“ภาษี” ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องให้ความสำคัญ เสมือนเป็นปัจจัยในการดำเนินธุรกิจทุกประเภท รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสะดวกสบายของประชาชนผู้เป็นเจ้าของกิจการเป็นหลัก จึงนำรูปแบบระบบ “การหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือ “e-Withholding Tax” มาใช้ในระบบการหักภาษี ณ ที่จ่ายในบ้านเรา โดยมี ธนาคาร ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่าง “ผู้หักภาษี” “กรมสรรพากร” และ “ผู้ถูกหักภาษี” และกว่าจะทำการจ่ายภาษีได้ ต้องมีการดำเนินการหลายขั้นตอน ทั้งการโอนเงินเข้าบัญชีปลายทางพร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้รอนำส่ง ถือเอกสารและเงินหักภาษี ณ ที่จ่าย ไปยังกรมสรรพากร รวมถึงการแจ้งผลการนำส่งข้อมูลภาษีหัก ณ ที่จ่าย ไปยังผู้หักภาษี และผู้ถูกหักภาษี หลังจากนี้ ขั้นตอนยุ่งยากเหล่านั้นจะหมดไป
จ่ายภาษีแบบเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียว
e-Withholding Tax เป็นตัวช่วยทางการเงินในรูปแบบดิจิทัล ในการบริหาร/จัดการภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ครบวงจรและเบ็ดเสร็จในขั้นตอนเดียว เป็นบริการทางการเงินที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยในระดับสากล และยังสามารถที่จะตรวจสอบเอกสารทางธุรกรรมและหลักฐานได้ทางเว็บไซต์ของทางกรมสรรพากรตลอด 24 ชั่วโมง เหมาะกับเจ้าของธุรกิจยุค 2020 อย่างมากเลยทีเดียว
ข้อดีหลักๆ ของระบบ e-Withholding Tax คือช่วยลดต้นทุนค่ากระดาษในการปริ้นต์เอกสารเป็นจำนวนมาก จากเดิมที่ทางธนาคารจะต้องให้ใบหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ผู้ใช้บริการเก็บไว้ เพื่อนำไปยื่นแก่กรมสรรพากรอีกทีหนึ่ง ซึ่งบางรายอาจทำเอกสารสูญหาย ทำให้เกิดความยุ่งยากในการยื่นภาษีและทำให้การจ่ายคืนภาษีเกิดความล่าช้า
ด้วยความที่ระบบ e-Withholding Tax ถือได้ว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งยังต้องเรียนรู้อีกพอสมควร ดังนั้น สถาบันวิชาชีพด้านกฏหมาย ตรวจสอบบัญชี จัดทำบัญชี ภาษีอากร อีกทั้งเป็นสถาบันฝึกอบรมด้านวิชาชีพชั้นนำของไทยอย่าง “ธรรมนิติ” ที่เน้นถึงความรู้ ความเข้าใจ ให้กับลูกค้า ทั้งองค์กรขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการ SME นักบัญชี นักภาษี และประชาชนทั่วไป เพื่อดึงเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านจากวิธีการดำเนินการแบบดั้งเดิม สู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ แน่นอนว่าในช่วงเริ่มต้นการเปลี่ยนผ่านนั้น ต้องมีมาตรการจูงใจเพื่อกระตุ้นใช้ผู้ใช้บริการหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบดั้งเดิม สู่การจ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยกรมสรรพากรมีมาตรการในการลดอัตราภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายเหลือเพียง 2% จากเดิมที่ 3% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 – 31 ธันวาคม 2564

คุณกิตติยา อาภากุลอนุ กรรมการจัดการคนที่ 5 บริษัท ธรรมนิติ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมตัวรับมือกับระบบใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ว่าจะเป็นคู่ค้า หรือพนักงานในองค์กรของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายบัญชี-การเงินที่ต้องทราบขั้นตอนอย่างละเอียดของ e-Withholding Tax เพื่อดำเนินการให้กับคู่ค้าเจ้า เนื่องจากการคีย์ข้อมูลเข้าไปในระบบนั้น ทำได้เพียงเฉพาะฝ่ายบัญชี-การเงิน เท่านั้น ในส่วนของผู้หักภาษี และผู้ถูกหักภาษี มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง เรียบร้อยของข้อมูลอีกทีเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ด้วยความที่ผู้ประกอบการ 1 ราย อาจะเป็นได้ทั้ง ผู้หักภาษี และผู้ถูกหักภาษี ในคนเดียวกัน จึงจะต้องเผชิญกับความซับซ้อนตรงนี้อยู่บ้าง จึงมีตัวกลางคือ สถาบันการเงิน หรือธนาคาร รับหน้าที่เป็นคนกลางในการดำเนินการต่างๆ อำนวยความสะดวกทั้งฝั่งบริษัท/ผู้ประกอบการธุรกิจที่เป็นผู้หักภาษี และฝั่งของผู้ถูกหักภาษี”

วิน – วิน ทั้งผู้หักภาษี และผู้ถูกหักภาษี
ด้วยความที่ธนาคารเข้ามาเป็นตัวกลางหลักในการดำเนินขั้นตอนต่างๆ แล้วนั้น จึงทำให้บริษัทหรือผู้ประกอบการที่เป็นผู้หักภาษี “ไม่ต้อง” ทำหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และ “ไม่ต้อง” ยื่นแบบและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กับกรมสรรพากร ลดความยุ่งยากในการทำงาน การทำเอกสาร และกรอกข้อมูล สามารถใช้คอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถคีย์ข้อมูลได้ทั้งหมด จึงเป็นการลดต้นทุนในระยะยาว เนื่องจากในอนาคตวิธีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์จะริ่มเข้ามาในระบบธุรกิจมากขึ้น
“เราใช้บริการของ ธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นพันธมิตรของเรามาหลายปีแล้ว ในการทำธุรกรรมทั้งหมด เนื่องจากธรรมนิติมีบริษัทลูกในเครืออีกหลายบริษัท ซึ่งแต่ละบริษัทเองมีลูกค้าเป็นจำนวนมาก เทคโนโลยีดิจิทัลทางธุรกรรมทางการเงินที่ทันสมัยจากธนาคารกรุงไทยตอบโจทย์เป็นอย่างมาก มีการอัพเดตข้อมูลต่างๆ รวมถึงการจัดฝึกอบรมการใช้บริการให้กับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ อย่างบริการ Krungthai e-Withholding Tax ทางธนาคารได้จัดอบรม ให้ความรู้ด้านการใช้งานแก่ลูกค้าของธรรมนิติในช่วงที่ผ่านมา” คุณกิตติยา กล่าวเพิ่มเติม
นักบัญชียุค 2020 ต้องปรับตัว เรียนรู้เทคโนโลยี
ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน มาถึงจุดที่ทำให้รูปแบบการประกอบธุรกิจ และการดำเนินชีวิตต้องถึงจุดพลิกผัน ไม่มีใครไม่ได้รับผลกระทบจาก “Technology Disruption” หากไม่มีการพัฒนา เพิ่มพูนทักษะ ความรู้ ความสามารถแล้วละก็ บอกได้เลยว่าอาจจะอยู่ยาก! วิชาชีพด้านบัญชีเองก็เหมือนกัน ถึงแม้ว่าการทำบัญชี การสอบบัญชี หรือบัญชีภาษีอากรจะเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของทุกธุรกิจก็ตาม แต่ถ้าหากมีการตื่นตัว อัพเดตและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา จะทำให้คนๆ นั้นสามารถเติบโตบนเส้นทางนี้ได้ในระยะยาวอย่างแน่นอน เนื่องจากกระบวนการบางส่วนยังจำเป็นที่จะต้องใช้แรงงานคนอยู่ สิ่งที่นักบัญชียุค 2020 ควรเรียนรู้และปรับตัวไปควบคู่กัน คือ
- อัพเดตความรู้ด้านเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าเกือบทุกธุรกจนำระบบบัญชีที่เหมาะกับกิจการของตัวเองมาใช้ เพื่อลดระยะเวลาในการทำงานบางขั้นตอนของการทำงานบัญชี
- เพิ่มพูนองค์ความรู้กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับด้านบัญชี และภาษีอากร เนื่องจากกฏหมายบางตัวเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีการเปลี่ยนแปลงไป นักบัญชียุคใหม่ต้องเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ
สำหรับธรรมนิติแล้ว ถือเป็นผู้นำด้านบัญชีและภาษีอากร “อันดับ 1 ของประเทศไทย” มีการพัฒนาศักยภาพของบริษัทและคนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังให้ความรู้และคำปรึกษาแก่ผู้ที่อยู่ในวิชาชีพนี้เช่นกัน เป้าหมายคือ เป็นที่หนึ่งในผู้ให้บริการด้านวิชาชีพ ระบบบัญชี และภาษี ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
