การประกวดศิลปกรรม ปตท. หนึ่งในเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้มีใจรักด้านศิลปะ ศิลปิน ตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงประชาชนทั่วไป ได้โชว์ฝีไม้ฝีมือ สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะในทุกแขนงไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ โดยจัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2529

ปี พ.ศ.2563 นับเป็นการจัดประกวดศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 35 ซึ่งมาในหัวข้อ “เมืองเล็ก เมืองใหญ่ หายใจเต็มปอด” โดยให้เยาวชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่สนใจทุกระดับ ได้ช่วยกันสร้างธรรมชาติเมืองไทยในจินตนาการผ่านผลงานศิลปะ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นสื่อสร้างสรรค์ที่ส่งเสริมให้ชุมชนเมืองได้ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ โดยจัดประกวดในผลงานประเภท จิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ และผลงานสร้างสรรค์ทางด้านทัศนศิลป์อื่น ๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ ระดับเยาวชน 3 กลุ่มอายุ ได้แก่ กลุ่มอายุต่ำกว่า 9 ปี กลุ่มอายุ 9-13 ปี กลุ่มอายุ 14-18 ปี และระดับประชาชนทั่วไป ในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด 24 รางวัล โดย ได้มีพิธีมอบรางวัลหอศิลป์ ณ บ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้

สุรศักดิ์ สอนเสนา เจ้าของผลงาน “ห่มเมือง (ขอนแก่น)” กำลังอธิบายแนวคิดของผลงานให้แก่
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

สุรศักดิ์ สอนเสนา เจ้าของรางวัลยอดเยี่ยมระดับประชาชนทั่วไป ในผลงานชื่อ “ห่มเมือง (ขอนแก่น)” กล่าวถึง แรงบันดาลใจในการสร้างผลงานว่า ธรรมชาติให้ทั้งความงาม สุนทรียภาพแล้วก็ให้ทั้งลมหายใจที่สะอาดต่อมนุษย์ รวมไปถึงสัตว์ได้พึ่งพาอาศัยด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็มีการเจริญเติบโตของสังคมเมือง มองว่าสิ่งเหล่านี้ควรพัฒนาไปด้วยกันไม่ใช่เฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ถึงอยากจะสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นมาให้เห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติที่มีต่อสังคม

“ในความคิดของผม ต้องการที่จะพยายามให้เห็นถึงธรรมชาติ ที่จะพยายามปกป้องเมืองที่เจริญเติบโตขึ้นทุกวัน ซึ่งก็เป็นที่เข้าใจและรับรู้อยู่แล้วว่ามีลักษณะของปัญหาฝุ่นควันต่าง ๆ ที่ปรากฏ ถ้าหากเรารักษาธรรมชาติให้ดี หรือใส่ใจเล็งเห็นความสำคัญเหล่านี้ ก็จะเป็นลักษณะของธรรมชาติหรือป่าแบบนี้ห่มเมือง ซึ่งลักษณะการห่มอาจจะไม่ใช่เป็นต้นไม้อย่างเดียว แต่มีลักษณะของความงามด้วย บางทีของทั้งและจิตใจรู้สึกเบิกบานได้ด้วย ได้เห็นธรรมชาติ ได้เห็นดอกไม้ที่เบ่งบาน และก็คิดว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนได้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและก็ปัญหาลักษณะของฝุ่นควันต่าง ๆ ให้เราใส่ในกับธรรมชาติมากขึ้น” สุรศักดิ์กล่าว

ชยสิทธิ์ ออไอศูรย์ หนึ่งในผู้ที่เข้าประกวดในโครงการศิลปกรรม ปตท. และเป็นเจ้าของรางวัลดีเด่น 4 ปีซ้อนโดยผลงานรางวัลดีเด่นระดับประชาชนทั่วไปในปีนี้ คือ “แม่พิมพ์เวลา ฤดูกาล และชีวิตสัมพันธ์” เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการสร้างผลงานมาจากการเล็งเห็นว่า ประเทศไทยเป็นสังคมเกษตรที่วิถีชีวิตผูกพันไปตามฤดูกาล ชีวิตเลยเปลี่ยนผันไปตามฤดูกาลที่แปรเปลี่ยน ทั้งหมดหลอมรวมเกิดเป็นวัฏจักรที่สมบูรณ์ หล่อเลี้ยงเหมือนภาพชีวิตของสังคมไทยเรื่อยมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

“ในหัวข้อ เมืองเล็ก เมืองใหญ่ หายใจเต็มปอด เป็นโจทย์ที่ค่อนข้างกว้าง และเปิดให้ศิลปินใช้จินตนาการในการนำเสนอได้เต็มที่ สิ่งที่ผมต้องการนำเสนอมันอาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไป แต่เป็นภาพในอุดมคติที่สังคมเราอยากให้เป็น อยากให้มันสะท้อน คิดว่างานเราน่าจะสะท้อนความอุดมคติของเรา เกิดแรงบันดาลใจให้ผลักดันสังคมได้ในรูปแบบหนึ่ง”

กัลยณัฎฐ์ โอษธีศ เจ้าของผลงาน “ปลูกอากาศ” ซึ่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับเยาวชนอายุ 14-18 ปี ที่ใช้เวลาการสร้างชิ้นงานกว่า 2 เดือน ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการสร้างชิ้นงานว่า อยากให้ทุกคนตระหนักถึงการปลูกต้นไม้ คนละไม้ คนละมือ ทุกวิถีชีวิตก็ร่วมกันปลูกต้นไม้ได้ แม้จะเป็นชาวบ้านธรรมดาหรือแม้กระทั่งคนที่อยู่บนตึกหรืออาคารสูง ๆ

“เพราะอยากให้รู้ว่าทุกคนก็สามารถร่วมช่วยกันปลูกต้นไม้ได้ แม้ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือว่าคนทำงาน หรือว่าคนใด ๆ ก็ตาม อยากให้ทุกคนที่เข้ามาดูตระหนักว่า เป็นรูปที่สวยงาม เป็นเมืองในจินตนาการมีสีเขียวสดใส และก็อยากให้เมืองเราเป็นอย่างนั้น แล้วก็ช่วยกันปลูกต้นไม้ แล้วเมืองเราก็เป็นอย่างนั้น ตามที่เราจินตนาการ”

ธนวัฒน์ เจิมวรรธนะ ผู้สร้างสรรค์ผลงาน “ชีวิตสีเขียว” ที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมระดับเยาวชนอายุ 9-13 ปี กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่ต้องการจะให้ทุกคนตระหนักถึงป่า ธรรมชาติ และสีเขียว ด้วยความที่นำเสนอผลงานออกมาในรูปแบบของสื่อผสม ทำให้มีความยากในการสร้างสรรค์ผลงานเนื่องจาก มีส่วนประกอบที่เป็นเหล็กนั้นดัดค่อนยาก สำหรับการได้รับรางวัลในครั้งนี้นั้น ไม่ไม่คาดคิดว่าจะได้รับรางวัล รู้สึกดีใจมากและเป็นแรงผลักดันให้สู้ที่จะทำงานศิลปะต่อไป

พิชาพัทธ์ ชินมหาพิพัฒน์ ผู้รับรางวัลยอดเยี่ยมในผลงาน “แม่รักต้นไม้” ระดับเยาวชนอายุต่ำกว่า 9 ปี สร้างผลงานด้วยแนวความคิด อากาศที่เป็นมลพิษจะหายไป เพราะเราช่วยกันปลูกต้นไม้ เหล่าสัตว์และผู้คนก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

“หนูชอบวาดรูประบายสี ปกติไม่ได้ประกวด อันนี้เพิ่งชนะครั้งแรก ก็ดีใจมาก เพราะว่าหนูรักคุณแม่ แล้วหนูก็ชอบปลูกต้นไม้เลยเอามารวมกัน แล้วก็วาดเป็นคุณแม่นอนอยู่บนเตียง แล้วก็กอดต้นไม้ แล้วก็มีบ้านรอบ ๆ เตียง ทำให้เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น”

นอกจากผู้ได้รับรางวัลข้างต้นแล้ว เมื่อกวาดสายตาดูรายชื่อผู้ได้รับรางวัลก็พบว่า มี 3 คนที่นามสกุลเดียวกัน ได้แก่ ธเนษฐ รัตนรัตน์ เจ้าของผลงาน “สบายปอด” ทนิตสร รัตนรัตน์ ผู้วาดผลงานที่ชื่อว่า “ปั่นด้วยใจ” และคฤณน์ รัตนรัตน์ เจ้าของผลงาน “ปั่นด้วยใจไปด้วยกัน” เมื่อสอบถามจึงทราบว่า ทั้ง 3 เป็นพี่น้องกัน เดินทางมาจากจ.นครศรีธรรมราช เพื่อรับรางวัลในครั้งนี้

ทิปภวัล รัตนรัตน์ คุณแม่ของลูกชายทั้ง 3 คน เปิดเผยว่า งานศิลปกรรม ปตท. ครั้งที่ 35 นี้ เป็นการประกวดครั้งแรกที่ลูกชายทั้ง 3 คนได้รับรางวัลพร้อมกัน แต่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาส่งผลงานเข้าประกวด ที่ผ่านมาลูกชายทั้ง 3 คน ของทิปภวัล ได้ส่งงานศิลปะเข้าประกวดในหลากหลายเวทีและได้รับรางวัลมาไม่น้อย สร้างความภูมิใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก

“คนเป็นพ่อ เป็นแม่ สิ่งที่ลูกทำให้ทุกวันนี้สร้างความภาคภูมิใจให้ครอบครัวเรามาก ๆ ไม่ว่าจะเป็นคนใดคนหนึ่งที่ได้รางวัลก็จะสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวแล้วก็วงตระกูล”

ทิปภวัล เล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่แวดวงศิลปะของเด็ก ๆ มาจาก ธเนษฐ บุตรชายคนโต ชื่นชอบวาดรูปตั้งแต่เด็ก ตอนธเนษฐอยู่ ป.4 ทางครอบครัวจึงส่งเสริมด้านศิลปะให้ไปเรียนเพิ่มเติมที่บ้านศิลปะหัวไทร โดยมองว่าการที่จะไปผลักดันลูกให้เรียนพิเศษด้านอื่น ๆ จะทำให้ลูกกดดันและไม่มีความสุขในการดำรงชีวิต เห็นว่าศิลปะจะช่วยทำให้เขามีชีวิตอย่างมีความสุขได้

โดยหลังจากส่งคนพี่เรียนเสาร์-อาทิตย์แล้ว จึงมีความคิดว่าทำไมไม่เอาน้องสองคนไปเรียนด้วย เลยตัดสินใจให้ น้องชายทั้งสองคนของธเนษฐที่ตอนนั้นศึกษาอยู่ระดับอนุบาล 3 กับ ป.1 ตามไปเรียนศิลปะด้วย กลายเป็นกิจวัตรที่ทำมาหลายปี ซึ่งปัจจุบัน ธเนษฐ อายุ 17 ปี ทนิตสร อายุ 13 ปี และคฤณน์ อายุ 12 ปี โดยในอนาคต ลูก ๆ ทั้ง 3 คนก็ได้มุ่งมั่นที่จะศึกษาต่อทางด้านศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร

“เชื่อมั่นว่าอยู่ในวงการศิลปะ สามารถมีอาชีพในอนาคต มีรายได้แน่นอน ถึงได้ส่งเสริมเขาไปทางด้านนี้ เพราะว่าสังคมน้อง ๆ จะเรียนด้วยความเครียด พ่อแม่บางคนจะกดดันลูกส่งไปเรียนพิเศษ บางครั้งผู้ปกครองจะมองว่าอยากให้ลูกเป็นอย่างที่เราอยากให้เป็น แต่ของแม่ไม่ได้บังคับลูกตั้งแต่แรก คือถามก่อน พอไปก็ส่งเสริม ผลักดัน”

(จากซ้ายไปขวา) ผลงานของธเนษฐ รัตนรัตน์ ทนิตสร รัตนรัตน์ และคฤณน์ รัตนรัตน์

กว่า 35 ปีของโครงการประกวดศิลปกรรม ปตท. ที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ในการสนับสนุนส่งเสริมเยาวชนและบุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบด้านศิลปะได้มีเวทีในการแสดงออกถึงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาวงการศิลปะร่วมสมัยของไทยมาอย่างยาวนาน

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท. เป็นองค์กรที่ดูแลความมั่นคงทางด้านพลังงานให้ประเทศ สิ่งที่เราให้ความสำคัญควบคู่ไปด้วยคือ เราอยากจะมีส่วนในการดูแลเรื่องของชุมชน สังคม สิ่งแวดล้อม ในส่วนของสังคม การให้ความสำคัญกับงานศิลปกรรม ก็เป็นอันหนึ่งที่ ปตท.
ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

“ในปีนี้มีผู้ให้ความสำคัญให้ความสนใจมาส่งประกวดประมาณ 500 กว่าชิ้น แสดงให้เห็นว่าเป็นงานที่ศิลปินให้ความสำคัญ ความตั้งใจของ ปตท. คือว่า เราอยากจะเป็นเวทีหนึ่งที่ให้ผู้ที่รักในงานศิลปะได้แสดงออก เราเน้นไปที่ผู้สมัครเล่นตั้งแต่อายุน้อย ๆ ไปจนถึงระดับประชาชนทั่วไป จริง ๆ ก็เพื่อที่จะกระตุ้นให้กับคนทั่วไปที่รักในงานศิลปะได้มีโอกาส ได้มีเวทีส่งชิ้นงานเข้ามาประกวดเป็นความตั้งใจที่ ปตท. จัดเพื่อที่จะจรรโลงงานศิลปะ จรรโลงศิลปินที่มีความตั้งใจให้อยู่คู่กับสังคมไทย เมืองไทยไปตลอด เพราะว่าเรามองว่า 35 ปีที่ผ่านมา ชิ้นงานของงานศิลปกรรมของปตท.ก็เป็นส่วนหนึ่งในการที่สะท้อนสังคมให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ของสังคมในแต่ละช่วง ตลอดเวลา 35 ปีที่ผ่านมา ก็เป็นอะไรที่ ปตท. ตั้งใจที่จะให้อยู่คู่กับสังคมไทยตลอดไป”


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน