พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และภาคีเครือข่าย ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ “โครงการ Green Bangkok 2030” เพื่อผลักดันสู่กรุงเทพสีเขียว ณ สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมืองให้มากขึ้น เพิ่มอัตราเฉลี่ยพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรในกรุงเทพฯ จากปัจจุบัน 6.9 ตารางเมตรต่อคน เป็น 10 ตารางเมตรต่อคน
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มพื้นที่ป่า และพื้นที่สีเขียวตามเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบกับในปี 2030 หรือ พ.ศ. 2573 เป็นปีที่รัฐบาลไทยได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 20 – 25 ตามความตกลงปารีส ที่ไทยได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 21 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2558

“กรุงเทพมหานคร ได้กำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ จึงขยายผลการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง โดยมอบหมายให้สำนักสิ่งแวดล้อม จัดทำโครงการ Green Bangkok 2030 กรุงเทพฯ เมืองสีเขียวขึ้น จึงร่วมกับ ปตท. และภาคีเครือข่าย อาทิ กลุ่ม We Park และ กลุ่ม Big Tree ประกาศเจตนารมณ์เพื่อผลักดันกรุงเทพมหานครสู่เมืองสีเขียว โดยมุ่งเน้นการสร้างพื้นที่สีเขียวอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน โดยมีเป้าหมาย คือ 1. ระยะการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะสีเขียว ไม่เกิน 400 เมตร 2. อัตราเฉลี่ยพื้นที่สีเขียวต่อจำนวนประชากรในกรุงเทพมหานคร เพิ่มจากปัจจุบัน 6.9 ตารางเมตรต่อคน เป็น 10 ตารางเมตรต่อคน 3. พื้นที่ร่มไม้ต่อพื้นที่เมือง เพิ่มจากปัจจุบันร้อยละ 14 เป็นร้อยละ 30 ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เมืองสีเขียว และมีคุณภาพชีวิตที่ดี”
ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร ได้เสนอพื้นที่นำร่องโครงการ Green Bangkok 2030 จำนวน 11 แห่ง ได้แก่ 1. สวนสาธารณะบริเวณทางแยกต่างระดับถนนร่มเกล้ากับถนนเจ้าคุณทหาร พื้นที่ 18 ไร่ 2. สวนสาธารณะภายในสถานีพัฒนาที่ดินกรุงเทพมหานคร (ถนนบางขุนเทียนชายทะเล) พื้นที่ 37 ไร่ 3. สวนปิยะภิรมย์ พื้นที่ 10 ไร่ 4. สวนสันติพร พื้นที่ 2.5 ไร่ 5. สวนชุมชนเขตบางรัก พื้นที่ 0.5 ไร่ 6. สวนภายในซอยวิภาวดี 18 แยก 3 พื้นที่ 3 ไร่ 7. พื้นที่ภายในศูนย์กำจัดขยะอ่อนนุช พื้นที่ 20 ไร่ 8. พื้นที่ สีเขียวภายใน ปตท. สำนักงานใหญ่ (ถนนวิภาวดี) 9. ภูมิทัศน์ทางเท้าริมถนนพหลโยธิน 10. พื้นที่ใต้ทางด่วนศรีรัช – วงแหวนรอบนอก (บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าบางซ่อน) และ 11. พื้นที่ใต้ทางด่วนฉลองรัช (บริเวณซอยปรีดีพนมยงค์ 2) โดยคาดว่าพื้นที่นำร่องดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในปี 2563-2565

ด้าน นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.ได้ดำเนินการเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้มาตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน โดยตลอดระยะเวลา 25 ปี ปตท.ได้ปลูกป่ามาแล้ว 1 ล้านไร่ สามารถดูแลรักษาได้ร้อยละ 90 และมีการดำเนินงาน ศูนย์การเรียนรู้ 3 ศูนย์ ภายใต้สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. ได้แก่ ได้แก่ ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง และ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ทั้งนี้ในปี 2562 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.10 จึงพัฒนาพื้นที่สีเขียวพลิกฟื้นแปลงปลูกป่า FPT 49 อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จากต้นประดู่ป่าทรงปลูก ซึ่งเป็นต้นกล้าต้นที่ 100 ล้าน ในโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ของ ปตท. พลิกฟื้นเขาหัวโล้นให้เป็นผืนป่าบกที่อุดมสมบูรณ์ และพัฒนาเป็นห้องสมุดธรรมชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้การฟื้นฟูป่าและระบบนิเวศ โดยปัจจุบันเปิดเส้นทางจักรยานเพื่อให้คนไทยเข้าถึงแรงบันดาลใจ รวมถึงได้รับความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและชื่นชมผืนป่าใต้ร่มพระบารมี

“นอกเหนือจากการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ปตท. ได้นำองค์ความรู้การปลูกป่ามาเป็นต้นแบบ ประยุกต์ใช้ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง ภายใต้กลยุทธ์จากป่าสู่เมือง โดยเริ่มจากการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนระดับมหาวิทยาลัยผ่าน โครงการ “40 ปี ปตท. PLANT TOGETHER” ซึ่งร่วมกับ เจเอสแอล จัดประกวดสร้างพื้นที่สีเขียวใน 5 มหาวิทยาลัย เพื่อให้เยาวชนได้มีส่วนร่วมสร้างพื้นที่สีเขียว เกิดใจรักษ์ และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ผลปรากฏว่า น้องๆ จากทีมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ คว้าชัยชนะไปด้วยผลงาน From Grey to Green ที่มีแนวคิดแบบ Co-Working Space ได้รับเงินรางวัลกว่า 400,000 บาท ไปต่อยอดโครงการสร้างพื้นที่สีเขียวไปด้วยกัน

“และในวันนี้ ปตท. จึงขยายผลของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง โดยได้ร่วมกับ กทม. และภาคีเครือข่าย We Park และ Big Trees ประกาศเจตนารมณ์เพื่อผลักดันกรุงเทพสู่เมืองสีเขียว ภายใต้การดำเนินโครงการ Green Bangkok 2030 และจัดกิจกรรมเพื่อเชิญชวนประชาชนในเขตเมืองร่วมกันปลูกต้นไม้พร้อมติดแฮชแทก #ปลูกเพื่อเปลี่ยน แสดงพลังหัวใจสีเขียวเพื่อเมืองที่น่าอยู่ของเราทุกคนไปด้วยกัน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นพลังสำคัญและฟันเฟืองสำคัญ ในการขับเคลื่อนกรุงเทพสีเขียว และร่วมสร้างจิตสำนึกคนเมืองให้ช่วยกันลงมือเพิ่มพื้นที่สีเขียวไปด้วยกันเพื่อลดปัญหาภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน” นายชาญศิลป์ กล่าว

นอกจากการประกาศเจตนารมณ์ “โครงการ Green Bangkok 2030” เพื่อผลักดันสู่กรุงเทพสีเขียวแล้ว สำหรับกิจกรรม “ปลูกเพื่อเปลี่ยน” ยังเป็นการรวมตัวของพลังคนหัวใจสีเขียว ช่วยเปลี่ยนมุมมองของคนที่ยังเห็นสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว โดยมีตลอดทั้งวันโดยเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า กิจกรรมภายในงาน มีทั้งการจัดเสวนาโดยคนดังรักษ์โลก ภายใต้ 3 ประเด็น ได้แก่ เปลี่ยนฉัน เปลี่ยนเรา และ เปลี่ยนเมือง โดยนักแสดงชื่อดัง อเล็กซ์ เรนเดลล์ จุลพร นันทพานิช รวมทั้งกิจกรรมความสนุกอื่นๆ อาทิ กิจกรรมเวิร์คชอป ปลูกเพื่อลูก เลี้ยงลูกด้วยอาหารปลอดสารพิษ เวิร์คชอปปลูกถาดต้นกล้า สวนขวดโหล ปลูกต้นไม้ในทรายสี และปิดท้ายด้วยการแสดงมินิคอนเสิร์ต จากศิลปิน ลุลา และ SeasonFive เป็นการจบงานอย่างสนุกสนาน. #GreenBangkok2030 #ปลูกเพื่อเปลี่ยน