การถ่ายภาพ เป็นหนึ่งในแอคทิวิตี้ยอดฮิตสำหรับหลายๆ คนในปัจจุบัน เทรนด์ในโลกของการถ่ายภาพนั้นเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตามปัจจัยต่างๆ ณ ขณะนั้น ซึ่งในช่วง 23 ปีที่ผ่านมานี้ต้องยอมรับว่าเทรนด์การถ่ายภาพหลังละลายหรือโบเก้ เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากทั่วโลกและในหมู่คนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยทำงาน ซึ่งเมื่อก่อนกว่าเราจะสามารถถ่ายภาพโบเก้ได้นั้น จะต้องพกกล้อง DSLR ตัวโตๆ แบกไปตามสถานที่ต่างๆ ก็ไม่สะดวกเท่าที่ควร แต่ปัจจุบันสมาร์ทโฟนหลายรุ่นก็มีฟังก์ชั่นนี้เสริมเข้ามาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ล่าสุดกับ OPPO Reno6 Z 5G ที่เพิ่งเปิดตัว ซึ่งรุ่นนี้ทางออปโป้ชูจุดเด่นตรงนี้ด้านการถ่ายภาพโบเก้เป็นหลัก และอะไรที่ทำให้ OPPO Reno6 Z 5G สามารถถ่ายภาพหลังละลายได้แตกต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ วันนี้เราจะพาไปชมกัน

อย่างที่บอกว่า OPPO Reno6 Z 5G นั้นทางออปโป้เค้าชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพโบเก้เป็นหลัก และไม่ใช่โบเก้ธรรมดาๆ ทั่วไป แต่มาในรูปแบบภาพถ่ายพอร์ตเทรต กับฟีเจอร์ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า Bokeh Flare Portrait ซึ่งหากใครเคยเห็นภาพถ่ายระดับมืออาชีพที่เปลี่ยนพื้นหลังจากดวงไฟระยิบระยับเป็นดวงไฟสวยงามเสมือนอยู่ท่ามกลางความฝันนั้น นี่แหละคือเอฟเฟกต์ดวงไฟแบบโบเก้ที่ Bokeh Flare Portrait สามารถทำได้แค่เพียงปลายนิ้วเดียว

สิ่งที่น่าสนใจของการถ่ายภาพโดยใช้ฟังก์ชั่น Bokeh Flare Portrait นั้นนอกจากจะได้พื้นหลังที่สวยงามแล้ว ยังเพิ่มความสดใสของบุคคลในภาพให้โดดเด่นสวยงามมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าการถ่ายภาพพอร์ตเทรตเป็นที่นิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นการถ่ายภาพที่สื่ออารมณ์ได้อย่างหลากหลาย และใน OPPO Reno6 Z 5G นี้เอง ทางออปโป้ได้นำทั้งการถ่ายภาพพอร์ตเทรต และการถ่ายโบเก้มาผสมผสานกันอย่างลงตัว จนเป็นฟีเจอร์ที่กำลังฮิตในปัจจุบันอย่างที่สุดกับ Bokeh Flare Portrait

ซึ่งโดยปกติแล้วในสมาร์ทโฟนทั่วไปอาจทำโบเก้ได้เพียงกล้องหลังเท่านั้น แต่ OPPO Reno6 Z 5G สามารถถ่ายภาพดังกล่าวได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง ที่สำคัญยังละลายได้เนียนสวยไม่หลอกตาเสมือนใช้กล้องระดับมืออาชีพจริงๆ แต่พกพาไปทุกที่ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

นอกจากความสามารถเรื่องโบเก้หลังละลายแล้ว OPPO Reno6 Z 5G ยังซ่อนอีกหนึ่งฟีเจอร์เด็ด นั่นคือ Portrait Beautification Video ซึ่งในฟีเจอร์นี้จะมี AI ทำการจดจำจุดสำคัญบนใบหน้าของแบบได้ถึง 193 จุด ช่วยลดจุดบกพร่องบนใบหน้า แต่ยังคงความธรรมชาติเอาไว้ และยังช่วยปรับโทนผิวของใบหน้าให้มีความเหมาะสมกับผิวคอและแขน อีกทั้งยังช่วยปรับความสดใสของดวงตา เพื่อให้ดวงตาดูพิเศษมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งในยุคล็อคดาวน์อยู่บ้านแบบนี้ การใช้ฟีเจอร์ Portrait Beautification Video ก็ทำให้สาวๆ หลายๆ คนแทบไม่ต้องพึ่งเมคอัพกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นการถ่ายวิดีโอที่ใส่ใจรายละเอียดในทุกความสำคัญ แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่มีความเวอร์ความโป๊ะอย่างแน่นอน

ไม่เพียงเท่านี้ นอกจาก 2 ฟีเจอร์หลักที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว เดี๋ยวนี้การจะพกสมาร์ทโฟนเครื่องนึงไปไหนมาไหน สิ่งนึงที่คำนึงถึงเสมอก็คือในเรื่องของดีไซน์ ซึ่งใน OPPO Reno6 Z 5G นี้ยังมาพร้อมดีไซน์ Reno Glow ที่เป็นเอกสิทธ์จาก OPPO เป็นจุดหลักในด้านดีไซน์ของ OPPO Reno Series ที่ให้เอฟเฟกต์ระยิบระยับอย่างประณีตบนฝาหลังของตัวเครื่อง พร้อมป้องกันรอยนิ้วมือ โดยการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ Reno Glow กลายเป็นจุดเด่นที่เป็นที่รู้จักของ OPPO Reno Series และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก

ซึ่งสำหรับ OPPO Reno6 Z 5G นี้ มีด้วยกันสองสี ได้แก่ สี Aurora ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความระยิบระยับของสีโทนเย็น เปรียบเสมือนกับการนำเอาสีสันที่สวยงามของแสงเหนือทางธรรมชาติมาไว้ในมือ และสีดำ Stellar Black ให้เอฟเฟ็กต์ที่เล่นกับแสงแบบคลาสสิก เปล่งประกายคล้ายการรวมตัวของเหล่าดวงดาวในยามค่ำคืนบนท้องฟ้าอันมืดมิด เสมือนการได้ครอบครองจักรวาลบนฝ่ามือ OPPO Reno6 Z 5G มาพร้อมกับขนาดที่เบา เพรียวบาง จับถนัดมือ ให้ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ถูกใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าอย่างแน่นอน

โดย OPPO Reno6 Z 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในราคา 12,990 บาท ในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป ณ OPPO Brand Shop ทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://bit.ly/3z3nZmJ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน