับประเทศ

สำหรับ ซีเจ มอร์ งาน “ไมค์ทองคำออนทัวร์” จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมความบันเทิงหน้าสาขา แต่เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างพื้นที่แห่งโอกาส ส่งมอบความสุข และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สอดคล้องกับเป้าหมายในการเป็น “ศูนย์กลางของชุมชน” ที่เติบโตเคียงข้างท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

เส้นทางของซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5” ยังไม่สิ้นสุด โดยยังเหลืออีก 3 จังหวัดสุดท้ายให้คนรักเสียงเพลงได้ร่วมลุ้นและร่วมส่งกำลังใจ ได้แก่ .พระนครศรีอยุธยา วันที่ 18 กรกฎาคม 2569, .พิษณุโลก วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 และ .ระยอง วันที่ 15 สิงหาคม 2569 ก่อนปิดฉากการเฟ้นหาสุดยอดเสียงร้องจากชุมชนสู่เวทีระดับประเทศในปีนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน