“ลัทธิสุดโต่ง การก่อการร้าย และยุทธวิธีแก้ปัญหา จีนกับทางออกสมานฉันท์ในซินเจียง”

     การก่อการร้ายถือเป็นหนึ่งในภัยคุกคามความมั่นคงที่สำคัญของโลกในปัจจุบัน จากสถิติในปี 2561  พบว่าทั่วโลกมีเหตุการณ์ก่อการร้ายเกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 1,127ครั้ง และทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 13,000คน  

     จีนเป็นประเทศหนึ่งที่แสดงจุดยืนชัดเจนต่อการต่อต้านการก่อการร้ายซึ่งเป็นศัตรูของมนุษยชาติ โดยสภารัฐกิจสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ออกหนังสือปกขาวว่าด้วยเรื่อง “ปราบปรามการก่อการร้าย ต่อต้านลัทธิสุดโต่งทางศาสนา และสร้างหลักประกันสิทธิมนุษยชนในเขตปกครองซินเจียง”เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2562

     ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างรับรู้ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงและก่อการร้าย ที่เกิดขึ้นในเขต  ซินเจียง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งสามกลุ่ม คือ กลุ่มแบ่งแยกดินแดน กลุ่มลัทธิสุดโต่งทางศาสนา และกลุ่มลัทธิก่อการร้าย  ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์สังหารโต๊ะอิหม่ามในมัสยิดอิดกะฮ์ เมืองคัชการ์ ในเดือนกรกฎาคมปี 2557 เหตุการณ์ก่อจราจลครั้งใหญ่ในเมืองอุรุมชี ในเดือนกรกฎาคมปี 2552 โดยแนวร่วม “ขบวนการเอกราชเตอร์กิสถานตะวันออก” (East Turkistan Independence Movement)ที่อยู่ทั้งในและนอกประเทศจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากถึง 1,700 คนและมีผู้เสียชีวิตถึง 197ศพ .

     เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนทุกชนชาติที่อาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองซินเจียง ด้วยเหตุนี้ การปราบปรามการก่อการร้ายและการต่อต้านกลุ่มลัทธิสุดโต่งของจีน จึงได้รับความเห็นพ้องต้องกันจากคนทุกชนชาติในเขตปกครองตนเองซินเจียง และได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไป รวมถึงมีพลเมืองดีจากซินเจียงเข้ามาเป็นแนวร่วมในการต่อต้านการก่อการร้ายด้วย

     ทั้งนี้ สมุดปกขาวดังกล่าวได้นำเสนอถึงสถานการณ์ปัญหาลัทธิสุดโต่ง การก่อการร้าย พร้อมทั้งมาตรการต่างๆที่มีประสิทธิภาพในการปราบปรามการก่อการร้ายของจีน ให้สังคมนานาประเทศได้รับรู้ บนพื้นฐานความชอบธรรม และยึดแนวทางปฏิบัติตามหลักการขององค์กรสหประชาชาติในการต่อสู้กับลัทธิก่อการร้ายและปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน

     แนวทางในการจัดการปัญหาของจีนมุ่งเน้นที่การป้องกันเพื่อระงับการก่อเหตุในพื้นที่เป็นอันดับแรก ใช้วิธีการบริหารจัดการบูรณาการกับมาตรการแก้ไขปัญหาปากท้องของคนในพื้นที่ ทั้งการก่อตั้งศูนย์ศึกษาอบรมทักษะการประกอบอาชีพ เพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำ ขยายโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างถ้วนหน้า

     ระหว่างปี 2559- 2561 เขตซินเจียงได้สร้างโอกาสการมีงานทำใหม่ในเมืองและตำบล 1,400,800 อัตรา สร้างโอกาสการมีงานทำเพิ่มให้แก่แรงงานเกษตรที่มีจำนวนเหลือเฟือ 8,305,000 อัตรา ส่วนในด้านการศึกษา การเรียนภาคบังคับ 9 ปี และระบบประกันการรักษาโรคร้ายแรงได้ครอบคลุมประชาชนทั้งหมด

     จะเห็นได้ว่า มาตรการเหล่านี้มุ่งเน้นที่การสร้างหลักประกันสิทธิมนุษยชนให้กับพลเมืองใน ซินเจียง เพื่อต่อต้านภัยคุกคามจากลัทธิการก่อการร้ายและลัทธิสุดโต่ง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จให้แก่นานาประเทศในการปราบปราบการก่อการร้าย

     ถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 2 ปีมาแล้วที่ความสันติและความสงบสุขได้กลับคืนมาอีกครั้งในเขตซินเจียง คดีที่ส่งผลต่อความมั่นคงและความปลอดภัยสาธารณะได้ลดน้อยลงอย่างมาก การแทรกซึมของลัทธิสุดโต่งถูกระงับอย่างมีประสิทธิภาพ ความปลอดภัยทางสังคมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข หลังจากต้องตกอยู่ในความหวาดระแวงจากโศกนาฎกรรมการก่อการร้ายและเหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายปีติดต่อกัน  

     ความสงบและสันติสุขที่กลับคืนมาในซินเจียงเหล่านี้ มาจากความเสียสละทุ่มเทของทุกภาคส่วนในสังคม  โดยเฉพาะทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของทุกชนชาติ ภายใต้การนำที่เข้มแข็งของพรรคคอมมิวนิสต์ ข้าราชการทุกภาคส่วนกล้าที่จะรับผิดชอบต่อหน้าที่การงานจนทำให้ซินเจียงกลับคืนสู่ความสงบ ภายใต้การขับเคลื่อนด้วยหลักนิติธรรมในสังคมและความสามัคคีของทุกชนชาติ  

     ปัจจุบัน ผู้คนในซินเจียงสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอยู่เย็นเป็นสุข การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่างๆมีการฟื้นฟูขึ้น  ปี 2561 ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวของซินเจียงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด รองรับนักท่องเที่ยวจีนและต่างประเทศกว่า 150 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมียอดมูลค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยว 250,220 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 41.6 เมื่อเทียบกับปี 2560

     ทว่า..ความสำเร็จในการจัดการปัญหาก่อการร้ายในซินเจียง กลับเป็นข้อเท็จจริงที่ถูกมองข้าม และสื่อตะวันตกไม่ได้พูดถึง

     ในทางตรงกันข้าม กลับมีใช้ “สองมาตรฐาน”ในการวิพากษ์วิจารณ์ และมองสถานการณ์ของจีนผ่าน“สายตาอันมีอคติ” โดยมีความพยายามจากคนบางกลุ่มและบางประเทศในการสร้าง “ภาพที่บิดเบือน” เกี่ยวกับซินเจียง เพื่อแทรกแซงกิจการภายในของจีนอย่างไร้เหตุผล ซึ่งเป็นการกระทำที่จีนจะไม่มีทางยอมรับ

     “เรารู้สึกเสียดายกับผู้คนที่ถูกปิดบังด้วยข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน การตั้งศูนย์ศึกษาอบรมทักษะการประกอบอาชีพซินเจียงเป็นวิธีการที่ดีในการต่อต้านกลุ่มลัทธิสุดโต่ง”

     “อยู่ที่นี่เราได้เห็นความมั่นคง สันติภาพ การพัฒนา การปฏิบัติที่ดี ความชอบธรรมในสังคม และมาตรการต่างๆในการขจัดความยากจน” …. นี่คือเสียงสะท้อนความจริงอีกด้านจากนักข่าวสื่อต่างประเทศบางส่วน หลังจากลงพื้นที่จริงศึกษาดูงานที่ซินเจียง

     การออกหนังสือปกขาวในครั้งนี้ จึงเป็นการแสดงให้เห็นถึงท่าทีที่มีต่อการก่อการร้ายของจีนอย่างต่อเนื่อง  และเป็นการยืนยันว่าจีนเป็นประเทศที่มีความรับผิดชอบ และพร้อมที่จะปกป้อง ให้การสนับสนุน และผลักดันกิจกรรมสิทธิมนุษยชนสากล

เขตปกครองซินเจียงที่ไร้ความรุนแรง ความเจริญรุ่งเรื่องและมั่นคง เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกชนชาติต่างมุ่งหวัง ปัจจุบัน การปราบปรามการก่อร้ายและการต่อต้านลัทธิสุดโต่งได้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว แต่การที่จะบรรลุเป้าหมาย “เพื่อความมั่นคงของสังคมอย่างยั่งยืน” นั้นยังมีหนทางอีกยาวไกล จะหยุดภารกิจกลางคันไม่ได้  

     ซินเจียงกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ความมั่นคงและความสันติสุขของซินเจียง เป็นเป้าหมายที่จีนให้สำคัญเหนือสิ่งใด เพราะอุดมการณ์ที่จีนยึดมั่นข้อหนึ่งคือ“การไม่ทำให้ซินเจียงเกิดความวุ่นวายคือสิทธิมนุษยชนที่ใหญ่ที่สุด”

บทความก่อนหน้านี้ประยุทธ์ ยันรัฐบาลไม่มีคำสั่งยกเลิกโครงการอาหารกลางวัน เผยศธ.ช่วยข้าวเช้าอีก
บทความถัดไปภาคิน เช็คอินโรงพัก ขอกำลังใจ เปิดโพสต์สุดท้าย ก่อนโดนรวบคดียาเสพติด-อาวุธ