“บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” นักแสดงชื่อดังที่คนไทยต่างรู้จักเขาในอีกหนึ่งบทบาท คือ “ผู้ให้…ที่มีหัวใจอันยิ่งใหญ่” มาตลอดเวลากว่า 30 ปี ด้วยการลุกขึ้นมาช่วยเหลือคนไทยที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยในทุกรูปแบบ และทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านการทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ให้กับงานจิตอาสา เพื่อเดินหน้าสร้างสังคมแห่งการให้ การแบ่งปันส่งต่อความช่วยเหลือและขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทั่วประเทศอยู่หลายครั้ง จนกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรวมถึงแรงบันดาลใจที่สำคัญของคนในสังคม

อย่างเช่นหนึ่งเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานนี้ ที่ทำให้หลายคนได้เห็นถึงความตั้งใจและจริงใจของเขาในการอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างแท้จริง กับ ‘อุทกภัยครั้งใหญ่ ณ อุบลราชธานี’ ด้วยการระดมเงินบริจาคจากการร่วมแรงร่วมใจของคนไทยทั้งประเทศได้มากถึง 426 ล้านบาท พร้อมลงพื้นที่ส่งต่อความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ได้คลี่คลาย และได้รับการช่วยเหลือในทางที่ดีแล้ว บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จึงมีโอกาสมาบอกเล่าถึงประสบการณ์ตรงจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถึงสิ่งที่ทำให้เขาสามารถบรรลุเป้าหมายในการภารกิจช่วยเหลือได้ รวมถึงเปิดเผยเรื่องราวดี ๆ ที่เริ่มต้นจากความประทับใจ สู่การเปิดใจ ใช้งานจริง จนมั่นใจและเลือกก้าวเข้ามาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกของกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER

  • จุดเปลี่ยนจากนักแสดง สู่อาสากู้ภัย “ดารา 1”

คุณบิณฑ์เปิดเผยว่า “เริ่มอยากทำงานอาสาตั้งแต่ประมาณอายุ 13 ปี ผมได้มีโอกาสเห็นภาพมูลนิธิต่าง ๆ เข้ามาเก็บศพไร้ญาติที่โรงเจ ด้วยความรู้สึกที่ว่าเขาไม่มีความรังเกียจและเต็มใจที่จะช่วย ผมจึงจดจำและถูกปลูกฝังมาโดยภาพเหล่านั้น จนมาถึงตอนที่เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง เวลาเจอคนประสบอุบัติเหตุ เราก็มีความรู้สึกที่อยากจะเข้าไปช่วยเหลือ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร พอผ่านไปสักพักหนึ่ง ผมได้ทราบว่ามีเหตุการณ์ตึกถล่ม จึงตัดสินใจขับรถไปยังที่เกิดเหตุทันที และได้พบกับเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู เขาก็เอาเสื้อให้เราใส่ ซึ่งตอนนั้นผมเป็นคนแรกที่ขุดเจอศพ เลยได้ฉายาพระเอกเก็บศพ และมีรหัสอาสาสมัครร่วมกตัญญูว่า “ดารา 1” จากนั้นมันก็เหมือนติดตัวเรา ทำให้เรามีความรู้สึกอยากช่วยเหลือคนอื่นอยู่ตลอดเวลา”

  • เหตุการณ์น้ำท่วมที่อุบลปี 62 กับปรากฏการณ์รวบรวมเงินบริจาคได้มากถึง 426 ล้านบาท!

ครั้งแรกที่ผมลงพื้นที่ประสบภัยน้าท่วมที่อุบลฯ ได้เห็นเหตุการณ์ เห็นผู้คนยากลำบาก ตอนผมกลับมากรุงเทพฯ เลยตัดสินใจนำเงินส่วนตัว 1 ล้านบาท พร้อมเปิดรับบริจาคจากคนไทยทั้งประเทศโดยไม่ได้คาดหวังว่าจะได้มากมายขนาดนี้ คิดแค่ว่าระดมเงินคนละเล็กละน้อยแล้วนำไปช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านไปไม่ถึงสัปดาห์ มียอดบริจาคจากคนทั่วประเทศมากถึง 426 ล้านบาท ทำให้ผมเข้าใจเลยว่าคนไทยเรามีน้ำใจ และมีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พร้อมที่จะช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ คนไทยจะไม่มีวันทิ้งกัน”

  • อุปสรรคใหญ่ที่ต้องผ่านให้ได้ ในการลงพื้นที่น้ำท่วม

คุณบิณฑ์เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า การลงพื้นที่ในครั้งนั้นค่อนข้างหฤโหด ต้องเจออุปสรรคในเรื่องของการเดินทางรวมถึงการบรรทุกลำเลียงสิ่งของต่าง ๆ ไปยังพื้นที่ที่เดือดร้อน เนื่องจากระดับน้ำสูงมาก ลำพังการใช้เรืออย่างเดียวไม่ได้สะดวกนัก เพราะขนของได้ครั้งไม่มาก ไม่ทันเวลา แต่โชคดีที่ตอนนั้นตนได้เจอกับเฮียโต้ ซึ่งเป็นอาสากู้ภัยเหมือนกัน มีความสนิทสนมกันพอสมควร เป็นเจ้าของโรงแรมวิจิตรพร และเป็นเจ้าของโชว์รูมเอ็มจีที่อำเภอวารินชำราบด้วย ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ประสบภัย เขาไม่ลังเลที่จะช่วยเหลือเลย ได้สนับสนุนให้ใช้พื้นที่ในการตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมให้รถกระบะ NEW MG EXTENDER และรถตู้ NEW MG V80 มาใช้งาน จึงทำให้การทำงาน กระบวนการการช่วยเหลือ และการลงพื้นที่สามารถทำได้ง่ายขึ้น ทีมงานสามารถขับกระบะ NEW MG EXTENDER ลุยน้ำ พร้อมลำเลียงข้าวของต่าง ๆ ไปช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็ว

  • ตัวช่วยที่ตอบโจทย์ ทำให้งานราบรื่น

ผมมองว่า รถก็เหมือนเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมลุยไปกับเราทุกเส้นทาง เหตุการณ์ครั้งนั้นตลอด 3 เดือนเต็มๆ ที่ผมและทีมงานได้ใช้ทั้ง NEW MG V80 ซึ่งเป็นรถตู้ที่นั่งสบายมาก กว้างมาก เหยียดขาได้สบายเลย และที่ประทับใจมากคือรถกระบะ NEW MG EXTENDER ที่ลุยสมบุกสมบันไปกับผมทุกที่ ทั้งลุยน้ำ ลุยเลน ลุยโคลน มีอยู่ครั้งหนึ่งได้เข้าพื้นที่ที่มีน้ำท่วมสูง มีพี่น้องรอคอยความช่วยเหลืออยู่ข้างในหมู่บ้านอยู่เป็นจำนวนมาก ระหว่างที่รอเรือมารับของที่เราจะขนเข้าไปให้ น้ำก็ท่วมสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จากเกือบมิดล้อจนกระทั่งน้ำปริ่มท่วมโป่งล้อเกือบถึงกระโปรงรถ ตอนนั้นก็กลัวมากว่ารถจะสตาร์ทไม่ติด แต่กลับสตาร์ทติด วิ่งได้สบายเลย ทำให้ผมรู้สึกทึ่งกับสมรรถนะ และประทับใจในรถรุ่นนี้มาก ๆ ครับ” คุณบิณฑ์กล่าว

  • เผยประสบการณ์ดีๆ “เริ่มจากประทับใจ สู่การเปิดใจและใช้จริง”

อย่างที่ทราบกันดีว่าคุณบิณฑ์มีรถยนต์คู่ใจที่ดี ทำให้การช่วยเหลือประชาชนราบรื่นมากขึ้น จึงไม่ลืมที่จะบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ ในครั้งนั้นว่า “ตอนแรกผมพูดได้เลยว่าไม่รู้จักเอ็มจีเลย แต่หลังจากประสบการณ์ที่ได้ใช้งานจริงร่วม 3 เดือน ทำให้ผมรู้สึกอยากเป็นเจ้าของรถเอ็มจีขึ้นมา เพราะรู้สึกประทับใจ จึงเปิดใจทำความรู้จักและลองใช้งานอย่างจริงจัง รวมถึงบอกต่อไปให้คนใกล้ตัวใช้ด้วย เพราะรถใช้งานดี ช่วงล่างดี นั่งสบายจริง อย่างตอนนี้ไทด์ เอกพันธ์ น้องชายผมก็ซื้อ NEW MG V80 มาใช้เรียบร้อยแล้ว ส่วนผมประทับใจใน NEW MG EXTENDER เป็นพิเศษ เพราะผมใช้รถกระบะรุ่นนี้แล้วรู้สึกปลอดภัย ด้วยความที่มีระบบความปลอดภัยเยอะมาก ๆ

อาจพูดได้ว่า การเปิดใจในครั้งนั้น ทำให้เราได้พบกับอะไรดี ๆ ซึ่งการเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ไม่มีอะไรเสียหาย คนเรามักยึดติดกับอะไรเดิม ๆ คนแรกๆ ว่าดีเราก็ว่าดี ทำตามกันไป ใช้ตามกันไป แต่ถ้าเราลองเปิดใจรับอะไรใหม่ๆ ดูบ้าง เราอาจได้เจอสิ่งที่ดีกว่า ทำให้มีความสุขมากกว่า จนอาจต้องพูดว่ารู้อย่างนี้ใช้มาตั้งนานแล้ว รู้อย่างนี้มาที่นี่ตั้งนานแล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้ทุกคนลองเปิดใจ ลองรับอะไรที่มันใหม่ๆ การเปิดใจรับในสิ่งที่ดีก็จะทำให้ชีวิตของเราได้อะไรที่ดีไปด้วย ไม่มีอะไรเสียหาย.

จากคนเปิดใจและใช้จริง สู่พรีเซนเตอร์คนแรกของ NEW MG EXTENDER

ช่วงที่ผ่านมามีหลายแบรนด์ในหลายแวดวงติดต่อให้ผมเป็นพรีเซนเตอร์ ผมปฏิเสธไปหมดเลย แต่สำหรับ NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ตัวนี้ ผมขอเป็นพรีเซนเตอร์ให้เพราะว่าผมได้ใช้งานจริง และผมอยากให้ทุกคนได้รู้ว่ารถยนต์เอ็มจีมีสมรรถนะที่ดีมาก ไม่แพ้รถที่มีอยู่ในตลาด และราคาก็ถูกมากด้วย ซึ่งกระบะเอ็มจีเขาออกแบบให้ตัวถังใหญ่ ระบบความปลอดภัยก็ครบครัน แล้วยังมีระบบ i-SMART ที่สั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้อีกด้วย ช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น เหมาะกับโลกปัจจุบัน ผมอยากให้ทุกท่านได้ลองใช้ หรือไปทดลองขับที่ศูนย์ไหนก็ได้ แล้วคุณจะประทับใจเหมือนผมที่ปัจจุบันได้เลือก NEW MG EXTENDER เป็นรถคู่ใจ ไปไหนไปกัน เพราะผมมั่นใจว่ารถคันนี้จะไปกับผมได้ทุกที่” คุณบิณฑ์กล่าว

นี่เป็นเรื่องราวอันน่าสนใจเพียงส่วนหนึ่งจากประสบการณ์ที่ผู้ชายชื่อบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ได้เก็บสะสมมากกว่า 30 ปี เท่านั้น แต่ทำให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและจิตใจที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ในฐานะอาสากู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่จะไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้ และจะยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างสรรค์ รวมถึงหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมไทยต่อไป

“ในอนาคตอยากจะเปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็ก ๆ เพราะตัวผมเองเคยพลาดโอกาสในการได้ร่วมงานกับฮอลลีวูด เพียงเพราะไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ แต่ในวันนี้ผมเล็งเห็นความสำคัญและอยากให้เด็ก ๆ ได้รับโอกาสในการเรียนภาษาอังกฤษ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนี้อีกหนึ่งโครงการที่อยากทำคือโรงทาน โรงทานแบบถาวรที่มีคุณภาพ สามารถได้เลี้ยงคนได้เป็นร้อย ๆคน ตั้งแต่เช้าถึงเย็น อยากให้คนที่ไม่มีเงินซื้อข้าวกินได้กิน ซึ่งถ้ามีโอกาส ก็จะทำแน่นอนครับ” บิณฑ์ บรรลือฤทธ์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง เป็นรถที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี มาพร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุก

ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย

มาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่นจากเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล เทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 161 แรงม้า ให้ทั้งการประหยัดน้ำมันและประหยัดค่าบำรุงรักษา โดยสามารถตอบโจทย์สำหรับการใช้งานและใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

ด้วยตัวเลือกทั้งในรูปแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) ที่มีความยาวกระบะท้ายถึง 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งยาวที่สุดในรถระดับเดียวกันจึงช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และแบบ 4 ประตู (Double Cab) กว้างขวาง นั่งสบาย พร้อมลุยทุกสถานการณ์

รวมถึงยังมีให้เลือกทั้งระบบส่งกำลังแบบธรรมดาและแบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ ซึ่งมีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ (4WD) ให้เหมาะกับรูปแบบการใช้งานได้อย่างลงตัวด้วย มาให้เลือกถึง 5 สี!!! คือ สีขาว Artic WHITE สีดำ BLACK Knight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และสีเทา Metal Ash GREY

นอกจากนี้ ยังให้ความสะดวกสบายและมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนนด้วยระบบช่วงล่างแบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION ที่ทำให้การขับขี่คล่องตัวในทุกจังหวะ มาพร้อมการติดตั้งระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน , ระบบช่วยกระจายแรงเบรก ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล, ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา และ ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน เป็นต้น รวมทั้งยังเป็นรถกระบะที่มาพร้อมระบบดิสก์เบรก 4 ล้อ

และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART สั่งการด้วยเสียงภาษาไทยที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างไร้ข้อจำกัด เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับรถยนต์เอ็มจีเท่านั้น

สัมผัสด้วยตัวคุณเองได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมรถยนต์ เอ็มจี ทั้ง 124 แห่งทั่วประเทศ พร้อมรับบริการหลังการขาย “Passion Service” สุดประทับใจ ที่เพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น อาทิ การบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องภายใน 1 ชั่วโมง การจัดส่งอะไหล่ภายใน 1 วันทำการ และบริการรถสำรองระหว่างซ่อม รวมถึงมีระยะรับประกัน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร

ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com

#NewMGEXTENDER #MGCarsTH #PassionDrives

credit ขอบคุณรูป
Facebook : MG M2 Motorsport Ubonratchathani

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน