
ชวนอ่านตามลิงก์นี้ สุดน่ารัก หนุ่มแกร็บเจอผู้โดยสารสุดพิเศษ รับหน้าที่พาส่งช่วยรอดชีวิต
แม่ค้าสุดปลื้ม หนุ่มแกร็บรับบทพี่เลี้ยงเด็กจำเป็น ช่วยทำออเดอร์ทันเวลา
ชื่นชมไรเดอร์แกร็บนักทำดี ล่าสุดเจอกระเป๋าเงินคืนเจ้าของอีก
เรื่องราวข้างต้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวตัวอย่างเหตุการณ์น่าประทับใจของคนขับฟู้ดเดลิเวอรี่ที่ถูกแชร์ผ่านโซเชียลมีเดีย รวมถึงสื่อออนไลน์อีกมากมาย เรื่องราวเหล่านี้สร้างความประทับใจให้ผู้ที่ได้รับฟัง หลายเรื่องชวนให้อมยิ้ม เรียกเสียงหัวเราะ และบางเรื่องก็ซึ้งกินใจจนอาจน้ำตารื้น ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ เหล่าคนขับเดลิเวอรี่จึงเปรียบเสมือนฮีโร่คนสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับใครหลายคน ไม่ว่าจะส่งอาหาร พัสดุ หรือแม้แต่บริการรับส่ง วันนี้ ทีมข่าวสดออนไลน์ ได้รวบรวม 4 เรื่องราวของเหล่าพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บ ที่จะทำให้ได้เห็นอีกแง่มุมความน่าประทับใจจากการให้บริการของพวกเขา
สุดซึ้ง! หนุ่มเล่าประสบการณ์ นั่งแกร็บหูหนวก แต่บริการดี แถมผักฟรีให้ด้วย
เหตุการณ์นี้ถูกเล่าโดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก “PT Lohbanditkul” ได้โพสต์เรื่องราวประสบการณ์สุดประทับใจ หลังจากใช้บริการคนขับแกร็บชื่อ ศุภโชค พุ่มโสภา ซึ่งเป็นผู้บกพร่องทางการได้ยิน แต่เขาได้สื่อสารกับผู้โดยสารตลอดทางผ่านประโยคสนทนาที่ปริ้นต์ไว้บนกระดาษ โดยเมื่อถึงบ้านจุดหมายปลายทางของผู้โดยสาร ยังได้มอบยอดอ่อนทานตะวันให้ลูกค้าหนึ่งถุง โดยมีข้อความระบุว่า “ทานให้อร่อยนะครับ” “แบ่งกันทานนะครับ ผมไม่คิดเงิน ไม่ได้ขาย ทำเอง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้โดยสารรู้สึกประทับใจ ไม่คาดคิดว่าจะเจอคนขับแกร็บที่มอบสิ่งดีๆ ให้ มากกว่าผักที่ได้รับคือน้ำใจของคนขับแกร็บซึ่งตั้งใจจะมอบให้ โดยที่ผู้โดยสารผู้รับบริการสามารถสัมผัสได้ จึงพิมพ์อวยพรส่งไปในกล่องข้อความพร้อมกับให้ทิปแก่คนขับแกร็บ พร้อมลงท้ายโพสต์ดังกล่าวว่า
“ขอให้เจริญก้าวหน้าและมีชีวิตดีดีด้วยเถิด เพี้ยงงง คนทำดีต้องได้ดี อีก 1 แรงบันดาลใจของวันเลย ขนาดพี่เขาไม่ได้ยินยังคิดทำมาหากิน เราก็ต้องสู้เช่นกัน อิอิ”

ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก “PT Lohbanditkul”
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Suchart Phuyousukh เล่าประสบการณ์ประทับใจจากการใช้บริการแกร็บฟู้ด เมื่อลูกชายชำระค่าอาหารเกินจำนวน และทินกร ไชยสมศรี คนขับแกร็บได้นำเงินมาคืน
“12.40 น. บันทึกไว้ วันนี้สั่งอาหารราคา 195 บาท ลูกชายหยิบเงินแบงก์ 100 บาท 2 ใบ ส่งให้พนักงานส่งอาหาร Grab โดยรับเงินไปไม่ได้ดู (แบงก์ม้วนทับกันอยู่) แล้วทอนมา 5 บาท อีก 1 ชม.ต่อมาพนักงานเอาเงินมาคืน แจ้งว่าลูกชายให้เงินไป 1,100 บาท (แปลว่าลูกชายเห็นแบงก์ 1,000 เป็นแบงก์ 100) ตอนที่รับเงินไม่ได้ดู เนื่องจากเงินมันม้วนทับกัน และขอโทษที่สะเพร่าไม่ตรวจดูเงินให้ดีเสียก่อน ผมได้มอบเงินให้พนักงานส่งอาหารไปจำนวนหนึ่งนอกจากค่าอาหาร ตอนแรกไม่ยอมรับ ผมต้องขอให้รับเป็นสินน้ำใจ เขาจึงยอมรับ ถ้าเขาไม่กลับมาผมคงไม่ทราบ”
“เหตุการณ์นี้บอกให้รู้ว่าจำนวนเงินไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สำคัญอยู่ที่พนักงานท่านนี้มีความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ต่ออาชีพ ต่อบุคคลอื่น และต่อสังคม ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ ยิ่งๆ ขึ้นไปนะครับคุณทินกร ไชยสมศรี ขอบคุณมากครับ คนดีของสังคม #grabfood”

ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Suchart Phuyousukh
เรื่องนี้มีผู้เข้ามากดไลก์-กดแชร์ถึงหลักพัน และร่วมแสดงความคิดเห็นหลายร้อย ทิศทางล้วนแล้วแต่เป็นไปทางชื่นชมและยกย่องหนุ่มแกร็บรายนี้ ที่แสดงให้เห็นว่าความซื่อสัตย์นั้นยังมีคุณค่าในสังคม
เรียกแกร็บส่งปูเสฉวนกลับบ้านที่บางแสน
เมื่อหญิงสาวท่านหนึ่งตั้งกระทู้บนเว็บบอร์ดดังเล่าเรื่องราวประทับใจเรียกแกร็บส่งปูเสฉวนกลับบ้าน โดยหนุ่มแกร็บคนดังกล่าว คือ วุฒิพงษ์ สุอังคะ เทรนเนอร์ผู้ผันตัวมาขับแกร็บเพราะวิกฤติโควิด-19 เขาเล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นให้ฟังว่า เวลาประมาณ 4 – 5 ทุ่ม มีลูกค้าเรียกใช้บริการ แกร็บเอ็กซ์เพรส (ส่งพัสดุ) มีจุดหมายไปยังบางแสน เขาได้โทรสอบถามลูกค้าว่าพัสดุที่ต้องการให้ส่งคืออะไร และได้ทราบว่าเป็นปูเสฉวน

“เหตุผลที่ลูกค้าต้องการเอาไปปล่อยเพราะว่าเพื่อนเขาไปเก็บเปลือกหอย พอกลับมาที่บ้านมีเปลือกหนึ่งที่ขยับ ลูกค้าก็ตกใจว่าทำไมมันขยับได้ เลยหยิบมาดู เห็นว่าเป็นปูเสฉวนอยู่ข้างใน ด้วยความที่คิดสงสารปูเสฉวน อยากพาน้องกลับไปที่เดิมที่ถูกเก็บมา ก็เลยโทรเรียกแกร็บให้เอากลับไปส่ง”
![]() | ![]() |
วุฒิพงษ์ผู้มีความรักสัตว์เป็นทุนเดิม ตัดสินใจรับงานนี้ ควบ ADV 150 ซีซี คู่ใจ ไปส่งปูเสฉวนถึงบางแสน ขี่ด้วยความเร็วประมาณ 60-70 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ จึงถึงจุดหมายปลายทาง ซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาประมาณตีหนึ่ง – ตีหนึ่งครึ่ง
“พอถึงบางแสนผมก็เอาปูออกมาดูก่อนว่าเขายังมีชีวิตอยู่ไหม แล้วผมเลยวางไว้ในน้ำ ไว้ในทราย สักพักหนึ่งปูก็ขยับเดินลงไปในทะเล ผมถ่ายรูปให้ลูกค้าดูว่าเราถึงบางแสนแล้ว และถ่ายรูปปูให้เขาเห็นว่าปูเดินลงไปในทะเลนะ รู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ปูได้กลับบ้าน เพราะว่าเหมือนเราได้ช่วยชีวิตสัตว์ตัวหนึ่ง ถึงแม้คนอื่นจะมองเป็นแค่หอยตัวเล็กๆ”

แง่มุมความประทับใจอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องถนน วุฒิพงษ์ เปิดเผยว่า เขาเป็นคนที่ชอบช่วยเหลือผู้คนบนท้องถนน เขาจึงมีอุปกรณ์ซ่อมรถ-ปะยางล้อติดรถไว้ด้วย เมื่อเจอเหตุการณ์ที่รถยางแบนหรือปัญหาขัดข้องอื่นๆ เขาจะเข้าไปช่วยให้ผู้ประสบเหตุสามารถกลับบ้านได้ และเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดเมื่อตอนนำอาหารไปส่งลูกค้าเช่นกัน
“ผมมองว่า ความช่วยเหลือของเราไม่ได้คิดอะไรเป็นพิเศษ เราทำด้วยใจ เราเคยยางแบนแล้วเรารู้สึกว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ในสถานการณ์ตอนนั้นพอมีคนเข้ามาช่วยก็รู้สึกดี ผมเลยอยากเป็นคนที่ให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้บ้าง การมีอุปกรณ์ ที่ติดรถไว้นี้ก็สามารถจัดการรถตัวเองได้ และช่วยคนอื่นได้ด้วยครับ”

“คติประจำของผมก็ไม่มีอะไรมาก เวลาเราส่งของให้ลูกค้า เราแค่พูดจากใจ จากความรู้สึกจริงๆ ของเราว่า ขอบคุณที่ใช้บริการแกร็บฟู้ดนะครับ แค่นั้นเองครับ ไปส่งของให้ลูกค้าให้ถึงมือโดยอาหารไม่เสียหายแค่นั้นก็โอเคที่สุดแล้วครับ” วุฒิพงษ์ทิ้งท้าย
หนุ่มแกร็บแชร์ประสบการณ์ส่งสินค้า ปักหมุดกลางแม่น้ำ ก็ลุยไปจนถึง!
‘ไม่มีคำว่าสูง วัดได้หากใจถึง’ หากจะวัดใจกันสำหรับงานนี้อุปสรรคคือ ลูกค้าอยู่กลางแม่น้ำ! แต่ พิชัย พุ่มมาก คนขับฟู้ดเดลิเวอรี่ได้แชร์เรื่องราวลงบนโซเชียลมีเดียจนยอดแชร์ถล่มทลาย เล่าเหตุการณ์ส่งพิซซ่า กลางแม่น้ำให้ฟังว่า ในวันนั้นมีออเดอร์พิซซ่าเข้ามา หมุดที่อยู่ลูกค้าปักอยู่กลางแม่น้ำ ตอนแรกเขาคิดว่าโลเคชันคลาดเคลื่อนเพราะเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง เลยคิดว่าใกล้ถึงบ้านลูกค้าแล้วค่อยโทรติดต่ออีกที
“ใกล้ๆ ถึงปลายทางก็โทรหาลูกค้าว่าบ้านลูกค้าหลังไหน เพราะคิดว่าเป็นบ้านริมน้ำ ลูกค้าตอบกลับมาก็ช็อกเลย ‘หนูอยูในเรือพี่’ ผมถามว่าเรืออะไรครับ คิดว่าเขาออกไปทำอะไรหรือเปล่าเพราะอยู่ริมแม่น้ำ เขาบอกว่า ‘พี่มองมาในกลางแม่น้ำ เป็นเรือขนส่งสินค้าที่อยู่กลางแม่น้ำพี่’ ผมก็เอาแล้วไง งานเข้าแล้ว ลองปรึกษาลูกค้าว่าจะเอายังไงกันดี ลูกค้าบอกมาคำหนึ่งบอกว่า พี่หาเรือได้ไหม จนเจอลุงคนหนึ่งจะช่วยหาให้ บังเอิญมีเรือขายก๋วยเตี๋ยวผ่านมาลุงก็เรียกวานลุงป้าขายก๋วยเตี๋ยววานให้รับผมไปส่งของให้ลูกค้ากลางแม่น้ำ”

พิชัย ในฐานะที่เคยเป็นกัปตันในผับ สอนพนักงานเสิร์ฟเรื่องบริการและทำงานบริการมาตลอด เขามองว่าหากรับงานมาแล้วก็อยากทำให้งานสำเร็จ อยากให้อาหารถึงมือลูกค้า เช่นเดียวกับกรณีนี้เมื่อมาถึงแล้วก็ลองดูสักตั้ง “พูดง่ายๆ เขากล้าสั่ง ผมก็กล้าส่ง” พิชัยว่าอย่างนั้น
“พอส่งอาหารเสร็จแล้วก็รู้สึกดีนะครับ เราทำให้เขาประทับใจ เขาก็มีสินน้ำใจให้มา 60 บาท ผมแบ่งลุงป้าเรือก๋วยเตี๋ยว 40 ผมเก็บไว้ 20 ผมว่าเป็นความรู้สึกดีมากกว่าว่าเขาก็ได้กินที่เขาอยากกิน เราทำงานสายบริการมา
มันเป็นความรู้สึกแบบนี้มากกว่าว่าคือ ความประทับใจของลูกค้า เพราะการเป็นคนขับเดลิเวอรี่ ก็คือ
งานบริการอย่างหนึ่ง เราจะมีหรือไม่มีรายได้เข้ามา เราก็ต้องพึ่งพาลูกค้าด้วย แค่เราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ก็พอ”

นอกจากเหตุการณ์ส่งพิซซ่ากลางแม่น้ำ พิชัย ยังเคยได้อยู่ในเหตุการณ์นาทีชีวิตของลูกค้าด้วย โดยเขาเล่าว่า“วันนั้นผมรับเป็นงานแกร็บวิน รับลูกค้าผู้หญิงมาคนหนึ่ง ดึกแล้วประมาณ 4-5 ทุ่ม เขาปักหมุดให้ผมไปส่งที่สะพานนั่งเกล้า ‘ส่งตรงนี้ได้ไหมกลางสะพาน’ ผมก็เอะใจ รู้สึกว่าแปลกๆ เลยบอกว่า ‘จอดกลางสะพานไม่ได้หรอกน้องมันผิดกฎหมาย ตำรวจจับ เดี๋ยวไปจอดให้ที่คอสะพานข้างหน้า’ จอดเสร็จปุ๊บ น้องเขาก็เดินขึ้นสะพานไป แล้วมีผู้ชายวัยรุ่นประมาณ 2-3 คน มาถามผมว่า ‘เห็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งไหม?’ ผมก็บอกว่าผมเพิ่งมาส่งเขาเมื่อกี้ เขาเดินย้อนกลับขึ้นไป พวกเขาบอกว่า ‘เพื่อนผมโพสต์ว่าจะฆ่าตัวตาย’ ผมก็ทำอะไรไม่ถูก จอดรถแล้ววิ่งไปกับพวกเขา ไปช่วยกันดึงไว้ เป็นเรื่องที่ช็อกเหมือนกัน สุดท้ายก็ช่วยได้”

“ผมวิ่งมาจะสองปี เจอลูกค้ามาแล้วทุกรูปแบบ น่ารักบ้าง ไม่น่ารักบ้าง ถ้าดีก็แสนดีเลย ให้ทิป เคยเจอลูกค้าสั่งของแล้วบอกว่า ‘พี่เอาไปกินเลย’ อะไรประมาณนี้ เราทำเต็มที่ด้วยใจครับ ถ้าลูกค้าประทับใจอะไรดีๆ จากลูกค้าจะตามมาเอง ถ้าไม่ดีก็ไม่เป็นไรถือว่าไม่ขาดทุนอยู่แล้วครับ เราก็แค่ทำให้เขาประทับใจแค่นั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรเยอะก็แค่นั้น”
ความทุ่มเทและความเต็มที่ในการให้บริการของเหล่าคนขับแกร็บเหล่านี้ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ แกร็บ ประเทศไทย ได้จัดทำแคมเปญดีๆ ที่ชื่อ “จากใจแกร็บ…ให้พี่คนขับ” เพื่อชื่นชมและส่งต่อกำลังใจให้กับเหล่าคนขับแกร็บ แทนคำขอบคุณจากใจให้แก่ ฮีโร่แจ๊กเก็ตเขียว ผู้ช่วยคนสำคัญที่ทำให้ชีวิตของหลายคนสะดวกขึ้น
ทั้งยังได้จับมือกับบริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ มอบแบรนด์ซุปไก่สกัดกว่า 240,000 ขวด เพื่อส่งพลังฮึบให้เหล่าพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บทั่วประเทศ ให้ได้ #ฮึบแล้วไปต่อ

นอกจากนี้ แกร็บ ยังได้เปิดตัวโครงการ “แกร็บ จัดให้” ที่รวบรวมสิทธิประโยชน์ 5 ด้านสำหรับพาร์ทเนอร์คนขับที่แกร็บได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำแทนคำขอบคุณ ไม่ว่าจะเป็นการทำประกันอุบัติเหตุ การจัดกิจกรรมอบรมเพื่อให้ความรู้ การให้บริการทางการเงิน เช่น สินเชื่อหรือการผ่อนชำระสินค้า การมอบส่วนลดจากคู่ค้า อาทิ ร้านอาหาร ช้อปปิ้ง หรือการบำรุงรักษายานพาหนะ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ กิจกรรมเพื่อสังคม หรือแม้แต่การมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรหลานคนขับ เป็นต้น
เรื่องราวความประทับใจเหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในหลายแสนหลายล้านประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นในทุกๆ วันของเหล่าคนขับที่มุ่งมั่นทุ่มเทให้บริการด้วยหัวใจ ทีมข่าวสดออนไลน์ขอร่วมเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้พวกเขาเหล่านี้พร้อมสู้ต่อไป #ฮึบแล้วไปต่อ

