เมื่อความเหนื่อยล้าจากสายพานการผลิตต้องพักไว้ชั่วคราว และวันหยุดสุดสัปดาห์กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการคลายเหงาให้กับคนไกลบ้าน “ซีเจ มอร์” (CJ MORE) ซูเปอร์มาร์เก็ตคู่ใจชุมชนที่พึ่งพาได้เสมอ จึงเดินหน้าจัดงานมหกรรมความสุขปิดท้ายซีซันอย่างยิ่งใหญ่ในงาน “ซีเจ มอร์ ไมค์ทองคำออนทัวร์ ครั้งที่ 5″ ณ สาขาวัดมาบยางพร อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง เมื่อวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พลิกโฉมลานกิจกรรมหน้าสาขาใจกลางแหล่งอุตสาหกรรม ให้กลายเป็นพื้นที่ชาร์จพลังกายและฮีลใจสำหรับพี่น้องแรงงานและหนุ่มสาวโรงงานที่สู้ชีวิตอยู่ทุกวัน
จุดพิเศษของการมาปักหมุดที่สาขาวัดมาบยางพรในครั้งนี้ คือการทำหน้าที่เป็นสถานีสุดท้าย ของการปิดฉากซีซันอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ซีเจ มอร์ ได้เดินสายส่งต่อความสุขไปทั่วภูมิภาคต่าง ๆ มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสาขาตลาดร่วมใจสระแก้ว, สาขารักศักดิ์ชมูล 22 จันทบุรี, สาขาตลาดสดเมืองสุรินทร์, สาขานราวดี ซิตี้พาร์ค อยุธยา และสาขา ม.นเรศวร ประตู 4 พิษณุโลก การมาปิดจ๊อบที่ระยองครั้งนี้จึงมาพร้อมความตั้งใจที่จะมอบโอกาส คืนสู่คนในท้องถิ่นนิคมอุตสาหกรรม เพื่อขอบคุณที่ต้อนรับแบรนด์เป็นอย่างดีมาโดยตลอด

เสียงเพลงที่เชื่อมใจคนไกลบ้าน
เหตุผลที่เลือกอำเภอปลวกแดงเป็นจุดหมายปลายทาง เพราะที่นี่คือทำเลไข่แดงที่รวมตัวของ “คนพลัดถิ่น” จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศที่เดินทางมาทำงานไกลบ้าน ท่ามกลางตารางงานเข้ากะที่แสนเหนื่อยล้าตลอดทั้งสัปดาห์ ซีเจ มอร์ และพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำจึงขออาสายกขบวนความสุขระดับประเทศมาตั้งให้ถึงหน้าหอพัก เพื่อให้พี่น้องชาวโรงงานได้ใช้เวลาวันหยุดไปกับการช้อปปิ้งของถูกใจและชมความบันเทิงฟรี โดยไม่ต้องเสียเวลาและค่าน้ำมันฝ่าการจราจรเข้าไปถึงตัวเมืองระยอง

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศของคนสู้ชีวิตที่พร้อมสลัดชุดยูนิฟอร์มและชุดช็อปหน้าไลน์ผลิต มาร่วมจับไมค์ส่งเสียงเพลงและความคิดถึงกลับไปหาครอบครัวที่บ้านเกิด โดยมีดนตรีลูกทุ่งทำหน้าที่เป็นภาษากลาง เชื่อมโยงหัวใจของคนไกลบ้านเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่อบอุ่นและช่วยคลายความเหงาในต่างแดนได้เป็นอย่างดี พร้อมด้วยคณะกรรมการและพิธีกรตัวจริงจากรายการ “ไมค์ทองคำสามวัย“ ทางช่องเวิร์คพอยท์ (Workpoint TV ช่อง 23) มาร่วมให้คำแนะนำและมอบประสบการณ์ระดับประเทศแบบใกล้ชิด
หลังการแข่งขันสุดเข้มข้นตลอดวัน ทีมกรรมการซึ่งประกอบด้วย เปาวลี พรพิมล, ลีโอ อธิป โสดา และ จักรพงศ์ หาญภิรมย์ ได้คัดเลือกผู้ชนะ 2 คนสุดท้ายที่จะได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันต่อในรายการ “ไมค์ทองคำสามวัย” ได้แก่

(นายโกศล เกิดสุข (ซ้าย) – นายอนุพงศ์ อินเรืองศรี (ขวา) )
นายโกศล เกิดสุข พ่อค้าหมาล่าวัย 31 ปี จากจังหวัดศรีสะเกษ เล่าว่าทราบข่าวการประกวดจากเฟซบุ๊กของไมค์ทองคำ จึงตัดสินใจเดินทางไกลมาสมัครร้องเพลงในวันนี้ พร้อมชื่นชมว่าซีเจ มอร์ จัดงานได้อลังการ ทั้งทีมงาน แสง สี เสียง มีความพร้อมมาก ส่วนตัวเขาเป็นคนรักการร้องเพลงและอยากทำตามความฝันของตัวเองมาตลอด จึงฝึกซ้อมร้องเพลงทุกวันอย่างตั้งใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองติด 1 ใน 2 ผู้ผ่านเข้ารอบก็รู้สึกตกใจปนดีใจ ไม่คิดมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสเช่นนี้ สมกับที่อุตส่าห์เดินทางมาไกลจากศรีสะเกษ และตั้งใจว่าจะฝึกฝนพัฒนาตัวเองต่อไปเพื่อไปโชว์ฝีมือการร้องเพลงในรายการ “ไมค์ทองคำสามวัย” ให้เต็มที่
นายอนุพงศ์ อินเรืองศรี หนุ่มวัย 27 ปี จากจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า รู้สึกประทับใจการจัดงานของทีมงานซีเจ มอร์ และตื่นเต้นตลอดทั้งวันตั้งแต่ช่วงออดิชัน เขาเผยว่าใฝ่ฝันอยากเป็นศิลปินมาโดยตลอด และมักตระเวนสมัครประกวดร้องเพลงในทุกที่ที่มีโอกาส การได้ผ่านเข้ารอบในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวความสำเร็จหนึ่งในชีวิตของเขา โดยก่อนหน้านี้เตรียมตัวด้วยการออกกำลังกายเพื่อให้เสียงร้องแข็งแรง พร้อมซ้อมร้องเพลงทุกวัน เมื่อถึงช่วงประกาศผลเขารู้สึกตื่นเต้นและลุ้นตลอด และดีใจอย่างมากที่ผ่านเข้ารอบ พร้อมยืนยันว่าพร้อมเต็มร้อยสำหรับการแข่งขันครั้งต่อไป และฝากขอกำลังใจจากทุกคนให้เขาด้วย

ไม่เพียงแต่ผู้เข้าประกวด บรรยากาศงานยังคึกคักไปด้วยชาวบ้านในพื้นที่ที่พาลูกหลานมาร่วมสนุก อย่างครอบครัวของเด็กหญิงปุญนิสาและเด็กหญิงปิ่นปินัทธ์ ที่มาเปิดประสบการณ์การแสดงออกผ่านเสียงเพลงเป็นครั้งแรก ขณะที่ผู้ปกครองก็หวังให้รางวัลจากการประกวดเป็นทุนการศึกษาให้ลูก
ขณะที่นางสาวเบญจวรรณ ส่งสมบูรณ์ ผู้มาร่วมชมงาน เผยว่าเป็นลูกค้าประจำที่ซื้อสินค้าที่ซีเจ มอร์ อยู่แล้วเป็นปกติ เพราะสินค้าราคาถูก มีโปรโมชันเยอะ และหลากหลายตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน พอทราบว่าวันนี้ทางสาขามีการจัดกิจกรรมพิเศษ จึงตั้งใจซื้อสินค้าเพิ่มมากกว่าปกติเพื่อร่วมสนุกไปกับกิจกรรม โดยเฉพาะสิทธิ์ลุ้นทองที่ยิ่งเพิ่มความถูกใจเข้าไปอีก นอกจากนี้ยังบอกว่าตั้งใจมาร่วมงานในครั้งนี้เป็นพิเศษ เพราะชื่นชอบการฟังเพลงและอยากมาชมคอนเสิร์ตของลีโอด้วยตัวเอง เธอมองว่าการที่ซีเจ มอร์ เข้ามาจัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับคนในชุมชนถือเป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์มาก เพราะนอกจากจะทำให้คนในพื้นที่ได้มีที่เที่ยวพักผ่อนและสนุกสนานไปกับกิจกรรมแล้ว ยังได้เลือกซื้อสินค้าคุณภาพดีในราคาประหยัดกลับบ้านไปด้วย พร้อมทิ้งท้ายว่าอยากให้ซีเจ มอร์ จัดกิจกรรมลักษณะนี้ให้กับชุมชนบ่อยๆ

นอกจากความบันเทิง ซีเจ มอร์ ยังตอกย้ำจุดยืน “ครบ ถูก คุ้ม“ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าครองชีพในยุคนี้ ด้วยแคมเปญโปรโมชัน 1 แถม 1 คัดสรรสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เครื่องดื่ม ขนม ข้าวสาร เครื่องปรุง สินค้าซักล้าง ไปจนถึงเครื่องสำอาง พร้อมบิ๊กเซอร์ไพรส์สำหรับสมาชิกบัตร “ซีเจ สบายการ์ด” เพียงชอปครบ 300 บาท ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ สร้อยคอทองคำ บัตรกำนัล และพัดลม
ปัจจุบันซีเจ มอร์ ขยายสาขาดูแลพี่น้องประชาชนแล้วกว่า 2,000 สาขา ครอบคลุม 60 จังหวัดทั่วไทย และสำหรับงานปิดท้ายซีซันที่สาขาวัดมาบยางพรในครั้งนี้ แบรนด์ยังคงมุ่งหวังให้เป็นกิจกรรมที่สร้างรอยยิ้ม ความผูกพัน และเดินหน้าเติบโตเคียงข้างพี่น้องชาวระยองในฐานะเพื่อนบ้านที่พึ่งพาได้ในทุกๆ วัน