นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีนอย่างเป็นทางการ เมื่อปี พ.ศ.2518 ไทยกับจีนได้รักษามิตรภาพอันดีระหว่างกันมาโดยตลอด ขอบเขตความร่วมมือขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง มีการกระชับความร่วมมือมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับที่ หวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน เคยกล่าวไว้ว่า “จีนและไทยเป็นเสมือนพี่น้องครอบครัวเดียวกัน เป็นพันธมิตรทางความร่วมมือที่ไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน”
ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo: CAEXPO) เป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมโยงความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนระหว่างไทย-จีน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนฉันมิตร การแลกเปลี่ยนด้านเศรษฐกิจการค้าและกระชับความร่วมมือหลายสาขาระหว่างสองประเทศ งาน CAEXPO ครั้งที่ 18 ซึ่งจะจัดขึ้นที่นครหนานหนิง ประเทศจีน จะเป็นเวทีให้จีนและไทยได้แบ่งปันโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกัน
กระชับความร่วมมือแลกเปลี่ยนผ่านงาน CAEXPO
รัฐบาลไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับงาน CAEXPO ผู้นำระดับประเทศหลายท่านเคยเข้าร่วมงาน CAEXPO และได้มีการเสวนาระดับสูงระหว่างผู้นำและรัฐมนตรีของไทยและจีน ตลอดจนการเสวนาระดับสูงด้านการเมืองธุรกิจระหว่างกัน ช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านต่างๆ ระหว่างสองประเทศ
ในงาน CAEXPO 17 ครั้งที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการไทยร่วมออกบูธทั้งสิ้น 1,974 ราย ใช้พื้นที่บูธจัดแสดงรวม 2,905 คูหา สินค้าจัดแสดงหลักประกอบด้วยของใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องสำอาง อัญมณีเครื่องประดับ อาหาร สินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าที่มีความโดดเด่นอื่นๆของไทย รวมถึงนำเสนอการสัมผัสประสบการณ์นวดแผนไทย โดยในงาน CAEXPO ครั้งที่ผ่านมา พาวิลเลียนไทยได้เพิ่มโซนใหม่ “THAILAND TRUST MARK” จัดแสดงสินค้าที่ได้รับตราสัญลักษณ์คุณภาพ ซึ่งทั้งดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ไทยยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าการลงทุนมากมายระหว่างงาน เช่น กิจกรรมรำลึกครบรอบ 45 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตจีน-ไทย และฟอรั่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าจีน-ไทย 2020 ซึ่งจัดขึ้นที่นครหนานหนิง ระหว่างงาน CAEXPO ครั้งที่ 17 ตัวแทนผู้ประกอบการ สมาคมการค้าไทย-จีน และตัวแทนโครงการได้ร่วมพูดคุยถึงสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างจีน-ไทย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยได้มีความร่วมมือแลกเปลี่ยนกับเขตการค้าเสรีนำร่องกว่างซี และเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ของจีน ขณะที่ผู้ประกอบการไทยได้เข้าร่วมไลฟ์สดโปรโมทสินค้าผ่านกิจกรรมงาน CAEXPO ออนไลน์
เบญจมาศ ตันเวทยานนท์ กงสุลใหญ่ ณ นครหนานหนิง ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้วว่า “งาน CAEXPO มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือจีน-อาเซียน ไม่ว่าจะเป็นงานออฟไลน์หรือออนไลน์ ล้วนแต่มีส่วนช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของอาเซียนได้”
ความร่วมมือที่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน อนาคตเศรษฐกิจการค้าไทย-จีนสดใส
ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จีนและไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านและพันธมิตรที่ดีต่อกัน ได้เพิ่มความไว้วางใจและร่วมมือซึ่งกันและกัน มีผลสำเร็จทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าอย่างต่อเนื่อง มีแนวโน้มอนาคตสดใส
จากสถิติของกระทรวงพาณิชย์จีน ปี 2563 มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนอยู่ที่ 98,630 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 7.5% จากปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกจากจีนไปไทย 50,530 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการนำเข้าจากไทย 48,100 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราเติบโตต่อปีอยู่ที่ 10.8% และ 4.2% ตามลำดับ และจากสถิติที่กรมศุลกากรจีนเผยแพร่เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ มูลค่าการค้าระหว่างไทย-จีนเติบโตที่ 38.2%
ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างสองฝ่ายเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมีการค้าผลไม้เป็นหนึ่งในสาขาที่โดดเด่นที่สุด จีนเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่สำคัญของผลไม้ไทย กำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดจีนได้เพิ่มโอกาสให้กับการส่งออกผลไม้ไทย เช่น ทุเรียนและมังคุด
ในเดือนเมษายนปีที่แล้ว กว่างซีซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน CAEXPO ได้เพิ่มด่านนำเข้าผลไม้ไทยอีก 2 ด่าน คือ ด่านรถไฟผิงเสียงและด่านตงซิง ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าระหว่างสองประเทศ
ปัจจุบัน รัฐสภาของไทยได้เห็นชอบให้สัตยาบันความตกลง RCEP แล้ว อรรถยุทธ์ ศรีสมุทร เอกอัครราชทูตไทยประจำจีนให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนเมษายน 2564 ว่า ความตกลง RCEP ได้ช่วยกระชับและขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจการค้าที่มีอยู่ ขณะเดียวกันก็ได้เปิดพื้นที่ความร่วมมือเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งจะนำมาสู่ผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างจีนและไทย
ด้านนายหวัง ลี่ผิง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทยได้เขียนในบทความว่า “เมื่อมองไปถึงการพัฒนาความสัมพันธ์เศรษฐกิจการค้าระหว่างไทย-จีน การดำเนินการตามความตกลง RCEP อย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นตัวเร่งและสนับสนุนการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองประเทศได้อย่างแน่นอน”
ร่วมสร้างโอกาสใหม่แห่งการพัฒนาที่งาน CAEXPO
เมื่อเดือนมิถุนายน 2564 นายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีต่างประเทศของจีน กล่าวขณะพบกับ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ที่นครฉงชิ่งว่า “ฝ่ายจีนยินดีร่วมมือกับไทยเพื่อสร้างสรรค์ ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ อย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นพลวัตใหม่สำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศและภูมิภาคต่อไป”
ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กล่าวว่า “เนื่องในวาระครบรอบ 30 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์จีน-อาเซียน และครบรอบ 5 ปี กรอบความร่วมมือล้านช้าง-แม่โขง ไทยยินดีที่จะใช้โอกาสวาระสำคัญนี้ในการเร่งการร่วมสร้าง ‘หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง’ และผลักดันการพัฒนาความร่วมมือในภูมิภาคร่วมกัน”
งาน CAEXPO ครั้งที่ 18 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 กันยายน 2564 ที่นครหนานหนิง ภายใต้หัวข้อหลักว่าด้วย “ร่วมแบ่งปันโอกาสของระเบียงการค้าระหว่างประเทศทางบก-ทางทะเลแห่งใหม่ สร้างประชาคมแห่งโชคชะตาร่วมกันระหว่างจีน-อาเซียน” ในรูปแบบงานมหกรรมผสมผสานทั้งออฟไลน์และออนไลน์ รวมทั้งอาศัยวาระครบรอบ 30 ปีความสัมพันธ์คู่เจรจาจีน-อาเซียน และปีแห่งความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนอาเซียน-จีน เพื่อขยายบทบาทของงานมหกรรม CAEXPO และส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-อาเซียนที่มีอนาคตร่วมกัน
ในการประชุมเตรียมงานระหว่างสำนักเลขาธิการงานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียนกับคณะผู้ร่วมจัดงานฝ่ายไทยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ฝ่ายไทยระบุว่า ปีนี้ไทยจะยังคงให้การสนับสนุนการเตรียมการจัดงาน CAEXPO อย่างเต็มที่ และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยร่วมออกบูธในงานเพิ่มมากขึ้น
ตามรายงาน ปีนี้ไทยจะยังคงนำทัพผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์ โดยใช้พื้นที่จัดแสดงราว 1,200 ตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่จัดแสดงภาพลักษณ์ประเทศไทย 144 ตารางเมตร บูธจัดแสดงสินค้า 50 คูหา ผู้ประกอบการเข้าร่วมออกบูธทั้งสิ้น 50 ราย รวมทั้งจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์โอกาสการค้าการลงทุนในงาน แนะนำบริการและนโยบายข้อได้เปรียบของไทย