‘หนองคาย’ เมืองริมฝั่งแม่น้ำโขงที่เคยคึกคักด้านการท่องเที่ยวและครึกครื้นด้วยการค้าขาย ถูกพิษโควิด-19 กระหน่ำซัดไม่ต่างจากจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ของไทย และยิ่งมีตัวเลขผู้ป่วยที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 ทั้งสิ้น 3 ราย แม้รายสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนเมษายนก็ตาม ทำให้ที่ผ่านมาหนองคายซบเซาจากพิษโควิดอยู่พอสมควร
อย่างไรก็ตาม นับจากวันที่ 2 เมษายน กระทั่งถึงวันนี้ เป็นเวลาร้อยกว่าวันแล้ว ที่หนองคายไม่มีรายงานตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ พ่อเมืองหนองคาย จึงมาบอกเล่าช่วงเวลาของการก้าวผ่านวิกฤต รวมถึงให้คำยืนยันความพร้อมที่จะเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยว และทำการฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงการเปิดพรมแดนกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

พักการท่องเที่ยว กลับสู่ภาคเกษตร
นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวถึงผลกระทบที่ได้รับจากการระบาดโควิด-19 ภายในจังหวัดว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดคือผลกระทบทางเศรษฐกิจ เนื่องจากหนองคายเป็นเมืองท่องเที่ยวและมีพรมแดนติดกับสปป.ลาว มีการเดินทางของผู้คนและมีการค้าขาย แต่เมื่อมีการปิดพรมแดนข้ามประเทศไม่ให้คนเดินทางเข้า-ออก คนจากฝั่งไทยและลาวหยุดเดินทาง ทำให้กำลังซื้อส่วนหนึ่งที่เป็นของคนลาวหายไป การค้ามีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทั้งรายย่อย ขนาดกลาง และรายใหญ่ เมื่อประเมินแล้วไม่ต่ำกว่า 60-70 %
“ย้อนกลับไปเหตุการณ์ช่วงปลายปี 2562 ถึงต้นปี 2563 ในช่วงที่เศรษฐกิจหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของโลก แต่สำหรับหนองคายยังถือว่ากระทบไม่มากนัก เนื่องจากมีกำลังซื้อจากฝั่ง สปป.ลาว เมื่อมีโควิด-19 ทุกอย่างหยุด แม้จะมีส่งสินค้าอยู่บ้าง แต่ไม่เกิดการจับจ่ายของคน ทำให้เมืองซบเซา”
สิ่งที่พ่อเมืองต้องคิดทำอย่างแรกเมื่อเกิดวิกฤตคือ “ชาวหนองคายต้องไม่อด และยังมีอาชีพทำต่อไป” ซึ่งนับว่ายังโชคดีที่ประชาชนมีพื้นดินและส่วนหนึ่งอยู่ในภาคเกษตรกรรม
แนวคิดของผู้ว่าฯ หนองคาย ได้วางมาตรการเยียวยา ใน 2 ส่วน คือ เยียวยาตามมาตรการของรัฐบาล พยายามให้คนเข้าถึงให้ได้มากที่สุดด้วยการประชาสัมพันธ์ ติดตามข้อมูลโดยใช้กลไกในพื้นที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอ และศูนย์ดำรงธรรม เปิดรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชนและเข้าไปดูแลช่วยเหลือ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจังหวัดดำเนินการเอง
“คนที่เคยทำงานในภาคท่องเที่ยวพอกลับมาอยู่ที่บ้าน ก็มาทำงานภาคเกษตร จังหวัดจะหาโครงการที่จะสร้างอาชีพให้ ทำศูนย์พัฒนาและส่งเสริมอาชีพทางการเกษตร ให้คนที่กลับมาอยู่บ้านได้เข้ามาเรียนรู้ โดยจะมอบปัจจัยการผลิตให้เขาได้กลับไปทำที่บ้านของตัวเอง เช่น ให้พันธุ์กบ พันธุ์ไก่ พันธุ์ปลา รวมถึงเมล็ดพันธุ์ผักที่สามารถปลูกเป็นอาหารได้ ทั้งหมดนี้จะมีการแบ่งและกระจายให้กับคนในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัด นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจและประชาชนที่ยังพอประกอบกิจการอยู่ได้ บริจาคให้ข้าวสาร อาหาร และสิ่งของจำเป็นเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบ เป็นการดูแลกันภายในจังหวัด” นายรณชัย กล่าว

‘ป้องกัน-เยียวยา-ฟื้นฟู’ พาหนองคายพ้นวิกฤต
นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายได้ดำเนินนโยบายในการป้องกันภายใต้การกำกับของรัฐบาล โดยเราแบ่งการบริหารจัดการเป็น 3 ระยะ
ระยะที่หนึ่ง การป้องกัน โดยทุ่มเทสรรพกำลังด้านการแพทย์ พร้อมด้วยเครื่องมือแพทย์บางอย่าง เช่น เสื้อ PPE หน้ากาก N95 ตลอดจนพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เตรียมความพร้อมในการเข้าไปบริหารจัดการเรื่องโรคโควิด -19 ทั้งหมด 10,600 คน อสม. เป็นกลุ่มซึ่งทำงานเชิงรุกที่จะเข้าไปช่วยกันป้องกัน ขณะที่ภาคประชาชนก็ได้ระดมกำลังทำหน้ากากผ้าในช่วงที่เกิดวิกฤตการณ์หนัก และส่งมอบให้กับทุกครอบครัวในจังหวัด พร้อมทั้งอุปกรณ์น้ำยาฆ่าเชื้อ และเจลล้างมือจำนวนหนึ่ง
ระยะที่ 2 การเยียวยา เมื่อรัฐบาลได้ออกมาตรการล็อกดาวน์ ประชาชนในจังหวัดหนองคายได้รับผลกระทบโดยตรง จึงเกิดมาตรการเยียวยา โดยแบ่งเป็นมาตรการเฉพาะหน้า เช่นเรื่องการขาดแคลนอาหาร ภาครัฐจะเข้าไปสนับสนุน ตั้งโรงครัวกระจายไปทั่วทั้งจังหวัด ซึ่งดำเนินการทั้งสิ้น 60 วัน
ระยะที่ 3 การฟื้นฟู เมื่อผลกระทบผ่านไปแล้ว ทำอย่างไรให้ชาวหนองคายสามารถกลับมาดำเนินชีวิตเป็นปกติสุขให้เร็วที่สุด ในส่วน อบจ.หนองคาย มีการฟื้นฟูผ่านกลุ่มอาชีพ ในทุกหมู่บ้าน โดยเราใช้งบประมาณเป็นเงินอุดหนุนช่วยเหลือในการประกอบอาชีพ และสามารถที่จะนำมาผลิตสินค้ามาขายในตลาดเพื่อสร้างรายได้ให้กับกลุ่ม
ดึงคนไทยเที่ยวไทย คอนเฟิร์ม ‘หนองคายปลอดภัย’
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ยอมรับว่า ช่วงนี้แม้ไทยจะเริ่มผ่อนคลายมาตรการบางส่วนบ้างแล้ว แต่การท่องเที่ยวระหว่างประเทศยังคงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากนโยบายของไทยและสปป.ลาว ที่แตกต่างกัน สปป.ลาวยังปิดเมืองเพื่อดูแลพลเมือง ขณะที่เมืองไทยแม้จะเปิดให้ต่างชาติบางส่วนเข้ามา ก็ยังต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวของรัฐบาล ดังนั้น ความหวังของการท่องเที่ยวระหว่างประเทศจึงเป็นไปได้ยาก
หนองคายเตรียมมาตรการในการเปิดรับนักท่องเที่ยวภายในประเทศ บริหารจัดการพื้นที่ ห้างร้าน รองรับการเข้าใช้บริการของนักท่องเที่ยวคนไทยที่เริ่มเดินทาง ซึ่งที่ผ่านมา ร้านรวงตามแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งของหนองคายเริ่มคึกคักมากขึ้น เป็นสัญญาณว่าคนอยากออกมาเที่ยว ซึ่งนโยบายสำคัญสำหรับร้านค้าก็คือ ต้องจริงใจ ไม่ปิดบังข้อมูล และปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้น 100 %
“เมื่อเกิดมีความเชื่อมั่นแล้วว่าการควบคุมโรคของแต่ละจังหวัดเอาอยู่ เขาก็จะมาท่องเที่ยว ซึ่งหน้าที่ของชาวหนองคายก็คือ ต้องร่วมมือกันป้องกันอย่างถึงที่สุด เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนที่เดินทางมาจากทั่วประเทศ มั่นใจเถอะว่า มาจังหวัดหนองคายปลอดโรคอย่างแน่นอน” นายยุทธนา กล่าว
จังหวัดหนองคายของเราปลอดโรคและผู้ป่วยมาน่าจะเกินวันที่ 90 แล้ว นับจากคนไข้คนสุดท้ายบวกถึงวันนี้น่าจะเกิน90 วันที่ปลอดโรค ในระบบต่าง ๆ ที่จังหวัดหนองคายโดยท่านผู้ว่าฯ และหัวหน้าส่วนราชการได้ช่วยกันบริหารจัดการโดยความร่วมมือของพี่น้องประชาชน ทำให้มาตรการต่าง ๆ ได้รับการตอบสนองอย่างเข้มข้น จึงทำให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ชาวหนองคาย พร้อม ‘นิว นอร์มอล’ รึยัง?
สิ่งสำคัญของการควบคุมโรคที่ดี นอกจากนโยบายและมาตรการของผู้ปกครองจังหวัด ก็คือความพร้อมของสาธารณสุขในจังหวัด รวมถึงความเข้มแข็งของทีมแพทย์ พยาบาล อสม. รวมถึงวินัยของชาวหนองคาย
นพ.วิศนุ วิทยาบำรุง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหนองคายมีหน้าที่สำคัญในการคอยควบคุมป้องกันโรค ซึ่งทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย อสม. ในการสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน โดยร่วมกับผู้นำชุมชนในหมู่บ้านคอยเฝ้าระวัง คัดกรองคนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่ ดูแลการกักตัว (Home Quarantine) ตลอดทั้ง 14 วัน ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้กับคนในชุมชน ให้เข้าใจการติดต่อของโรค
“เมื่อสื่อสารให้คนเข้าใจ และชาวหนองคายปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด จึงไม่มีการระบาดรุนแรงใด ๆ เกิดขึ้นในจังหวัด ซึ่ง New Normal ที่เราขอความร่วมมือให้คนหนองคายได้ปฏิบัติ มี 2 กลไกที่สำคัญ คือ ภาคส่วนราชการซึ่งมีท่านผู้ว่าฯเป็นประธาน เรื่องของการที่จะให้คนปฏิบัติเรื่องของ New Normal เราต้องการสื่อสารให้คนหนองคายรู้จักว่าการติดต่อของโรคสำคัญจากการไอ จาม หรือสัมผัสใกล้ชิด เพราะฉะนั้นคนหนองคายจะต้องใส่หน้ากากอยู่เสมอ เวลาออกจากบ้านไปในที่ชุมชนจะต้องใส่หน้ากากอนามัยไว้ โดยเฉพาะที่มีชุมชนแออัดหรือหนาแน่น ต้องพกพาเรื่องของเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ และต้องมีการจัดบริการแบบเว้นระยะห่างอยู่เสมอ ซึ่งพี่น้องคนหนองคายให้ความร่วมมือมาก”
ขณะที่ ผู้ว่าฯ จังหวัดหนองคาย กล่าวถึง อีกหนึ่งความปกติใหม่ของชาวหนองคายคือ การจับจ่ายซื้อขายสินค้าและบริการ “สำหรับสถานประกอบการร้านค้าจะเห็นว่าคนเริ่มเคยชินกับการใช้สื่อช่องทางออนไลน์มากขึ้นเพราะสะดวกสบาย จึงคาดว่านี่จะกลายเป็นชีวิตปกติใหม่ของคนหนองคายแม้โควิด-19 จะสงบแล้ว ในฐานะของภาครัฐก็ต้องปรับตัวและคาดการณ์แนวทางของการดำเนินกิจการต่างๆ เพื่อที่จะสามารถเข้าไปช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการ ผู้ค้ารายย่อย รายเล็กในด้านทุน หรือเทคโนโลยี เป็นต้น

“คนหนองคายมีความตื่นตัวมากเพราะเราอยู่ติดพรมแดนซึ่งมีคนเข้า-ออก จำนวนมาก จึงคอยระวังพอสมควรแล้วก็คอยที่จะป้องกันตัวเองอยู่เสมอ มีความเข้าใจให้ความร่วมมือกันในการที่จัดบริการไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรมที่พัก รวมถึงสถานที่ราชการ ทุกส่วนให้ความร่วมมือดีมากในการที่จะจัดเรื่องของ New Normal และก็พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ และมั่นใจว่าจะไม่มีการแพร่ระบาดระลอก 2 แน่นอน”
แนวทางการฟื้นฟูเมืองต่อจากนี้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ต้องตั้งหลักให้ได้ ต้องช่วยให้คนในพื้นที่มีกิน การท่องเที่ยวต้องกลับมา “หนองคายได้ชื่อว่าเป็นเมืองน่าอยู่ คนมาเที่ยวก็รู้สึกว่ามีความสุข ตอนนี้เรามีความพร้อมนั้นแล้ว” พ่อเมืองหนองคายทิ้งท้าย