สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ชวน “CLUB WELLNESS” กลุ่มนักจิตวิทยา/ผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตในวัยรุ่นจากเฟซบุ๊กแฟนเพจให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตชื่อดังของประเทศไทย ร่วมแชร์ประสบการณ์-ส่งต่อกำลังใจ ผ่านเสวนาออนไลน์ “เธอยังโอเคอยู่มั้ย ปรับตัวอย่างไรให้มีความสุขในช่วงโควิด-19” เพื่อเป็นแนวทางให้คนไทยทุกคน ที่มีความเครียดสะสม วิตกกังวล หรือแม้แต่เกิดภาวะซึมเศร้า สามารถรับมือและผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ได้ง่ายขึ้น

ในช่วงเวลานี้ เชื่อว่า “ความเครียด” กำลังเป็นอีกปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นความกังวลเรื่องรายได้ กลัวการติดเชื้อ สภาวะจิตใจย่ำแย่ระหว่างที่ “Work From Home” กังวลกับทุกเรื่องเพราะไม่รู้ว่าเหตุการณ์จะแย่ลงอีกหรือไม่ สถานการณ์นี้จะจบลงเมื่อไร ทำได้แค่เพียงปรับตัวและอยู่แบบประคับประคองตัวเองท่ามกลางสถานการณ์อันเลวร้าย ซึ่งงานนี้มีหลายคำตอบที่จะช่วยให้ “จัดการกับความเครียด” ได้ดียิ่งขึ้น และ “อยู่ร่วมกับโควิด-19 อย่างสุขภาพจิตดีที่สุด”

  • หาพื้นที่ปลอดภัย

วงเสวนาได้เริ่มต้นที่ “เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ” อดีตสมาชิกวงบอยแบนด์ K-OTIC /Content Creator และนักจิตบำบัด ซึ่งมีความเห็นว่า“ความวิตกกังวล” เป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องมีวัตถุกระตุ้นให้เกิด ทุกคนมีสิทธิในกระบวนการความรู้สึก ตื่นมาก็สามารถรู้สึกได้ และสามารถเครียดกับหลายๆ อย่างพร้อมกันได้ ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือ ต้องหาความ “Positive” ของตัวเองให้เจอ ไม่ใช่พยายามอยู่ในโลก “Positive” ของคนอื่น ไม่เช่นนั้นจะเป็นปัญหาตามมาว่า เราทำตามที่สังคมบอกไม่ได้และโทษตัวเอง และต้องมี “พื้นที่ปลอดภัย” ของตัวเอง โดยในพื้นที่ปลอดภัยก็ไม่จำเป็นต้องเป็นนักจิตบำบัด เป็นใครก็ได้ที่เรารู้สึกปลอดภัยพอที่จะสื่อสารด้วย แล้วระบายความกดดันและความเครียดออกมา

“ควรไปตามสปีดของเรา ทำให้เต็มที่ ได้เท่าไหนก็ถือว่าดีแล้ว ยิ่งทุกวันนี้อยู่ในโลกโซเชียล อะไรที่เป็นชีวิตคนอื่นจะมาให้เราเห็นเร็วมาก และแทบจะสร้างได้หมด ทั้งความสุข ความสำเร็จ ซึ่งไม่ได้แปลว่าสิ่งนั้นคือเรื่องจริง หรือคือทุกสิ่ง หรือเป็นมาตรฐานของสังคม แต่อย่างน้อยๆ เราควรจะมีสิ่งที่เรารู้สึกว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการแม้ว่าสิ่งนั้นจะตามจากบรรทัดฐานของสังคมก็ตาม ให้ถามตัวเองว่า เราอยากได้ หรือสังคมทำให้เราคิดว่าเราอยากได้”

จากนั้นบทสนทนาได้ต่อด้วย “จอม-จอมเทียน จันสมรัก” อดีตผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เคยพยายามฆ่าตัวตาย โดยกล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า บังคับให้ทุกคนต้องอยู่บ้าน ต้องอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่รู้สึกอึดอัดใจแล้วไม่สามารถออกไปไหนได้ บางบ้านโชคดีมีพื้นที่ส่วนตัว มีห้องส่วนตัว มีพื้นที่ข้างนอกบ้าน แต่บางบ้านคนอัดรวมในห้องเดียว ความเครียดจึงพุ่งสูงขึ้นมาก ยิ่งช่วงนี้มีเรื่องความเห็นต่างทางการเมือง ก็ยิ่งทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้านได้มากขึ้น สำหรับตนเรื่องการเมืองเป็นเรื่องที่คุยกันได้ในครอบครัว แต่ต้องสื่อสารแบบสันติวิธี เช่น “…หนูอยากคุยเรื่องการเมืองกับแม่นะ แต่การที่แม่บอกว่าหนูไม่รู้อะไร มันทำให้หนูรู้สึกแย่ แต่หนูยังอยากคุยเรื่องการเมืองกับแม่อยู่นะ…” ระบุให้ชัดเจนว่าคำไหนทำให้รู้สึกอย่างไร

“เรื่องนี้คุยเพื่อแลกเปลี่ยนและเข้าใจกันได้ ไม่ได้คุยกันเพื่อเปลี่ยนให้มาเป็นแบบเรา สิ่งที่ถูกสังคมขัดเกลามา ไม่ใช่เรื่องที่เปลี่ยนได้ทันที ต้องศึกษาว่าเรามีสิทธิอะไรบ้าง ให้เวลาตัวเอง และให้อภัยตัวเองที่ยังไม่สามารถมีความสุขได้ในทันที”

  • อยู่อย่างสมดุล

ด้าน “เอิ้น-ดร.สุววุฒิ วงศ์ทางสวัสดิ์” นักจิตวิทยาการปรึกษา ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กแฟนเพจนักจิตวิทยาการปรึกษาคนหนึ่ง และผู้ให้คำปรึกษาประจำเฟซบุ๊กแฟนเพจ “CLUB WELLNESS กลุ่มแบ่งปันพลังใจ” สนับสนุนโดย สสส. ได้พูดคุยถึงเด็กๆ ที่ต้องเรียนออนไลน์ และผู้ปกครองต้อง Work From Home ซึ่งมองว่ามีความเครียดไม่แพ้กัน ผู้ปกครองมีสภาวะกดดันให้เด็กเครียดได้ โดยบางครั้งมาจากความคาดหวัง เด็กตั้งใจเรียนหรือไม่ ทำการบ้านได้ดีหรือไม่ ส่วนเด็กนั่งเรียนออนไลน์อยู่เก้าอี้ตัวเดิม ถูกบังคับเปิดกล้อง เรียนไม่เข้าใจ การบ้านเยอะ เด็กก็จะเครียดว่าอนาคตการสอบเลื่อนขั้นจะไปไหวหรือไม่ ด้านครูก็เครียด เพราะต้องปรับตัวพูดกับเด็กผ่านจอ สอนยากขึ้น สรุปเครียดกันหมดทั้ง ผู้ปกครอง เด็ก และครู

“สถานการณ์นี้ไม่ง่ายสำหรับใครเลย ซึ่งการประคองให้ตัวเองยืนได้ระยะนานที่สุดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ เด็กๆ ต้องระวังการฝากชีวิตไว้ที่การเรียน ที่มองว่าการศึกษาจะเป็นตัวกำหนดชีวิตเรา จะต้องไม่กดดันตัวเอง ไม่ดันตัวเองทั้งระนาบขึ้นมา อยู่อย่างสมดุล ลองใช้กิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายเข้าช่วยผ่อนคลายความรู้สึก เช่น การเล่นดนตรีออนไลน์พร้อมกัน”

เช่นเดียวกับ “รอนนี่-สมชาย โต๊ะอีสอ” นักจิตวิทยาคลินิกและเจ้าหน้าที่ให้การปรึกษาด้านสุขภาพจิตแห่งห้องแชทเลิฟแคร์ ที่เห็นว่า ทุกคนมีโมเมนต์ความเครียด เป็นระดับความเครียดที่คล้ายคลึงกัน อาจจะด้วยภาวะของโรคโควิด-19 และมีมิติซับซ้อนที่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเรื่อยๆ ทำให้หลายคนไม่สามารถจัดการความเครียดนี้ได้ บางคนแรงขับเคลื่อนที่ทำให้ชีวิตไปต่อได้ อาจจะเป็นความสัมพันธ์ใดความสัมพันธ์หนึ่ง การได้ใกล้ชิดกัน อยู่ร่วมกัน มีโอกาสได้พูดคุยกัน ทำให้มีความสุข พอเจอโควิด-19 ต้องปรับตัว ต้องห่าง หรือมีภาวะบางอย่างเกิดขึ้นทำให้สูญเสียความสัมพันธ์ หรือมองอีกมุมหนึ่ง โควิด-19 ทำให้คนในบ้านได้อยู่พร้อมหน้า เป็นความสัมพันธ์ที่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ไม่ได้บอกว่าดีเสมอไป เพราะทำให้มีพื้นที่ชนกัน มีมิติความเครียดชนกัน เหล่านี้ต้องหาจุดสมดุล ทำอย่างไรก็ได้ให้ตัวเองคงเส้นคงว่าในความเป็นตัวของตัวเอง อาจไม่มีอะไรดีขึ้นหรือแย่ลง เพื่อไม่ให้สูญเสียความเป็นตัวเองไปกับสถานการณ์ที่มันเกิดขึ้น น่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้

ขณะที่ด้าน “โป้-ผศ.นพ.ชยุติ วงศ์เลิศวิศวกร” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์ ที่ปรึกษาเพจ“Understand: ห้องนั่งเล่นของหัวใจ” ได้ชวนคุยถึงอาการของผู้ที่เข้าข่ายป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) กลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการกระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง จนตกอยู่ในภาวะเครียด ซึ่งได้มองว่าเป็นเรื่องทั่วไปที่มนุษย์จะตอบสนองกับภาวะเครียดต่างๆ ไม่นานก็หาย และสามารถทำกิจกรรมอื่นได้ จึงไม่อยากให้โฟกัสว่าใครเป็นกลุ่ม PTSD หรือไม่ แต่อยากให้สังเกตอารมณ์ตัวเอง ถ้าเมื่อไรก็ตามที่รู้สึกว่าต้องใช้พลังงานค่อนข้างเยอะในการที่จะต้องทำกิจวัตรเดิมๆ บางคนตื่นไปทำงาน เรียน ยังยาก รู้สึกเหนื่อยใจ ถ้าเกิดบ่อยๆ ถี่ๆ หรือหงุดหงิดง่ายในเรื่องที่ไม่เคยถูกกระตุ้น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นจุดเล็กน้อย ว่าอาจจะต้องได้รับความช่วยเหลือหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลใจ ไม่ผิดที่จะเป็นซึมเศร้า เพราะเป็นเรื่องของสมอง สารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ซึ่งการได้พบจิตแพทย์ก็อาจจะทำให้เราเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น

กล่าวได้ว่าเป็นเทคนิคจัดการความเครียดง่ายๆ ในยุค โควิด-19 ซึ่งในตอนท้าย “อุ๋ม-เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร” ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. ได้ร่วมเสวนาพร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า การมี “พื้นที่ที่ปลอดภัย” นั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยทำให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาพ ก่อนที่จะไปถึงจุดการรักษา ซึ่งตรงกับการทำงานของ สสส. ในลักษณะ “Green Ecosystem” ที่อยากให้สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้น เอื้อต่อการสร้างเสริมสุขภาพ

ทั้งนี้ ใครที่อยากเรียนรู้ทักษะการดูแลจิตใจในรูปแบบออนไลน์แบบเต็มอิ่ม ก็สามารถติดตามกิจกรรมทอล์กได้ในเฟซบุ๊กแฟนเพจ “CLUB WELLNESS กลุ่มแบ่งปันพลังใจ” โดยจะมีทอล์กแบ่งปันพลังใจกันอย่างต่อเนื่อง


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน