โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ที่ก่อสร้างโดยบริษัทของคนไทย บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower กำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา
ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของปลาทั้งในแง่ของสิ่งแวดล้อมและวิถีชีวิตของผู้คน CKPower จึงลงทุนเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมสูงถึง 19,400 ล้านบาท มีการศึกษาระบบนิเวศโดยรอบอย่างละเอียดก่อนเริ่มก่อสร้าง เลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัยที่สุดจากทั่วโลก และหนึ่งในแนวทางการดูแลทรัพยากรปลาแม่น้ำโขง คือการศึกษาพฤติกรรมปลาอย่างต่อเนื่องเพื่อนำไปสู่การพัฒนาและผสมผสานระบบทางปลาผ่านที่ทันสมัยและก้าวหน้าที่สุดจากทุกมุมโลกมาใช้ร่วมกันจนได้ระบบที่เป็นมิตรกับปลาแม่น้ำโขงที่สุด การออกแบบระบบที่มีหลากหลายเทคโนโลยี ขณะเดียวกันก็ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นระบบทางปลาผ่านแบบผสม หรือ Multi-System Fish Passing Facilities เอื้อให้ปลาสามารถอพยพผ่านโรงไฟฟ้าได้ทุกฤดูกาลตามธรรมชาติ
จนใครต่อใครยกให้ “โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี” เป็นต้นแบบโรงไฟฟ้ารักษ์ปลา

นายอานุภาพ วงศ์ละคร รองกรรมการผู้จัดการ งานเดินเครื่องและบำรุงรักษา บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด อธิบายว่า “เรานำผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ นักประมงทั้งจากไทย ลาว และยุโรป ศึกษาปริมาณ และพฤติกรรมปลาที่ว่ายผ่านบริเวณที่จะก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ในทุกฤดูกาล ซึ่งพบว่าวงจรชีวิตของปลาแม่น้ำโขงเมื่อโตเต็มวัยจะว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นไปเพื่อขยายพันธุ์และวางไข่ในที่ที่เหมาะสมบริเวณเหนือน้ำ จากนั้นไข่หรือตัวอ่อนของปลาจะไหลตามกระแสน้ำลงมายังท้ายน้ำ เพื่อหาอาหาร เมื่อเติบใหญ่ก็จะว่ายทวนกระแสน้ำเพื่อขยายพันธุ์และวางไข่ต่อไป
จากการศึกษาอย่างละเอียด ทั้งพฤติกรรมปลาแม่น้ำโขง ชนิดพันธุ์ปลา ฤดูกาลอพยพ พร้อมนำผลการทดลองหาความเร็วของกระแสน้ำที่เหมาะกับปลาแต่ละขนาดมาคิดคำนวณเพื่อออกแบบทางปลาผ่าน สุดท้ายเราได้ “ระบบทางปลาผ่านแบบผสม” หรือ Multi-System Fish Passing Facilities เป็นการนำทางปลาผ่าน (Fish Ladder) มาผสมกับทางยกระดับปลา (Fish Lock) โดยคัดเลือกเทคโนโลยีและนำมาประยุกต์ให้มีความสอดคล้องกับวิถีธรรมชาติ มีเป้าหมายหลักเป็นปลาอพยพที่ว่ายทวนกระแสน้ำไปขยายพันธุ์และวางไข่เหนือน้ำ ระบบทางปลาผ่านของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี จึงเป็นระบบผสมผสาน ที่มีโครงสร้างรองรับปลาแม่น้ำโขงซึ่งมีหลายสายพันธุ์” นายอานุภาพ กล่าว

สำหรับ “ปลาอพยพว่ายทวนกระแสน้ำ” จะมีการ ‘ปล่อยน้ำล่อปลา’ หรือ Attraction Flow ในความเร็วน้ำที่แตกต่างกัน ส่งผลให้ปลาแต่ละชนิดสามารถเลือกว่ายเข้าช่องทางที่เหมาะสม โดยการปล่อยน้ำล่อปลานั้น ก็เพื่อดึงดูดให้ปลาเข้าสู่ระบบทางปลาผ่านของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยปลาจะว่ายสู่ ‘ทางปลาผ่าน’ หรือ Fish Ladder ที่มีความกว้าง 3 ขนาด คือ 0.5 ,1.0 และ 1.5 เมตร ตลอดระยะทางประมาณ 460 เมตร โดยจำลองสภาพพื้นที่ให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด โดยด้านบนเปิดช่องให้แสงธรรมชาติส่องถึง และท้องน้ำใน Fish Ladder จำลองระบบนิเวศของแม่น้ำโขงที่เต็มไปด้วยหินธรรมชาติ ให้เกิดเป็นสภาพคล้ายท้องน้ำจริง ๆ และยังเป็นที่หลบภัยและพักเหนื่อยของปลาเล็ก ๆ ทั้งยังช่วยลดกระแสน้ำและเป็นที่ให้ปลาวางไข่ได้อีกด้วย

ถัดจากนั้น ถึงจุดที่เรียกว่า ‘ช่องยกระดับปลา’ หรือ Fish Lock จำนวน 2 หน่วย ซึ่งทำงานสลับกันเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด โดยมีหน้าที่ยกระดับปลาจากท้ายน้ำขึ้นไปเหนือน้ำที่มีระดับแตกต่างกันถึง 30 เมตร โดยทำการเติมน้ำลงใน Lock อย่างช้า ๆ พร้อม ๆ กับการยกตะแกรงฝูงปลาขึ้นทำให้แทบจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในระหว่างกระบวนการยกระดับน้ำเพื่อเข้าสู่ช่องทางออกสู่ คลองส่งปลาด้านบน (Upper Channel) ที่เชื่อมสู่ลำน้ำโขงด้านเหนือน้ำ ฝูงปลาจะว่าย ออกทวนกระแสน้ำ ที่ไหลเข้ามาล่อปลาจากแรงน้ำไหลตามธรรมชาติ และจากจุดนี้อีกเพียงอึดใจเดียวเท่านั้นที่ฝูงปลา จากท้ายน้ำจะได้ว่ายออกสู่เหนือน้ำเพื่อไปวางไข่และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติในลำน้ำสาขาต่าง ๆ ของแม่น้ำโขงเหนือโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี

สำหรับปลาที่ว่ายตามน้ำเพื่อกลับลงท้ายน้ำ จะถูกออกแบบให้สอดแทรกในทุกส่วนของโครงสร้างหลัก ตั้งแต่ทางเดินเรือ ประตูระบายน้ำล้น (Spillway) เกาะกลางน้ำ (Intermediate Block) ไปจนถึงด้านหน้าโรงไฟฟ้าซึ่งมีอุโมงค์สำหรับปลาใหญ่ผ่าน ส่วนปลาที่ผ่านเข้ากังหันน้ำ ก็จะผ่านออกไปได้ เพราะเลือกใช้กังหันน้ำที่เป็นมิตรต่อปลา (Fish Friendly Turbine) ซึ่งเป็นกังหันน้ำแนวตั้ง ชนิด Kaplan จำนวนใบพัดน้อย (5 ใบพัด) มีรอบการหมุนช้า มีช่องว่างต่าง ๆ ที่เอื้อให้ปลาผ่านไปได้อย่างปลอดภัย
โรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรี ยังคงมุ่งมั่นศึกษาวิจัยพฤติกรรมของปลาในบริเวณพื้นที่โครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาการใช้งานระบบทางปลาผ่านให้เหมาะสมยิ่งขึ้นอยู่เสมอ