ด้วยความมุ่งมั่นในการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ร่วมกับ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เดินหน้าสานต่อค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ‘เพาเวอร์กรีน’ ในรูปแบบพิเศษขึ้นภายใต้ธีม “Jungle Rumble – เสียงก้องจากป่าลึก” เมื่อวันที่ 7-9 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

สำหรับความเป็นมาของค่าย “เพาเวอร์กรีน” นั้น จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม – เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” มาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งมุ่งเน้นให้เยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 สายวิทยาศาสตร์ทั่วประเทศ ที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้การพัฒนากระบวนการคิด ได้ฝึกฝนทักษะผ่านการเรียนภาคทฤษฎี และฝึกปฏิบัติในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ตลอดจนร่วมทัศนศึกษาในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อให้เยาวชนชาวค่ายฯ ได้เห็นสภาพพื้นที่จริง และสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ได้ โดยในปีนี้ โครงการค่าย “เพาเวอร์กรีน” ได้ดำเนินการคัดเลือกเยาวชน ด้วยการจัดให้มีการแข่งขันตอบคำถามผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเป็นการรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) สอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และได้ทีมที่มีคะแนนรวมสูงที่สุด 5 ทีม เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งได้แก่
- กิจกรรมเรียนรู้ดาราศาสตร์และสังเกตการณ์ท้องฟ้ายามค่ำคืน
- กิจกรรมดูนก
- กิจกรรมเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติ ทั้งพันธุ์พืช และสัตว์ป่า
- กิจกรรม CSR สร้างแหล่งอาหารให้สัตว์ป่า ด้วยการทำโป่งเทียม
- กิจกรรมบันทึกธรรมชาติ
- กิจกรรมส่องสัตว์/ ศึกษาชีวิตสัตว์กลางคืน
- กิจกรรมศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพ
- กิจกรรมการศึกษา/ ติดตามประชากรสัตว์ป่าในพื้นที่ป่ามรดกโลก
- กิจกรรมนักสืบสายน้ำ

นางอุดมลักษณ์ โอฬาร ผู้อำนวยการสายอาวุโส-สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กิจกรรมนี้มีความมุ่งหวังในการที่จะเชื่อมต่อและส่งเสริมให้เยาวชนได้มีโอกาสมาเห็นความมีคุณค่าของธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อพวกเรา ไม่ว่าเราจะอยู่ในเมืองหรือในชนบท ธรรมชาติมีความสำคัญไม่เพียงแต่เรื่องของสัตว์ เรื่องพืช แต่ยังหมายรวมไปถึงดินฟ้าอากาศสำหรับเพาะปลูก และน้ำที่เราต้องบริโภค ดังนั้นเมื่อเยาวชนได้มาสัมผัส ก็จะเห็นคุณค่าของธรรมชาติ เป็นการจุดประกายให้เขารู้สึกรักหวงแหนและความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์ในอนาคต เพราะอันนี้ถือเป็นทรัพย์สมบัติของพวกเราชาวไทยทุกคน”

ทั้งนี้ ดร.พูนเพิ่ม วรรธนะพินทุ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิทยบริการ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้กล่าวย้ำว่า “เด็กจะได้ประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทางด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม จากที่ทำโครงการมานาน ได้เห็นว่าเยาวชนมีความกล้าที่จะสัมผัสกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น เมื่อเขากลับไปเขาก็จะนำความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอด ไปเผยแพร่ให้เพื่อนๆได้ พอเพื่อนที่มี passion เดียวกันได้รับการถ่ายทอดแล้ว ทั้งเพื่อน ทั้งคนที่เข้าร่วม เขาก็จะสามารถนำไปถ่ายทอดให้กับชุมชน ให้กับที่บ้านได้ เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างสมบูรณ์แบบ”
ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา “ค่ายเพาเวอร์กรีน” ได้บ่มเพาะเยาวชนหัวใจรักษ์สิ่งแวดล้อมไปแล้วกว่า 900 คน ทั่วประเทศ รวมทั้งขยายเครือข่ายเยาวชนทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมให้กว้างขวางและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งเยาวชนเหล่านี้จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป




