ผศ.นพ.ภาวิน เกษกุล หัวหน้าภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และประธานคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (อฝส) สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา ราชวิยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทย ให้ความรู้ถึงสารที่ทำหน้าที่ในการฆ่าเชื้อโรคในปัจจุบันว่ามี 2 ชนิด ได้แก่ “สารต้านจุลชีพหรือยาปฎิชีวนะ (Antibiotic)” ซึ่งจะออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงเชื้อโรคโดยตรง แต่ข้อเสียของการใช้ยาชนิดนี้คืออาจเกิดอาการดื้อยา และอีกชนิดคือ “สารระงับเชื้อ (Antiseptics)” ซึ่งออกฤทธิ์ในมุมกว้าง ทำให้มีโอกาสดื้อยาได้น้อย โดยโพวิโดน ไอโอดีน (Povidone Iodine) จัดอยู่ในกลุ่มสารระงับเชื้อ ทำให้เชื้อไม่เจริญเติบโตจนถึงระดับที่เป็นอันตรายได้

“จากที่มีข่าวแชร์กันว่า โพวิโดน ไอโอดีน สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้นั้น ในความเป็นจริงต้องเรียกว่าเป็นการระงับการเจริญเติบโต เนื่องจากมีคุณสมบัติในการระงับเชื้อจึงทำให้ระงับได้ทุกอย่าง ทั้งไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา แม้แต่โปรโตซัว ซึ่งโควิด-19 ก็เป็นไวรัสชนิดหนึ่งเช่นเดียวกับไวรัสไข้หวัดใหญ่ ดังนั้น โพวิโดน ไอโอดีน จึงสามารถระงับไม่ให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อโควิด-19 หรือไม่ทำให้ก่อความรุนแรงหรือก่อโรคได้นั่นเอง”
“คนส่วนใหญ่จะรู้จักโพวิโดน ไอโอดีน ในรูปแบบของยาทาแผลหรือยาทำความสะอาดภายนอก เช่น ทำความสะอาดแผลผ่าตัด จริงแล้ว โพวิโดน ไอโอดีน ยังสามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ เป็นต้นว่า ใช้เป็นยากลั้วในคอ โดยส่วนผสมของโพวิโดน ไอโอดีน ที่จะออกฤทธิ์ในยาทาแผลจะต้องมีประมาณ 10% แต่ถ้าเป็นน้ำยาบ้วนปากสำหรับใช้กลั้วคอ (Gargle and Mouthwash) จะใช้เพียง 1% และ 0.45% สำหรับสเปรย์พ่นปากและคอ (Throat Spray) ด้วยปริมาณของส่วนผสมเพียงเท่านี้ก็สามารถระงับการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสได้ถึง 99.99% ยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนคือ จากเชื้อไวรัส 1 ล้านตัว หลังจากใช้ถูกวิธีจะเหลือไวรัสเพียง 100 ตัวเท่านั้น แต่ก็จะต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่สารเหล่านี้สัมผัสกับเยื่อบุในร่างกาย โดยต้องไม่น้อยกว่า 15 วินาทีจึงจะได้ผล”

ผศ.นพ.ภาวิน ให้คำแนะนำถึงการกลั้วคอด้วยโพวิโดน ไอโอดีน เพื่อระงับไม่ให้มีการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสจะต้องมีกลั้วอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดหรือติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น จะต้องเริ่มต้นจากมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขที่ให้ไว้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสวมหน้ากาก ล้างมือ มีระยะห่างทางสังคมที่เหมาะสม ไม่ปะปนกับคนกลุ่มมาก หรือถ้ากลั้วคอด้วยโพวิโดน ไอโอดีน อย่างสม่ำเสมอ แล้วต้องเผชิญกับคนที่มีเชื้อไวรัส อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

หัวหน้าภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ยังแนะนำอีกว่า สำหรับน้ำเกลือหรือน้ำประปาก็ไม่สามารถเทียบประสิทธิภาพกับโพวิโดน ไอโอดีน ในด้านการระงับเชื้อได้ เนื่องจากน้ำเกลือมีคุณสมบัติเฉพาะเรื่องของสุขภาพช่องปาก กลไกการออกฤทธิ์จึงไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ รวมถึงน้ำประปาแม้มีคลอรีนแต่ก็มีประสิทธิภาพต่างกับโพวิโดน ไอโอดีน รวมทั้งแต่ละพื้นที่ผลิตน้ำประปาก็มีปริมาณคลอรีนที่ไม่เท่ากัน แม้กระทั่งน้ำยาบ้วนปากที่มีจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อในท้องตลาด ก็มีสรรพคุณแตกต่างกันไป เช่น ใช้สำหรับบรรเทาอาการเจ็บคอ หรือยับยั้งหินปูน แต่สำหรับโพวิโดน ไอโอดีน มีผลทดลองที่พิสูจน์ได้แล้วว่า สามารถระงับเชื้อได้ และต้านการอักเสบได้ในระดับหนึ่ง พร้อมกับยกตัวอย่างผลการวิจัยของโรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวมีการแบ่งเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งใช้ Gargle and Mouthwash กับอีกกลุ่มที่ไม่ใช้ ปรากฎว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ด้านการหยุดเรียนจากสาเหตุการป่วยเป็นหวัด พร้อมกับให้คำแนะนำว่า
“ใครที่เริ่มมีอาการเจ็บคอ ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ตั้งแต่ระยะแรก ไม่ต้องซื้อยาแก้อักเสบตามร้านมากิน วิธีรักษาตัวเบื้องต้นคือดื่มน้ำเยอะๆ จะเป็นน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นก็ได้ พักผ่อนมากๆ กินของร้อน ดูแลสุขอนามัยให้ดี ใส่หน้ากากอนามัย ไม่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรืออาจจะใช้โพวิโดน ไอโอดีน เพราะอาการเจ็บคอของคนส่วนใหญ่เกิดจากไวรัส การใช้ยาปฎิชีวนะโดยไม่จำเป็นจะเป็นผลเสียมากกว่า เช่น เกิดการดื้อยาขึ้นเรื่อยๆ และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เมื่อทำตามขั้นตอนดังกล่าวแล้วยังไม่ดีขึ้น แต่ยังมีไข้ อ่อนเพลีย กินอาหารไม่ได้ จึงควรรีบไปพบแพทย์”
